กกพ. มีมติ ขึ้นค่าเอฟทีงวด พ.ค.-ส.ค. ทำค่าไฟเฉลี่ยหน่วยละ 3.50 บาท

กกพ. มีมติขึ้นค่าเอฟทีงวด พ.ค.-ส.ค. อีก 12.52 ส.ต. ส่งผลค่าไฟเฉลี่ยหน่วยละ 3.5079 บาท ชี้ ปรับครั้งแรกในรอบ 2 ปี

นายวีระพล จิรประดิษฐกุล กรรมการกำกับกิจการพลังงาน ในฐานะโฆษก กกพ. เปิดเผยภายหลังการประชุม กกพ. ว่า ที่ประชุมมีมติ ปรับขึ้นค่าเอฟทีงวดเดือน พ.ค.-ส.ค. 60 ลงมาอยู่ที่ -24.77 สตางค์ต่อหน่วย หรือเพิ่มขึ้นจากงวดก่อน 12.52 สตางค์ต่อหน่วย โดยสาเหตุหลักมาจากราคาก๊าซธรรมชาติซึ่งเป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้ามีการปรับตัวสูงขึ้นตามรอบการปรับราคาตามสัญญา จากทั้งอ่าวไทยและพม่า

ซึ่งมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากปัจจัยด้านอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทที่แข็งค่า ความต้องการใช้พลังงานไฟฟ้าในช่วงเดือน พ.ค.-ส.ค. 60 เท่ากับ 68,198 ล้านหน่วย ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากช่วงเดือน ม.ค.-เม.ย. 60 5853 ล้านหน่วย คิดเป็นร้อยละ 9.39 นอกจากนี้ สัดส่วนการใช้เชื้อเพลิงการผลิตไฟฟ้าช่วงเดือน พ.ค.-ส.ค.60 ยังคงใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงหลักร้อยละ 65.14 รองลงมาเป็นรับซื้อไฟฟ้าจากลาวร้อยละ 10.70 ถ่านหินนำเข้าร้อยละ 8.58 และลิกไนต์ร้อยละ 8.55

อย่างไรก็ตาม จากการปรับลดค่าเอฟทีเรียกเก็บงวดเดือน พ.ค.-ส.ค. 60 ในอัตรา -24.77 สตางค์ต่อหน่วยเพิ่มขึ้นจากงวดที่แล้ว 12.52 สตางค์ ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยรวมอยู่ที่ 3.5079 บาทต่อหน่วย ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือคิดเป็ยร้อยละ 3.70 ของไฟฟ้าทั้งหมด โดยหลังจากนี้ กกพ. จะเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตั้งแต่วันนี้ถึง 3 พ.ค. 60 หากไม่มีข้อเสนอแนะจะประกาศเรียกเก็บค่าไฟฟ้าในงวดวันที่ 15 พ.ค. 60 สำหรับการปรับขึ้นค่าไฟฟ้าครั้งนี้เป็นปรับขึ้นในรอบ 2 ปี ตั้งแต่ปี 2557

ขออนุญาตใช้เนื้อหา

ข่าวที่เกี่ยวข้อง