ตร.รวมพลใหญ่ ยื่นถอด ปปช. เทือกปัดย้ายนายพล ย้ำผบ.ตร.ทำงานดี

e0b895e0b8b3e0b8a3e0b8a7e0b888-e0b8a3e0b8a7e0b8a1

ตำรวจ ระดมพลสัมมนาใหญ่ อภิปรายชน ป.ป.ช. มีทั้งนายตำรวจน้อยใหญ่และประชาชนเข้าร่วมฟังนับพันคนจนล้นห้องประชุมสโมสร ตำรวจ นายกสมาคมตำรวจระบุ จัดประชุมเพื่อเปิดเวทีรับฟังความเห็นและความรู้สึกตร. ขณะที่ตร.และชาวบ้านจำนวนมากลงชื่อถอดถอนป.ป.ช. ด้านคณะกรรมการป.ป.ช. ยืนยันไม่หวั่น ที่สอบทำตามหน้าที่ไม่ได้เร่งรัดมากกว่าคดีอื่น พร้อมให้ทุกฝ่ายตรวจสอบ

เมื่อวันที่ 19 ม.ค. ที่สโมสรตำรวจ ถนนวิภาวดี รังสิต สมาคมตำรวจจัดการอภิปรายเชิงวิชาการเรื่อง “องค์กรตามรัฐธรรมนูญกับการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ” โดยมีข้าราชการตำรวจ อาสาสมัคร และประชาชนกว่าพันคนเข้าร่วม

ในงานได้เชิญวิทยากร ประกอบด้วย พล.ต.อ. สุพาสน์ จีระพันธุ์ อดีตนายกสมาคมตำรวจ และอดีต ก.ตร. พล.ต.อ.สุวรรณ สุวรรณเวโช อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และอดีตผู้ช่วยผบ.ตร. นายพนา ทองมีอาคม คณบดีคณะนิเทศศาสตร์ ม.หัวเฉียว และนายพนม ปีเจริญ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เมเนเจอร์ไลฟ์ จำกัด มี พล.ต.อ.วิสุทธิ์ กิตติวัฒน์ อดีตรองอ.ตร. นายกสมาคมตำรวจ เป็นผู้ดำเนินรายการ นอกจากนี้มีนายตำรวจหลายนายเข้าฟัง เช่นพล.ต.อ.สล้าง บุนนาค อดีตรองอ.ตร. พล.ต.อ.ดรุณ โสถิพันธ์ อดีตผู้ช่วยผบ.ตร. พล.ต.ท.อนันต์ ภิรมย์แก้ว อดีตผบช.น. พล.ต.ท.เหมราช ธารีไทย อดีตผบช.สตม. พล.ต.ท.สถาพร หลาวทอง ผู้ช่วยผบ.ตร. พล.ต.ท. รชต เย็นทรวง ผบช.ภ.6

พล.ต.อ.วิสุทธิ์ กล่าวว่า ในอดีตตำรวจตกเป็นจำเลยในเหตุการณ์ 14 ต.ค.16 และ 6 ต.ค.19 แต่ไม่มีครั้งใดที่ตำรวจต้องเจ็บปวดรวดร้าวและหมิ่นต่อศักดิ์ศรีของกฎหมาย เท่ากับเหตุการณ์วันที่ 7 ต.ค.51 ที่ถูกกล่าวหาว่าทำร้ายประชาชน กลายเป็นจำเลยของสังคม เป็นแพะทางการเมือง จนตำรวจเสียขวัญกำลังใจในการทำงาน ตลอดการชุมนุมดังกล่าว ตำรวจมีเพียงมือเปล่ากับโล่ป้องกันตัว ตำรวจ ต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความอดกลั้น ใช้เวลาที่เหน็ดเหนื่อยยาวนาน และเมื่อผลออกมาเป็นเช่นนี้ต้องอดทนอดกลั้นอีก จึงสมควรได้รับดอกไม้ไม่ใช่ก้อนหิน

“แม้ขณะนี้ประชาชนจะเริ่มเข้า ใจตำรวจมากขึ้น แต่การตรวจสอบการทำงานของตำรวจยังคงมีอยู่ ซึ่งทางสมาคมตำรวจได้ติดตามข่าวมาตลอด จึงอยากทราบความรู้สึกของตำรวจทั้งหมด จึงได้เปิดเวทีสาธารณะรับฟังความคิดเห็น และแสดงความรู้สึก หากตำรวจต้องการความเป็นธรรมก็ต้องรวบรวมหลักฐานที่เป็นรูปธรรมเข้าไปชี้แจง ต่อองค์กรที่เกี่ยวข้อง แต่สิ่งสำคัญที่ได้จากการอภิปรายครั้งนี้คือ เป็นการปลุกตำรวจให้สามัคคี ให้ยึดถือความซื่อสัตย์ยึดมั่นอุดมการณ์ในวิชาชีพตำรวจ” นายกสมาคมตำรวจ กล่าว

นายพนม กล่าวว่า ที่ผ่านมาไม่เคยเห็นตำรวจถูกหมิ่นศักดิ์ศรีเท่านี้มาก่อน ดังนั้นตำรวจจะอยู่แบบเดิมไม่ได้ ต้องทำให้ถูกต้องตามขั้นตอน ตามกฎหมาย หากทำได้ก็ไม่ต้องสนใจใครทั้งนั้น เป็นหน้าที่ตามกระบวนการ อีกทั้งตำรวจควรมีสื่อของตัวเองที่เป็นรูปธรรม เพื่อให้ประชาชนรับรู้ว่าตำรวจทำอะไร และผู้บังคับบัญชาต้องอยู่ข้างตำรวจที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ

พล.ต. อ.สุพาสน์ อภิปรายว่า การปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจเหมาะสมหรือไม่ ที่ถูกตราหน้าว่าทำร้ายประชาชนเนื่องจากตามกฎหมายรัฐธรรม นูญ เดิมนั้นยอมให้ตำรวจทำงานได้อย่างเต็มที่ โดยให้อำนาจตำรวจมีความคล่องตัวในการปราบปรามอาชญากรรม ไม่ให้ฮึกเหิม ถือว่าเป็นต้นธารกระบวนการยุติธรรม มีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยในบ้านเมือง ส่วนศาลและอัยการมีหน้าที่อำนวยความยุติธรรมให้กับประชาชน แต่ถ้าตำรวจสงสัย กฎหมายให้ตำรวจจับกุมได้ แต่ศาลหากเกิดความสงสัยให้ปล่อยตัว

พล.ต.อ.สุพาสน์ กล่าวถึงองค์กรอิสระว่า ตั้งแต่ปี 2540 มีการจัดตั้งองค์กรอิสระเข้ามา พิจารณาความไม่ถูกต้องของข้าราชการ โดยเฉพาะป.ป.ช. กฎหมายให้ความสำคัญมาก สามารถดำเนินการทั้งวินัย และอาญา ป.ป.ช.ชี้เป็นชี้ตายตำรวจได้ แต่กับเหตุการณ์สลายกลุ่มผู้ชุมนุมนั้น ต้องพิจารณาว่าการชุมชนนั้นขัดขวางคนไม่ให้ใช้เส้นทาง หรือไม่ให้เข้าออกรัฐสภา ตำรวจต้องดำเนินการตามกฎหมาย แต่กลับไม่มีการนำเรื่องกฎหมายที่ให้อำนาจตำรวจมาพูดกัน มีแต่อ้างกติกาสากลซึ่งไม่ใช่กฎหมาย

ส่วนนายพนา กล่าวว่า กรณีเหตุการณ์วันที่ 7 ต.ค. ซึ่งตำรวจถูกตรวจสอบนั้นมีแต่คำถามที่ว่า ใครเป็นคนสั่งการ ตำรวจทำผิดอย่างไร แต่ไม่เห็นพูดถึงการกระทำของกลุ่มผู้ชุมนุมว่ามีการละเมิดกฎหมาย หรือกระทำสิ่งใดที่กระทบสิทธิผู้อื่นหรือไม่ สำหรับองค์กรอิสระนั้นเห็นว่ามีอำนาจมากเกินไป คณะกรรมการสรรหามีน้อย ส่วนใหญ่มาจากแหล่งเดียวกัน ส่วนตำรวจปรับตัวตามกระแสโลกเรื่องสิทธิมนุษยชน และอยากฝากตำรวจชั้นผู้ใหญ่ดูแลผู้น้อย คุ้มครองให้ได้รับความเป็นธรรมด้วย

ช่วงท้ายการอภิปราย พล.ต.อ.วิสุทธิ์ ได้เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมอภิปรายแสดงความคิดเห็นซึ่งก็มีข้าราชการตำรวจ อดีตข้าราชการตำรวจ ตัวแทนองค์กรหลายแห่ง ออกมาแสดงความเห็น

ด.ต. เปี๊ยก มากเมิน ตำรวจนายหนึ่ง กล่าวว่า ความอึดอัดใจเวลาออกไปปฏิบัติหน้าที่มวลชนสัมพันธ์ คือถูกถามเรื่อยๆว่าเลือกสีไหน ซึ่งตนได้ตอบกลับไปว่ามีสีเดียว คือ สีกากี อย่างไรก็ตามขอให้องค์กรตำรวจได้ช่วยดูแลตำรวจชั้นผู้น้อยด้วย เพราะเขาได้รับผลกระทบ เมื่อมีการสั่งการจะต้องปฏิบัติตาม

ด้านร.ต. ท.เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ส.ส.พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การเดินทางมาครั้งนี้มาในฐานะอดีตนายตำรวจคนหนึ่ง ที่เห็นความเดือดร้อนของตำรวจในการสลายการชุมนุมในครั้งนั้น น่าเห็นใจที่เขาปฏิบัติงานเพื่อรักษากฎหมาย รักษาความสงบเรียบร้อย แต่ตกเป็นจำเลยของสัมคม

พล.ต.ต.มานิตย์ วงษ์สมบูรณ์ อดีต ผบก.น.1 ซึ่งถูกคำสั่งให้ออกจากราชการ หลัง ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดร้ายแรงในเหตุการณ์ปะทะของกลุ่มผู้ชุมนุมสองฝ่ายหน้าเซ็นทรัล เวิลด์ สมัยรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กล่าวว่า ได้ปฏิบัติงานไปตามหน้าที่ซึ่ง ป.ป.ช. พิจารณาแล้วไม่มีความผิดตามอาญา แต่ผิดวินัยร้ายแรง ฐานใช้ความรุนแรงในการจับกุม และจับกุมผู้ชุมนุมคัดค้าน แต่ไม่จับกุมผู้ชุมนุมที่สนับสนุน จึงอยากฝากถึงสำนัก งานตำรวจแห่งชาติ ว่าต้องช่วยเหลือตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความถูกต้อง

พล.ต.อ. วิสุทธิ์ กล่าวอีกครั้งภายหลังการอภิปรายว่า การรวมตัวครั้งนี้ยังไม่มีการรวบรวมรายชื่อตำรวจและประชาชน เพื่อถอดถอนป.ป.ช. แต่อย่างใด แต่สมาคมตำรวจและผู้เกี่ยวข้องจะขอรวบรวมและตรวจสอบหลักฐานต่างๆให้ชัดเจน เสียก่อนจึงจะมาพิจารณาเรื่องการรวบรวมรายชื่อ อย่างไรก็ตามในเบื้องต้นจะได้ทำหนังสือร้องขอความเป็นธรรมในกรณีดังกล่าว เพื่อให้ป.ป.ช. พิจารณาอีกครั้ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การอภิปรายเชิงวิชาการที่ทางสมาคมตำรวจจัดครั้งนี้ มีผู้ร่วมเข้ารับฟังที่สนใจประกอบด้วยนายตำรวจทุกชั้นยศกว่าพันคน และประชาชน เข้าร่วมลงทะเบียนฟังสัมมนาจนล้นห้องประชุมใหญ่ เมื่อการสัมมนาผ่านไปประมาณ 1 ชั่วโมง ตำรวจและประชาชน ที่เดินทางมาร่วมงานครั้งนี้ ได้ทยอยลงลายมือชื่อ ณ จุดลงทะเบียน พร้อมกับยื่นสำเนาบัตรประชาชนให้เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ที่อยู่บริเวณหน้า งานด้านหน้าห้องประชุมอย่างต่อเนื่อง

ที่สำนักงานคณะกรรมการ ป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) นายกล้านรงค์ จันทิก กรรมการ ป.ป.ช. กล่าวถึงสมาคมตำรวจล่ารายชื่อถอดถอนป.ป.ช.ว่า ถือเป็นสิทธิที่ทำได้ตามกรอบของรัฐธรรมนูญ หากป.ป.ช.มีความผิดจริง คงต้องพ้นจากตำแหน่งไป แต่ขอยืนยันว่าการสอบสวนเรื่องต่างๆของป.ป.ช.นั้นเป็นไปตามขั้นตอนกระบวนการ ไม่ได้เร่งรัดเฉพาะเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เช่น กรณีไต่สวนคดีสลายม็อบหน้าสภา 7 ต.ค.2551 ยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหาใดๆกับใครเลยด้วยซ้ำ และพร้อมที่จะให้ทุกฝ่ายตรวจสอบตามกระบวนการอยู่แล้ว ส่วนสาเหตุที่มีผู้มองว่าการทำงานล่าช้านั้น มาจากมีเรื่องร้องเรียนเข้ามาจำนวนมาก และบางเรื่องมีเอกสารประกอบการพิจารณามากกว่า 4 หมื่นหน้า แต่เชื่อว่าจะดำเนินการทุกเรื่องเสร็จสิ้นภายในกรอบระยะเวลาแน่นอน

นาย วิชัย วิวิตเสวี กรรมการป.ป.ช. ในฐานะผู้รับผิดชอบสำนวนการไต่สวนเหตุการณ์สลายม็อบวันที่ 7 ต.ค. กล่าวว่า เป็นสิทธิของตำรวจที่จะยื่นถอดถอนได้ แต่ยืนยันว่าการทำหน้าที่ของป.ป.ช.ในคดีนี้ไม่มีการเร่งรัดตามที่ถูกกล่าวหา แต่เห็นว่า เป็นคดีสำคัญ ที่อยู่ในความสนใจของประชาชนจึงนำขึ้นมาพิจารณาก่อน แต่คณะกรรม การจะไม่ตัดสินคดีจากข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ หรือยึดกระแสสังคม แต่จะตัดสินตามหลักนิติธรรม และกฎหมาย

ด้านน.ส.สมลักษณ์ จัดกระบวนพล กรรมการ ป.ป.ช. กล่าวว่า ดูแล้วไม่มีเหตุผลสมควร เพราะการทำงานของป.ป.ช.ทำตามหน้าที่ ไม่ได้เลือกปฏิบัติ ทั้งนี้จะนำเรื่องที่ตำรวจเข้าชื่อเสนอถอด ถอนคณะกรรมการป.ป.ช. เข้าหารือในที่ประชุมวันที่ 20 ม.ค.

นายวิชา มหาคุณ กรรมการป.ป.ช. เจ้าของสำนวนคดีเหตุสลายการชุมนุมบริเวณหน้ารัฐสภา เมื่อวันที่ 7 ต.ค. กล่าวว่าที่ผ่านมาป.ป.ช.ได้ดำเนินการไต่สวนคดีดังกล่าวตามหน้าที่ และไม่ได้ทำอย่างรีบเร่งผิดปกติ เนื่องจากการตรวจสอบจะช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับหลักฐาน ซึ่งในคดีนี้ที่ผ่านมามีประชาชนจำนวนมากยื่นหลักฐานมาให้

ที่ ทำเนียบรัฐบาล นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวในการเป็นประธานประชุมก.ตร.ในวันที่ 21 ม.ค. จะพิจารณาโยกย้ายนายตำรวจระดับนายพลหลายตำแหน่งว่า เป็นข่าวลือ เมื่อถามย้ำว่าตำแหน่งผบช.น. จะมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ในวันที่ 21 ม.ค.นี้ไม่มี ตนยังไม่ได้เขียนชื่อใครในคำสั่งโยกย้ายสักชื่อเลย

ผู้สื่อข่าวถาม ว่า จะวางกรอบแนวทางการทำ งานให้กับตำรวจอย่างไร นายสุเทพ กล่าวว่า กำลังทำอยู่ บอกไม่ได้ รวมทั้งจะพยายามปรับปรุงคุณภาพชีวิตตำรวจ รัฐบาลดูแลตำรวจชั้นผู้น้อยอยู่แล้ว โดยได้อนุมัติงบประมาณเกือบ 2,000 ล้านบาท เพื่อสร้างที่อยู่อาศัยให้กับตำรวจชั้นผู้น้อย ต่อข้อถามว่ากรณีของพล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร.ที่ถูกป.ป.ช.ไต่สวนกรณีสลายผู้ชุมนุมเมื่อวันที่ 7 ต.ค. จะพิจารณาโยกย้ายหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ยังไม่มีความจำเป็น ผบ.ตร.ยังทำงานได้ดีอยู่

ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก ข่าวสด

 : , , ,
อ่านแล้ว : 356 ครั้ง
ติดต่อทีมข่าว : news@mthai.com
ข่าวด่วนถึงมือคุณ MThai SMS News ทันทุกเหตุการณ์ ไม่พลาดทุกข่าวร้อน
สนใจรับข่าว AIS กด *482590800 แล้วโทรออก True และ DTAC กด *4825908 แล้วโทรออก
ติดตาม ! ข่าวด่วน ข่าวดัง กระแสข่าวฮิต บน Facebook คลิกเลยที่นี่
แสดงความคิดเห็น

ล่าสุด! ระบบ Comment สามารถใส่ #hashtag ได้แล้วนะจ๊ะ

:

ข่าว MONO29

The Day

About Me

สนใจโฆษณา ติดต่อ 02-502-0700 ต่อ 7622 sme.ad@mono.co.th