รฟม. แจง กรณีคานก่อสร้างรถไฟฟ้าตกใส่รถ บนถนนพหลโยธิน

Home / การค้าการลงทุน, เศรษฐกิจ-ธุรกิจ / รฟม. แจง กรณีคานก่อสร้างรถไฟฟ้าตกใส่รถ บนถนนพหลโยธิน

รฟม. ชี้แจง กรณีอุบัติเหตุอุปกรณ์ช่วยยกคานรองรับทางวิ่งรถไฟฟ้า lifting frame ตกใส่รถ บนถนนพหลโยธิน ทำให้รถยนต์ได้รับความเสียหาย

จากกรณีอุบัติเหตุอุปกรณ์ช่วยยกคานรองรับทางวิ่งรถไฟฟ้าโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต -สะพานใหม่- คูคต ได้ร่วงหล่นลงมาบนถนนพหลโยธิน ฝั่งขาเข้า ใกล้แยกรัชโยธิน ทำให้รถยนต์เสียหายจำนวน 2 คัน โดยไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2560 ที่ผ่านมา

โดยการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย รฟม. ขอชี้แจงว่า หลังจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รฟม. พร้อมด้วยผู้แทนที่ปรึกษาควบคุมงานก่อสร้าง และตัวแทนบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ได้ให้การดูแลและรับผิดชอบผู้เสียหายในเบื้องต้นทันที พร้อมทั้งดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น โดยพบว่าในช่วงกลางคืนของวันพฤหัสบดีที่ 16 มีนาคม 2560

ต่อเนื่องช่วงเช้าวันศุกร์ที่ 17 มีนาคม 2560 บมจ. อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนท์ ผู้รับจ้างก่อสร้างงานโยธา โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต – สะพานใหม่ – คูคต สัญญาที่ 1 ได้ยกคานเหล็กสำหรับติดตั้งทางวิ่งรถไฟฟ้า ขึ้นติดตั้งบนเสาทางวิ่งรถไฟฟ้าต้นที่ 105 และต้นที่ 106 ซึ่งในการยกขึ้นติดตั้งจะต้องใช้แคร่เหล็กช่วยในการยก โดยอุบัติเหตุครั้งนี้เกิดจากอุปกรณ์ที่ใช้ยกและยึดชำรุด 1 ด้าน ทำให้เอียงและกระชากจนทำให้ร่วงหล่นลงมาบนพื้นที่ก่อสร้างด้านล่างและกระเด็นออกจากพื้นที่ก่อสร้างไปทับฝากระโปรงรถยนต์ที่ใช้ช่องจราจรที่ติดกับพื้นที่ก่อสร้าง

ทั้งนี้ รฟม. ได้กำหนดมาตรการป้องกันมิให้เกิดเหตุในลักษณะเช่นนี้อีกโดยให้ บมจ. อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนท์ เปลี่ยนอุปกรณ์ยกและยึดใหม่ทั้งหมดและจะต้องมีมาตรการความปลอดภัยสำรอง สำหรับกรณีอุปกรณ์ชำรุดทุกครั้ง ส่วนการเยียวยาผู้เสียหาย รฟม. ได้ให้บมจ. อิตาเลียนไทยจัดให้มีรถยนต์ใช้ทดแทนระหว่างการซ่อมแซม สำหรับกรณีรถยนต์เสียหายหนักจะต้องจัดหารถยนต์ใหม่ทดแทนให้กับผู้เสียหาย

อย่างไรก็ตาม รฟม. ได้ตรวจสอบเหตุที่เกิดขึ้นดังกล่าวข้างต้นแล้วพบว่าเป็นความผิดของบริษัทผู้รับจ้าง จึงได้กำหนดบทลงโทษผู้ที่เกี่ยวข้องจากเหตุที่เกิดขึ้น โดยได้สั่งให้ผู้ที่รับผิดชอบในการดำเนินงานบริเวณที่เกิดอุบัติเหตุของ บมจ. อิตาเลียนไทยให้ออกจากโครงการฯพร้อมทั้งได้ว่ากล่าวตักเตือนบริษัท