เกษตรกรเมืองตรังปลูก ‘เมล่อน’ ใช้เทคนิคแกะสลักชื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม

Home / 108 อาชีพทำเงิน, เศรษฐกิจ-ธุรกิจ / เกษตรกรเมืองตรังปลูก ‘เมล่อน’ ใช้เทคนิคแกะสลักชื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม

เกษตรกรเมืองตรังปลูก ‘เมล่อน’ ใช้เทคนิคแกะสลักชื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม รายได้เกือบ 1 แสนบาทต่อรอบการปลูก

วันที่ 20 เม.ย. 60 ที่สวนสุนทรฟาร์มเมล่อน บ้านเลขที่ 61 บ้านควนเทียม ม.4 ต.ควนเมา อ.รัษฎา จ.ตรัง ลุงสุนทร เอี่ยมอักษร อายุ 68 ปี ใช้พื้นที่บริเวณที่ว่างข้างบ้านใช้พื้นที่จำนวน 6 คูณ 24 เมตร ทำโรงเรือนเพื่อใช้ในการปลูกต้นเมล่อน จำนวน 286 ต้น

ซึ่งการดูแลผลเมล่อน จะไม่มีสารเคมีใดๆ สามารถตัดจากต้นก็บริโภคได้เลย ไม่ต้องล้างหรือแช่น้ำยาใดๆ ทั้งสิ้น เนื่องจากการรันตีตัวเองได้เป็นอย่างดีว่าปลอดสารพิษ 100 เปอร์เซ็นต์อย่างแน่นอน โดยจะใช้เวลาจนถึงเก็บผลผลิตประมาณ 70 – 75 วัน มีน้ำหนักเฉลี่ย ผลเมล่อน 1 ลูก ประมาณ 3 กิโลกรัม จำหน่ายในราคากิโลกรัมละ 90 บาท ตกลูกละประมาณ 270 บาทขึ้นไป และหากลูกค้าที่สนใจสั่งจองแกะสลักชื่อลงบนผลเมล่อน จะคิดค่าบริการแกะสลักชื่อลูกละ 200 บาท ซึ่งรวมกับราคาของน้ำหนักผลเมล่อนแล้ว ราคาผลเมล่อนตกลูกละประมาณ 500 บาท

โดยทางเกษตรกรได้ใช้เทคนิคแกะสลักชื่อลงบนผลเมล่อน เพื่อเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเกษตรกรเอง โดยมียอดสั่งจองเป็นจำนวนมาก มีหลากหลายอาชีพทั้งในจังหวัดตรัง และต่างจังหวัด อาทิเช่น เขียนว่า “ทวี ส.ส.ตรัง” “PLE” “SOMBOON” “FOCUS”เป็นต้น ส่วนผลเมล่อนที่ไม่ได้แกะสลักจะนำมาจำหน่ายหน้าฟาร์มเมล่อน และส่งให้กับลูกค้าที่สั่งจองไว้ทางไลน์บ้าง ทางเฟสบุ๊คบ้าง ทางโทรศัพท์บ้าง จากพื้นที่ต่างๆ ทั้งในจังหวัดตรัง จังหวัดใกล้เคียง และจังหวัดนครปฐม จังหวัดราชบุรี

นอกจากนี้การปลูกเมล่อน ใช้เทคนิคแกะสลักชื่อ เป็นลวดลายต่างๆ โดยเริ่มปลูกและผสมเกสรประมาณ 35 วัน เมื่อออกผลเล็ก ประมาณ 10 วัน ก็เริ่มแกะสลักซื่อ ลวดลาย ตามแบบที่ต้องการ และตามคำสั่งซื้อของลูกค้าที่จอง เมื่อเมล่อนโตเต็มที่จะมีลวดลายบนผิวตามที่แกะสลักไว้

นอกจากนี้ปัจจุบันประชาชนนิยมหันมารักสุขภาพและเน้นไปทางด้านอาหารที่ลดน้ำหนัก คนรักสุขภาพมากขึ้น จนเมล่อนกลายเป็นผลไม้ที่มีความต้องการทางตลาดค่อนข้างสูงเนื่องจากเมล่อนมีสารต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญ ในปริมาณสูง มีวิตามินซี วิตามินเอ เบต้าแคโรทีน แคลเซียม ฟอสฟอรัส และธาตุเหล็ก ไม่มีไขมันและคอเลสเตอรอล อีกทั้งแคลอรี่ต่ำ จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก

ทางด้านนายสนุทร เอี่ยมอักษร อายุ 68 ปี เกษตรกรสวนเมล่อน กล่าวว่า จากเมล่อนรุ่นแรก ที่ได้ปลูกไป 176 ต้น และรุ่นนี้เป็นรุ่นที่ 2 ได้ปลูกไป 286 ต้น ผลตอบรับในขณะนี้นับว่าเป็นที่พอใจเป็นอย่างมาก หากเทียบกับรุ่นก่อน การปลูกเมล่อนรุ่นนี้ทำให้ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ความรู้ที่ได้จากประสบการณ์พอสมควร ปัญหาเล็กๆน้อยๆ พอที่จะแก้ไขได้ด้วยตนเอง แต่หากตรงไหนที่เกิดปัญหาแก้ไม่ได้ก็จะต้องอาศัยสถาบันส่งเสริมและพัฒนาเกษตรอินทรีย์เพื่อการส่งออก ที่เกี่ยวกับส่งเสริมการเกษตร มาช่วยแก้

ส่วนราคาขายเมล่อนหน้าฟาร์ม อยู่ที่ราคากิโลกรัมละ 90 บาท 1 ลูก ราคาไม่ต่ำกว่า 200 บาท ซึ่งหากลูกเมล่อนโตเต็มที่จะมีน้ำหนักอยู่ที่ 2.8 – 4 กิโลกรัม มียอดสั่งจองเยอะและสั่งเขียนชื่อไว้หลายๆ ลูก เพื่อนำไปเป็นของขวัญของฝาก มีรับออเดอร์ทางไลน์ มาจาก จ.นครปฐม จ.ราชบุรี สำหรับเมล่อนรสชาติและผล จะออกหวานอมเปรี้ยว ลูกโตสวยเต็มที่ และเป็นผลไม้ด้านสุขภาพ

ทั้งนี้ยังมีการต่อยอดที่จะทำเป็นศูนย์เรียนรู้เรื่องการปลูกเมล่อนให้แก่ผู้ที่สนใจอยากทำอยากเรียนรู้ ตนยินดีและเต็มใจที่จะถ่ายทอดวิชาให้อีกด้วย เข้ามาจองผลเมล่อนด้วยการสลักชื่อ และวาดรูปลงไปบนผิวเมล่อนให้เป็นลวดลายตามที่ลูกค้าต้องการคิดค่าบริการแกะสลักชื่อในราคาลูก 200 บาท ส่วนผลเมล่อนจะขายในราคากิโลกรัมละ 90 บาท ได้มีลูกค้าเข้ามาเยี่ยมชมและจับจองผลเมล่อน

พร้อมทั้งยินดีให้คำปรึกษา สำหรับผู้ที่สนใจอยากจะปลูกเมล่อนอย่างไม่หวงวิชาอีกด้วย ส่วนทิศทางการปลูกเมล่อนยังไปได้ดี เพราะเป็นอาหารสำหรับคนรักสุขภาพและค่านิยมตอนนี้มากพอสมควร ส่วนรายได้ในรอบการปลูกครั้งนี้ในระยะเวลา 70-75วัน ประมาณ 286 ลูก คิดเป็นเงินประมาณ 80,000 บาท ซึ่งยังไม่คิดรวมค่าบริการแกะสลักชื่อบนผลเมล่อน ซึ่งมียอดสั่งแกะสลักกว่า 100 ลูก และหากผู้ใดสนใจปลูกและปรึกษาเกี่ยวกับการปลูกเมล่อนสามารถโทรสอบถามได้ที่ 088-5867031 คุณลุงสุนทร เอี่ยมอักษร