ผู้สื่อข่าว Mthai News รายงานจากจังหวัดเชียงรายว่า ดร.คุณหญิง กษมา วรวรรณ พร้อมดร.เบญจลักษณ์ น้ำฟ้า รองเลขาธิการ กพฐ.ลงพื้นที่ จ.เชียงราย พบผู้แทน ACCU และผู้แทน UNESCO พร้อมเป็นประธานและร่วมประชุมการปฏิบัติการของผู้เชี่ยวชาญและบุคลากรทางการศึกษาจำนวน 37คน จาก 11ประเทศ
ได้แก่ ประเทศออสเตรเลีย บังกลาเทศ อินเดีย ญี่ปุ่น มาเลเซีย นิวซีแลนด์ ปากีสถาน ฟิลิปปินส์ สาธารณรัฐเกาหลีใต้ ไทย และ สหราชอาณาจักร ขณะที่ ประเทศแคนาดาติดภารกิจ
ซึ่งการประชุมผู้เชี่ยวชาญและบุคลากรทางการศึกษาได้อภิปรายหารือเกี่ยวกับการขับเคลื่อนการศึกษาในระดับนานาชาติ 2 ประเด็น คือ เรื่องการศึกษาเพื่อปวงชน และการศึกษาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ว่ามีความเชื่อมโยงและเสริมพลังซึ่งกันและกันอย่างไร
ขณะเดียวกันก็ได้อภิปรายหารือถึงความเป็นไปได้ เพื่อเผยแพร่ขยายผลถึงแนวทางการจัดการศึกษาการพัฒนาอย่างยั่งยืน ด้วยการจัดทำหนังสือเรื่องเล่าแห่งความหวัง เล่มที่ 3 “ความเชื่อมโยงและการเสริมพลัง” ขึ้นมาเพื่อไว้คอยเป็นแนวทางในการจัดระบบและพัฒนาการศึกษาดังกล่าว
ทั้งนี้กิจกรรมที่สำคัญยิ่งของการประชุม ก็คือ การศึกษาดูงานที่โรงเรียนบ้านสันกอง ซึ่งเป็นโรงเรียนที่มีชื่อเสียงระดับนานาชาติในฐานะที่เป็นโรงเรียนต้นแบบของการศึกษาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน
ที่ส่งเสริมให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นของในชุมชน อาทิเช่น มีการสอนนักเรียนทุกคนให้รู้จักมีความรับผิดชอบรวมทั้งรู้จักมองถึงปัญหาตั้งแต่ภายในโรงเรียน จนไปถึงครอบครัวและชุมชนที่นักเรียนได้อาศัยอยู่
ขณะเดียวกันยังฝึกหัดนักเรียนให้รู้จักการใช้ชีวิตและวิถีชีวิตร่วมกับธรรมชาติ โดยโรงเรียนเปิดโอกาส ให้นักเรียนลงมือเลี้ยงปลา หาปลา ปลูกต้นไม้พร้อมพืชกินได้ เลี้ยงไก่ หาไข่ ซึ่งส่วนหนึ่งก็เป็นอาหารให้นักเรียนได้ทานในช่วงเที่ยงทุกวัน
อีกทั้งนักเรียนยังได้มีส่วนร่วมในการลงแขกทำนาเกี่ยวข้าว ซึ่งจากการสังเกตของผู้สื่อข่าว นักเรียนก็สามารถทำนาลงแขกเกี่ยวข้าวได้ตามขั้นตอนทุกประการ โดยมีอายุเพียงแค่ 10 กว่าขวบกันเท่านั้น
ทั้งนี้การลงพื้นที่ดังกล่าว ผู้สื่อข่าว Mthai News ยังได้ลงพื้นที่บ้าน ด.ช.อาก่า เชอหมื่อ นักเรียนชั้น ป.6 อายุ 15 ปี โรงเรียนบ้านสันกอง กำพร้าพ่อ ครอบครัวอยู่รวมกัน 9 คน มีฐานะยากจน ทำอาชีพเก็บข้าวโพดอ่อนขาย อาศัยรวมกันในบ้านกั้นด้วยไม้แฝกไผ่ มุงหลังคาด้วยหญ้าคา ไม่มีแม้กระทั่ง TV
ซึ่งสิ่งอำนวยความสะดวกภายในบ้านมีเพียงหลอดไฟให้แสงสว่างเพียง 2 ดวง หม้อหุงข้าว มุ้งหลังเก่าๆ ที่นอนและผ้าห่มที่ได้รับบริจาค อาหารการกินรวมทั้งกับข้าวจะเก็บไว้กินหลายวัน ซึ่ง ด.ช.อาก่า ระบุว่า ตนจะเรียนต่อม.1 ถึงชั้น ม.3 เท่านั้น เนื่องจากบ้านไม่มีเงินส่งให้เรียน เมื่อเรียนจบชั้น ม.3 จะเลิกเรียนมาช่วยที่บ้านทำงานหาเงิน
ขณะเดียวกัน สิ่งที่ได้เรียนรู้ในโรงเรียนบ้านสันกอง ทั้งเลี้ยงปลา วิธีการจับปลาหาปลา การเกี่ยวข่าวปลูกข้าว ก็จะนำมาใช้ดำเนินชีวิตในปัจจุบันและอนาคตต่อไป โดยจะแนะนำวิธีการใช้ชีวิตดังกล่าวให้แก่ชาวบ้านเผ่าอาข่าที่อยู่ในชุมชนด้วย
![]()
เกาะติดทุกข่าวเด่น ประเด็นร้อน ในรอบวันกับ Mthainews บน facebook คลิ๊กเลย
ติดต่อทีมข่าว MThai News : news@mthai.com
สนใจรับข่าวกด *48259080066 แล้วโทรออก















































































































โรงเรียนที่ดีควรจะสอนความเป็นคน ไม่ใช่สอนแต่ความรู้
นี่แหละ คือ รร
เด็กชาวเขาเค้าบูชาครูมากมาย
เพราะพื้นฐานชีวิตเค้าลำบากตรากตรำ เค้าต้องดิ้นรนเอาตัวรอด
และสิ่งที่ทำให้เอาตัวรอดได้ คือความรู้ เค้าจึงเคารพรักและบูชาครูเป็นอย่างยิ่ง
เชื่อฟังคำสั่งสอนของครู
ขอชื่นชมแบบอย่างที่ดีของการศึกษาไทยครับ….
ความสำเร็จของการศึกษาไม่ใช่อยู่ที่ใบปริญญา…แต่อยู่ที่การนำเอาความรู้ที่ได้ศึกษาไปใช้ในการดำรงชีวิตในสังคมอย่างมีความสุขและยั่งยืน….
เป็นโรงเรียนที่เจ๋งมาก
ครูและโรงเรียนที่เป็นแบบอย่างที่ดีควรค่าแก่การยกย่อง เป็นข่าวสร้างสรรค์ที่ทำให้สังคมมีความสุข
แจ้งสมาชิกสมาชิกเว็บไซต์
เนื่องด้วยตอนนี้เกิดปัญหาจากสมาชิกบางท่านที่แสดงความคิดเห็นอันไม่พึงประสงค์ ทั้งมีการแสดงความเห็นที่หยาบคาย และบางความเห็นมีการหมิ่นสถาบันเบื้องสูง ซึ่งทางเว็บไซต์ MThai ไม่สามารถยอมให้เกิดขึ้นได้ ดังนั้น MThai จึงมีความจำเป็นที่ต้องปรับเปลี่ยนระบบการเปิดแสดงความคิดเห็น โดยทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์อนุญาตให้แสดงความคิดเห็นได้เฉพาะสมาชิกเท่านั้น เพื่อเป็นการยืนยันตนของผู้โพส หากเป็นสมาชิกแล้ว login ที่นี่ หากยังไม่เป็นสมาชิกสมัครได้ ที่นี่