หุ้นไทย เปิดตลาดเช้านี้ ปรับตัวลดลง 2.89 จุด

หุ้นเปิดลง 2.89 จุด ลดลง 237 หลักทรัพย์ กังวลเฟดขึ้นดอกเบี้ย น้ำมันดิบร่วงแรง 2.3% กดดันหุ้นกลุ่มพลังงาน 

บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยเช้าวันนี้ (3 มี.ค.) เปิดทำการเมื่อเวลา 10.00 น. ดัชนีปรับตัวลดลง 2.89  จุด แตะที่ระดับ 1,567.05 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1,550.79 ล้านบาท โดยหลักทรัพย์ลดลง 237 หลักทรัพย์เพิ่มขึ้น 186 หลักทรัพย์ ไม่เปลี่ยนแปลง 318 หลักทรัพย์

นักวิเคราะห์ บล.กรุงศรี คาดว่า SET Index มีโอกาสลดลง โดยมีปัจจัยลบกดดันคือ 1. ราคาน้ำมันดิบร่วงแรง 2.3% กดดันหุ้นกลุ่มพลังงาน 2. กังวลเฟดขึ้นอัตราดอกเบี้ยกดดัน Fund Flow ต่างชาติยังไหลออกเป็นลบกับหุ้นในกลุ่ม Big Cap ประกอบกับนักลงทุนจะชะลอการลงทุนเพื่อรอดูการกล่าวสุนทรพจน์ของนางเยลเลน ประธานเฟด ที่ Executives club of Chicago ในคืนวันนี้ ว่าจะมีการส่งสัญญาณการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยตามที่ตลาดคาดไว้หรือไม่

ส่วนอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ของธนาคารกสิกรไทย ล่าสุด เมื่อเวลา 08.01 น. มีดังนี้ ดอลลาร์สหรัฐฯ รับซื้อที่ 33.74 บาท ขายออก 35.29 บาท


นักวิเคราะห์ มอง ‘หุ้นไทย’ เคลื่อนไหวในแดนบวกตามตลาดต่างประเทศ จับตา ‘ทรัมป์ แถลงต่อสภาคองเกรส

นักวิเคราะห์ บล.ไอร่า เปิดเผยแนวโน้มการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันนี้ (1 มี.ค.) ว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยจะเป็นไปตามตลาดต่างประเทศ ที่ส่วนใหญ่เคลื่อนไหวในแดนบวกเช้านี้ รวมถึง DJ Futures โดยมีมุมมองในเชิงบวกการกล่าวสุนทรพจน์ของ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ต่อสภาคองเกรส

ที่คาดว่าจะมีการประกาศแผนปรับลดภาษี ทั้งเงินได้บุคคลธรรมดา และนิติบุคคล พร้อมงบประมาณใช้จ่ายโครงการสาธารณูปโภค ซึ่งจะส่งผลดีต่อตลาดหุ้นของสหรัฐฯ รวมถึงมีโอกาสที่ทำให้เงินสหรัฐฯ แข็งค่าขึ้น และมีผลต่อ Fund Flow ไหลออกจาก Emerging Market รวมถึงไทย

แต่ทางตรงข้ามหากไม่เป็นตามที่คาดหมายข้างต้น ส่งผลให้เงินสหรัฐฯ อ่อนค่าลง และลดการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง โดยหันไปลงทุนในทองคำและพันธบัตร เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ยังมีมุมมองที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะประเด็นการพิจารณาขึ้นหรือไม่ขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด ในเดือน มี.ค. (14 – 15/3/60) ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจต่าง ๆ อยู่ความคาดหมายของเฟด รวมถึงในระยะกลาง มีการเลือกตั้งของหลาย ๆ ประเทศในยุโรป หากมีการเปลี่ยนขั้วอำนาจทางการเมืองก็จะกดดันภาพรวมตลาดในระยะต่อไป

ด้านราคาน้ำมัน ในระยะสั้นยังมีความผันผวนจากแผนการปรับลดปริมาณผลิตของกลุ่มผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ทั้ง OPEC และ Non OPEC ปริมาณผลิตน้ำมันในสหรัฐฯ ที่ยังเพิ่มต่อเนื่อง ซึ่งทำให้ยังคงมีความกังวลอุปทานส่วนเกิน อย่างไรก็ตาม คาดระดับราคาน้ำมันในปี’60 อยู่ในระดับที่สูงกว่าปี’59 ซึ่งเฉลี่ยอยู่ที่ 41 – 42USD ดังนั้นเป็นโอกาสในการเข้าลงทุนเมื่อราคาหุ้นในกลุ่มพลังงานปรับลดลง

ด้านประเด็นในประเทศ ยังไม่มีประเด็นชี้นำใหม่ ๆ มีเพียงแรงเก็งกำไรผลประกอบการและเงินปันผล ซึ่งในสัปดาห์นี้เป็นช่วงท้าย ๆ ของการส่งงบ และคาดหลังจบช่วงส่งงบ ดัชนีอาจมีการปรับลดลงจากแรงขายทำกำไร หรือ Sell on Fact ทำให้การปรับขึ้นของดัชนีในวันนี้อาจเป็นไปอย่างจำกัด

ขออนุญาตใช้เนื้อหา
เนื้อหานี้ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง