ปลูก ‘มะพร้าวน้ำหอม’ แปรรูปได้หลากหลาย สร้างรายได้ระยะยาว

วันนี้ MThai News ในช่วง ‘เกษตรสร้างรายได้‘ ขอพาทุกท่านไปพบกับคุณเจนณรงค์ ขุนสนิท หรือลุงเจน อายุ 63 ปี เป็นเกษตรกรชาว จ.นนทบุรี ดั่งเดิม ปัจจุบันเป็นเจ้าของสวน ‘มะพร้าวน้ำหอม‘ ภายใต้ชื่อสวน ‘บ้านกล้วยดงตาล‘ อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี ซึ่งเป็นสวนที่ปลูกพืชหลากชนิด แต่ที่เน้นหลักๆ คือ ‘มะพร้าวน้ำหอม’ พร้อมนำผลผลิตที่ได้จากมะพร้าวไปแปรรูปต่อยอดได้อย่างมากมาย โดยเป็นการทำเกษตรผสมผสาน และยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9

โดยลุงเจน เปิดเผยว่ามีประสบการณ์ทำสวนมาเป็นเวลากว่า 40 ปีแล้ว แต่เดิมนั้นที่สวนจะปลูกพืชผักหลายชนิด จนหันมาลองปลูกกล้วย มีทั้งกล้วยน้ำว้า กล้วยหอม กล้วยเล็บมือนาง ซึ่งจะเน้นส่งเพื่อใช้ในการไหว้พระ ภายในเนื้อที่ 11 ไร่เศษ จนมีผลตอบรับที่ดี โดยถือได้ว่าการทำสวนกล้วยเป็นการสร้างชื่อให้กับที่สวนอย่างมาก

เส้นทางการทำสวนกล้วยในขณะนั้นกำลังไปสวยเลยสำหรับลุงเจน แต่แล้วที่สวนก็ได้รับผลกระทบจากมหาอุทกภัยปี 54 น้ำเข้าท่วมภายในสวนทำให้ต้นกล้วยเสียหายทั้งหมด เหลือเพียงต้นตาลที่ยังยืนต้นในความสูงหลาย 10 เมตร นั้นจึงเป็นที่มาของชื่อสวน ‘บ้านกล้วยดงตาล’

ภายหลังจากผ่านพ้นวิกฤตน้ำท่วมมาได้ ทางครอบครัวจึงได้ปรึกษาและลงความเห็นว่าจะหันมาทำสวนมะพร้าวน้ำหอม ซึ่งไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับลุงเจน เนื่องจากเคยปลูกต้นมะพร้าวมาอยู่แล้ว โดยมองว่าต้นมะพร้าวเป็นพืชที่ปลูกครั้งเดียวแต่สามารถเก็บผลผลิตได้ในระยะยาว อีกทั้งยังเป็นพืชที่นำส่วนต่างๆของต้นมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

นอกจากตัวลูกมะพร้าวที่สามารถนำไปจำหน่ายได้แล้ว จั่นมะพร้าวอ่อนซึ่งเป็นส่วนที่ทำให้เกิดเป็นผลมะพร้าว ยังสามารถทำเป็นน้ำตาลสด หรือแปรรูปเป็นน้ำตาลมะพร้าว รวมถึงทางมะพร้าวยังนำมาใช้เป็นฟืนได้อีกด้วย ประกอบกับด้วยอายุที่มากขึ้นแล้ว จึงเห็นว่าการปลูกมะพร้าวน่าจะเหมาะสมที่สุด

ที่สวนของลุงเจน จะปลูกมะพร้าวน้ำหอมเตี้ย ซึ่งจะมีความสูงไม่มากนักเหมาะสำหรับเก็บเกี่ยวผลผลิต โดยเลือกปลูกแบบยกร่องสวน ภายใน 11 ไร่ สามารถปลูกได้ประมาณ 500 ต้น ซึ่งจะแบ่งระยะพื้น 6 คูณ 6 เมตร ในการปลูกกล้วยหอม และกล้วยน้ำว้า แซมเข้าไปด้วยเพื่อใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์และคุ้มค่า นอกจากการปลูกต้นกล้วยแซมแล้ว ยังมีต้นมะนาว พริก และมะละกอ โดยปลูกตามความเหมาะสมของพื้นที่ ซึ่งการปลูกพืชผักชนิดอื่นๆด้วยนั้น เป็นการสร้างรายได้ระหว่างที่รอต้นมะพร้าวให้ผลผลิต

สำหรับวิธีการเพาะปลูกจะนำ ‘หน่อมะพร้าว’ หรือต้นพันธุ์ลงหลุมที่ขุดไว้ ความลึกประมาณ 30 เซนติเมตร รองด้วยปุ๋ยเพื่อเป็นสารอาหารให้กับต้นอ่อน ทั้งนี้การดูแลต้นมะพร้าวนั้นไม่ยุ่งยากเท่าไรนัก จะมีเพียงแมลงศัตรูพืช อาทิ ด้วงแรด และด้วงไฟ เจ้าแมลง 2 ชนิดนี้ถือได้ว่าเป็นศัตรูตัวฉกาจของต้นมะพร้าว เจ้าด้วงที่ว่ามานี้จะชอบกัดกินบริเวณยอดต้นมะพร้าว และกลางต้นมะพร้าว โดยหากปล่อยไว้ต้นมะพร้าวก็จะเสียหายจนยืนต้นตายในที่สุด จึงควรหมั่นเดินตรวจสอบต้นมะพร้าว หรือหากมีตัวด้วงแล้ว ที่สวนจะใช้สารชีวภาพ รวมถึงสารสะกัดจากสะเดา เพื่อใช้ในการไล่แมลงศัตรูพืชได้

สภาพต้นมะพร้าวที่ถูกตัวด้วงกัดกิน

โดยต้นมะพร้าวน้ำหอมจะใช้ระยะเวลาประมาณ 2 ปีครึ่ง ถึง 4 ปี ก็จะเริ่มออกผลผลิต แล้วแต่ความสมบูรณ์ในแต่ละพื้นที่ เมื่อมีจั่นมะพร้าวหรือช่ออ่อนของดอกแรกที่ออกมานั้นจะยังไม่สามารถปาดจั่นเพื่อรองเป็นน้ำตาลมะพร้าวสดได้ ต้องรอในช่วงจั่นถัดไป โดยวิธีการเก็บน้ำตาลสดนั้น ให้โน้มตัวจั่นเป็นเวลาประมาณ 5 วัน เพื่อเป็นการกระตุ้นให้จั่นออกน้ำเยอะ หลังจากนั้นทำการปาดจั่นบางๆ พร้อมใช้กระบอกน้ำเป็นภารชนะไว้รองตัวน้ำตาลมะพร้าว สามารถเก็บได้ 2 ช่วงเวลา คือเช้าและเย็น

ในแต่ละวันจะได้น้ำตาลมะพร้าวประมาณ 10 กิโลกรัม ส่วนการแปรรูปนั้นยังสามารถทำเป็นน้ำตาลมะพร้าว ด้วยการนำน้ำตาลมะพร้าวมาเคี่ยวประมาณ 3 ชั่วโมงจนเป็นสีเหลืองนวล หลังจากนั้นให้ยกกระทะเพื่อเข้าสู่ขั้นตอนการปั่น ซึ่งเครื่องปั่นก็เป็นภูมิปัญญาแบบชาวบ้าน โดยจะเป็นการไล่ฟองอากาศของน้ำตาลมะพร้าวที่เคี่ยวไว้ ปั่นจนเป็นเนื้อเดียวกัน ก็สามารถนำมาขึ้นรูปให้เป็นก้อนๆ ตากให้เย็นก็นำไปจำหน่ายได้แล้ว ส่วนการทำน้ำตาลสดให้นำน้ำตาลมะพร้าวไปต้มให้เดือด แล้วทิ้งไว้ให้เย็นก็สามารถนำไปบรรจุลงขวดได้แล้ว โดยไม่มีการใส่สารเจือปนใดๆ ทั้งสิ้น

ส่วนถ้าอยากให้ได้ลูกมะพร้าวนั้น จะใช้ระยะเวลาประมาณ 4 เดือน หลังจากมีจั่นมะพร้าวขึ้นแล้ว โดยที่สวนของลุงเจน สามารถผลิตลูกพร้าวได้เฉลี่ยนเดือนละ 5,000-10,000 ลูก สร้างรายได้ต่อเดือนสูงถึง 100,000-200,000 บาท ขึ้นอยู่กับช่วงฤดูกาลด้วย หากเป็นช่วงหน้าร้อนผลผลิตก็จะน้อยลง แต่ราคาก็จะสูงขึ้น ส่วนน้ำตาลมะพร้าวที่แปรรูปเป็นน้ำตาลสด และน้ำตาลมะพร้าว สามารถสร้างเม็ดต่อเดือนประมาณ 20,000 บาท นี่ยังไม่นับรวมถึงรายได้จากการจำหน่ายพันธุ์พืช ต้นมะพร้าว ต้นกล้วย และพืชผักสวนครัวที่ปลูกไว้ในบริเวณรอบๆ

นอกจากนี้ทางสวนเตรียมเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรภายในชุมชน ซึ่งได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานราชการใน อ.ไทรน้อย เพื่อเปิดโอกาสให้คนที่สนใจรักในเรื่องของการทำเกษตร เข้ามาศึกษาและเรียนรู้ ภูมิปัญญาชาวบ้าน หากใครที่สนใจสามารถเดินทางไปที่ ‘บ้านกล้วยดงตาล’ อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี หรือติดต่อสอบถามได้ที่เบอร์ 084-938-4977 ลุงเจน


เรื่อง/ภาพ ธเนตร พุทธิตระกูล

ขออนุญาตใช้เนื้อหา
เนื้อหานี้ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง