
ไข้หวัด 2009
หวัด 2009 ตายอีกเป็นรายที่ 7 เป็นหญิงอายุ 37 ปีที่ราชบุรี น่าห่วงเพราะไม่ได้อยู่ในข่ายเฝ้าระวัง แยกไม่ออกกับหวัดปกติ เฝ้าดู 2วันถึงรู้ผล ยอดติดเชื้อเพิ่ม 134 ราย รวมสะสม 1,845 ราย วันเดียวเป็นนักเรียน 115 ราย “วิทยา”จี้รพ.ทั่วประเทศดูแลผู้ป่วยเต็มที่ ลั่นเพิกเฉยดำเนินคดีขั้นเด็ดขาด โพลระบุช่วงหยุดยาว คนไม่กล้าออกบ้าน-ไปตจว. งดดูหนัง-เดินตลาด
คนไทยติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิดเอ เอช1 เอ็น1 หรือไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 เสียชีวิตในประเทศไทยเป็นรายที่ 7 โดยนายมานิต นพอมรบดี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) แถลงที่ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 16.50 น. วันที่ 4 กรกฎาคม ว่าผู้หญิง อายุ 37 ปี อยู่ที่ อ.โพธาราม จ.ราชบุรี เริ่มมีอาการไข้ตั้งแต่วันที่ 26 มิถุนายนที่ผ่านมา และเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลศูนย์จังหวัดราชบุรี เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม ก่อนเสียชีวิตในเวลา 20.00 น.วันที่ 3 กรกฎาคม โดยมีอาการปอดติดเชื้อ
“หญิงผู้เสียชีวิตรายนี้ไม่ได้อยู่ในข่ายเฝ้าระวัง เป็นรายที่เพิ่งค้นพบแล้วเสียชีวิต ซึ่งต้องเข้าใจว่า ผู้ป่วยที่เข้ามารักษาด้วยอาการหวัดตามฤดูกาล และหวัด 2009 นั้น อาการแทบจะแยกไม่ออก ต้องเฝ้าดูผลอย่างน้อย 2 วัน ซึ่งต่อไป สธ.จะมีการรวบรวมกรณีผู้เสียชีวิตจากเชื้อหวัด 2009 ในแต่ละราย เพื่อนำไปวิเคราะห์หาสาเหตุการเสียชีวิตที่ชัดเจนต่อไป เนื่องจากผู้ตายส่วนใหญ่มีอาการปอดติดเชื้อ ซึ่งเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ” นายมานิต กล่าวและว่า ล่าสุดยังมีผู้ป่วยที่อยู่ในข่ายเฝ้าระวังและมีอาการน่าเป็นห่วงอีก 2 ราย คือ รายแรก อายุประมาณ 80 ปี ส่วนรายที่ 2 มีน้ำหนักเกิน 100 กิโลกรัม ซึ่งทั้ง 2 คน อยู่ในกลุ่มเสี่ยง
รศ. (พิเศษ) นพ.ทวี โชติทิพยสุนนท์ คณะทำงานด้านยุทธศาสตร์ และวิชาการ สธ. กล่าวว่า เพิ่งทราบว่ามีผู้เสียชีวิตรายที่ 7 เมื่อคืนวันที่ 3 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยมีอาการปอดติดเชื้อแทรกซ้อน เนื่องจากเชื้อเข้าทางโพรงจมูก และลงสู่ปอดอย่างรวดเร็ว โดยสาเหตุของการติดเชื้อ คาดว่า จะติดจากคนในบ้าน
ขณะที่ นพ.สมชัย นิจพาณิช รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ผู้ใกล้ชิดกับผู้ตาย จำนวน 6 ราย ซึ่งเป็นสมาชิกในครอบครัวได้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุใหม่ 2009 โดยอยู่ในข่ายที่ สธ.เฝ้าระวังได้
ก่อนหน้านี้ เวลา 09.45 น. วันเดียวกัน นายวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการ สธ. พร้อมด้วย นพ.ปราชญ์ บุญยวงศ์วิโรจน์ ปลัด สธ. นำเจ้าหน้าที่กรมควบคุมโรค ลงพื้นที่สถานีขนส่งสายเหนือ (หมอชิตใหม่) สถานีรถไฟหัวลำโพง และห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน เพื่อรณรงค์ป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ 2009 โดยแจกสมุดปกเขียวแนะนำการปฏิบัติตัวและป้องกันแก่ประชาชนที่เตรียมตัวเดิน ทางกลับภูมิลำเนาในช่วงวันหยุดยาวระหว่างวันที่ 4–8 กรกฎาคมนี้
นายวิทยา กล่าวว่า ล่าสุดมีผู้ติดเชื้อไข้หวัดใหม่สายพันธุ์ใหม่ 2009 เพิ่มอีก 134 ราย ในจำนวนนี้เป็นนักเรียน 115 ราย ส่งผลให้ประเทศไทยมีตัวเลขผู้ป่วยสะสมจำนวน 1,845 ราย เสียชีวิต 6 ราย และรักษาหายหรืออาการดีขึ้น 1,748 ราย แต่ยังมีผู้ป่วยเฝ้าระวังในโรงพยาบาล เนื่องจากอาการน่าเป็นห่วงประมาณ 10 ราย
“วันนี้ สธ. และกรุงเทพมหานคร (กทม.) ร่วมกันเร่งรณรงค์การป้องกันการติดโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ตามสถานีขนส่ง เนื่องจากเป็นวันที่มีประชาชนเดินทางออกจากกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นพื้นที่แพร่ระบาดของโรค ไปยังพื้นที่ต่างจังหวัดมากที่สุด ดังนั้น เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคมที่ผ่านมา ผมได้มอบหมายให้ นพ.ปราชญ์ ประสานไปยังโรงพยาบาลสังกัด สธ. และโรงพยาบาลเอกชน ทั่วประเทศ ให้เตรียมความพร้อมในการรักษาผู้ป่วยทุกคนที่เข้าข่ายได้รับเชื้อโรคไข้หวัด ใหญ่ตามฤดูกาล และไข้หวัดใหญ่ 2009 ให้ได้รับการอำนวยความสะดวกในการรักษาอย่างเข้มงวด และรายงานให้ สธ.รับทราบ”นายวิทยากล่าว
“โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มผู้ป่วยโรคอ้วนที่พบว่ามีอัตราการแพร่กระจายของ โรคในคนกลุ่มนี้มากขึ้น และเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากเชื้อดังกล่าวอย่างหนัก ทั้งนี้ หากตรวจพบว่าโรงพยาบาลใด ไม่ใส่ใจผู้ป่วย โดยเห็นแก่ผลประโยชน์ส่วนตัว สธ.จะใช้มาตรการทางกฎหมายดำเนินการขั้นเด็ดขาด” นายวิทยา กล่าวและว่า ล่าสุดมีเด็กจากต่างจังหวัดติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ 2009 หลังจากไปชมคอนเสิร์ตที่กรุงเทพฯ จึงได้ประสานไปยังรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้รณรงค์แจกหน้ากากอนามัยที่บริเวณหน้าลานคอนเสิร์ต เนื่องจากช่วงวันหยุดยาวอาจมีการแสดงอีกหลายเวที และฝากถึงผู้ปกครองขอให้บุตรหลานหยุดเรียนกวดวิชาในช่วงวันหยุดยาว 5 วันนี้ เพื่อเป็นการตัดวงจรการแพร่ระบาด เนื่องจากเด็กถือเป็นกลุ่มเสี่ยงที่มีการแพร่ระบาดเป็นวงกว้างในขณะนี้
ส่วนกรณีในต่างประเทศมีผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 เกิดอาการดื้อยาโอเซลทามิเวียร์ โดยรายที่ 2 ของโลก อยู่ที่นครโอซาก้า และถือเป็นรายแรกของประเทศญี่ปุ่นนั้น นายวิทยา กล่าวว่า ในส่วนของปนระเทศไทยยังไม่มีรายงานผู้ป่วยรายใดดื้อยา แต่ก็จะระมัดระวังในการใช้ยาต้านไวรัส โดยขอคำแนะนำจากนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญอย่างต่อเนื่อง
ม.ร.ว.สุขุม พันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวภายหลังไปร่วมทำความสะอาดวัดตรีทศเทพวรวิหาร เขตพระนคร ว่า หากหน่วยงานใดติดต่อร้องขอให้ กทม.เข้าไปทำความสะอาดพื้นที่ก็พร้อมดำเนินการ
วันเดียวกัน สำนักข่าวเอพีและเอเอฟพีรายงานว่า องค์การอนามัยโลก (ฮู) เปิดเผยตัวเลขผู้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ 2009 ทั่วโลกมีจำนวนเกือบ 90,000 คนแล้ว โดยตัวเลขขณะนี้อยู่ที่ 89,921 คน ใน 125 ประเทศ และเสียชีวิตแล้ว 382 ราย ฮูคาดการณ์ด้วยว่า การระบาดของเชื้อไข้หวัดใหญ่ 2009 เริ่มลดลงบ้างแล้วในบางพื้นที่เนื่องจากย่างเข้าสู่ช่วงฤดูร้อน และนักเรียนกเริ่มหยุดภาคเรียนซึ่งจะช่วยเป็นการลดการแพร่กระจายของเชื้อตาม สถานศึกษา
โดยมีรายงานว่า ที่ประเทศนิวซีแลนด์พบผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ 2009 เป็น 3 รายแรกของประเทศ เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม เช่นเดียวกับที่เอลซัลวอดอร์ที่มีรายงานยืนยันผู้เสียชีวิตจากไข้หวัดใหญ่ 2009 เป็นรายแรกของประเทศ เป็นเด็กชายวัย 9 ขวบที่เสียชีวิตตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา
“สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวน 3,479 คน ระหว่างวันที่ 1-4 กรกฎาคม เกี่ยวกับการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 พบว่า ทำให้ประชาชนมีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนถึงร้อยละ 76.29 เพราะต้องระมัดระวังตัวเอง, ดูแลลูกหลานญาติพี่น้องเพิ่มมากขึ้น ขณะที่ร้อยละ 23.71 ไม่เปลี่ยนแปลง เพราะเชื่อว่าเป็นโรคที่รักษาให้หายได้
สำหรับพฤติกรรมที่ประชาชนเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด คือ
ร้อยละ 30.24 ระวังตัวไม่อยู่ใกล้กับคนที่เป็นไข้หวัด ไอ จาม
ร้อยละ 25.67 ดูแลลูกหลานและญาติผู้ใหญ่ในเรื่องสุขภาพเพิ่มมากขึ้น
ร้อยละ 14.83 ล้างมือโดยใช้สบู่มากขึ้น
ร้อยละ 8.91 ระมัดระวังการกินอาหารนอกบ้าน ใช้ช้อนกลาง
ส่วนพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงในช่วงวันหยุดยาว
ร้อยละ 35.67 อยู่บ้านมากขึ้น ไม่ออกนอกบ้าน ไม่ไปต่างจังหวัด
ร้อยละ 30.21 หลีกเลี่ยงการไปเดิน ตลาด ชุมชนที่แออัด โรงภาพยนตร์
ร้อยละ 14.83 พักผ่อนอยู่ที่บ้าน
ขณะที่ร้อยละ 77.98 มั่นใจว่า สธ.ป้องกัน รักษา และควบคุมการระบาดได้
เมื่อเวลา 11.30น. วันที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ.2552 ที่โรงพยาบาลพระราม 9 นายแพทย์วิชัย ถาวรวัฒนยงค์ ได้แถลงข่าวถึงอาการล่าสุดของ ธนา ลิมปยารยะ หรือ เชน ไนซ์ทูมีทยู นักร้องวัยรุ่นชื่อดังสังกัดอาร์เอส ซึ่งป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ว่า ขณะนี้อาการดีขึ้นมากแล้ว โดยไม่มีอาการไข้ มีเพียงไอและหายใจหอบบ้างเล็กน้อย คาดว่าอีก 3 วันก็น่าจะกลับบ้านได้ แต่ก็ควรจะงดรับงานอีกประมาณ 7 วันเพื่อให้มั่นใจว่าหายสนิท
“อาการไอไม่น่าห่วง เพราะเป็นเรื่องธรรมดาที่หลังจากเป้นหวัด หลอดลมจะบอบบาง จึงไอได้ง่าย ที่ผ่านมาก้ให้ยาต้านไวรัส 5 วัน และแยกออกมารักษาอีก 7 วัน วันจันทร์นี้น่าจะออกจากโรงพยาบาลได้”
ด้านอาการของน.ส.พุทธิดา หรืออีฟ อีฟ ศิระฉายา บุตรสาวของเศรษฐา ศิระฉายา และอรัญญา นามวงษ์ ซึ่งป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ 2009 และเข้าพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลพญาไท 1 นั้น ล่าสุดอาการดีขึ้นมากแล้ว ไม่มีไข้ มีเพียงเจ็บคอ ไอ มีน้ำมูกเล็กน้อย และแพทย์อนุญาตให้กลับไปรักษาตัวต่อที่บ้านได้แล้ว
นพ.สวัสดิ์ อภิวัจนีวงศ์ นายแพทย์ สสจ.ยะลา เผยว่า พบผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 นอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลยะลา จากการซักประวัติผู้ป่วยแจ้งว่า เป็นนักศึกษาที่ จ.นครนายก และเดินทางกลับ จ.ยะลา เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม ที่ผ่านมา โดยรถไฟขบวนด่วนทักษิณ กรุงเทพ-สุไหงโกลก ผู้ป่วยนั่งตู้ที่ 11 ขบวนรถที่ 37 ถึงสถานีรถไฟจังหวัดยะลา เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม ประมาณ 10.00 น. ก่อนเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลยะลา เมื่อเวลาประมาณ 19.40 น. ในวันเดียวกัน โดยโรงพยาบาลยะลาแจ้งว่าได้รับผลการตรวจยืนยันทางห้องปฎิบัติการว่า เป็นผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 จากโรงพยาบาลเอกปทุม จ.ปทุมธานี ซึ่งผู้ป่วยได้เข้ารับการรักษาก่อนเดินทางกลับ จ.ยะลา
ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก
มติชนออนไลน์
MThai SMS News : ข่าวด่วนถึงมือคุณ ทันทุกเหตุการณ์ ไม่พลาดทุกข่าวร้อน
สนใจรับข่าวกด *48259080066 แล้วโทรออก ทดลองใช้ฟรี 15 วัน
สอบถามเพิ่มเติมโทร 02-1007000


ความคิดเห็นในข่าว กับ “หวัด2009 ตายรายที่ 7 น่าห่วง แยกไม่ออกหวัดปกติ”
ก็ลงข่าวตลอด แต่ก็ไม่เห็นมีมาตราการ ป้องกัน รึ กำจัด หวัด2009 อย่างจริงจังเลย มันมีแต่เพิ่มๆจำนวนผู้ติดเชื้อ…และก็ตาย อีกหน่อยคงแบ่งปั่นเชื้อโรคกันได้อย่างทั่วถึง ทุกคนไม่ต้องแย่งกัน มีเพียงพอสำหรับทุกคน ^ ^
อย่าว่าแต่เอาเงินสร้างบ้านแพนด้าเลย
ขอเศษงบประมาณที่กู้มาช่วยสักนิดก็ยังดีนะครับ อย่างน้อยให้รู้สึกของความเป็นคนหน่อย
ณ เดียวนี้ คนที่ติดหวัดธรรมดาหรือ2009
รพ ต่างจังหวัด ที่ตรวจแถบๆๆๆๆจะไม่อยากเข้าใกล้ หรือตรวจเลยแม้แต่น้อย
ไม่ทราบว่า ต้องขนาดใหน หรอถึงจะเรียกว่ารุนแรง
ข่าวที่ออกมานี่ มันรุนแรงหรอ สื่อรุนแรงหรอ แล้วจะให้สื่ออกแบบใหนหรอ
*ในเวลานี้ใข้หวัด 2009 กำลังจะหมดไปจากประเทศไทย*
*ไม่ต้องกังวนเรื่องใข้หวัดอีกต่อไป สามารถควบคุมได้ *
*เพียงประชาชน ออกนอกประเทศให้หมด แค่นี้ก็ไม่มีใข้หวัดในประเทศ*
55555555+ เหอๆ ล้อเล่นแรงไปหน่อยขออภัยด้วยเด้อ
ว่าจะไปหาหมออยู่ครับ -*-
เหมือนจะเป็นไข้ เจ็บคอ ไอ ปวดเมื่อตัว หนาวนิดๆ
สั ต ว์ มารค
นายกน่าจะเอาเงินสร้างบ้านแพนด้า มาช่วยคนติดหวัด ทำมาตรการป้องกันโรคดีกว่าไหม ไข้พิกุลกุญญาก็ทีนิงแล้วปล่อยให้ระบาด บอกไม่ใช่โรคในพรบควบคุม ก็ไม่ทำอะไร ไข้ 2009 จากไม่มีเลย ก็ปล่อยให้ระบาดวันละ 100 ตายวันละ 1 โรคไม่ร้ายแรง แต่ก็น่าจะควบคุมการแพร่ระบาด จะได้ไม่ต้องมีคนตายเพราะหวัดธรรมดาของคุณ แล้วมาอ้างที่หลังว่าภูมิคุ้มกันบกพร่องอีก ผลงานยิ่งไม่มี พอมีปัญหากลับไม่แก้
ผลของการเอานายกสมัครเล่นมาบริหาร เอาประเทศมาลองงาน ผลสุดท้ายคนเดือนร้อนคือประชาชนที่เป็นหนูทดลองของมัน
หยุดถึงวันพุธ เซง ไม่มีอะไรทำ จะออกไปเช่าหนังก็ไม่กล้าออก กลัวติดโรค
เราเป็นไข้มา3วันแล้วเมื่อเช้าวันที่4กรกฎาคมไปโรงพยาบามเอกชนแถวบางโพ ไม่ยอมรับเราบอกเตียงเต็ม เราก็ไปโรพยาบาลเอกชนแถวบางอ้ออีก เค้าบอกว่าเตียงเต็มหมดเลย ทำไม่เป็นงั้นอะเราไม่สบายจะแย่แล้วให้กินพารา แล้วกับบ้านอะตอนนี้ก็ยังไม่ดี มันจะเป็นไข้ๆๆขึ้นๆลงๆเจ็บคอ ท้องเสีย ไอมีแสหะมีเลือด ปวดข้างใน ปวดหมดไม่รู้จะทำไงใครช่วยบอกที่ หมอไม่รับเราเข้ารักษา
ขอพูดเหอะ ช ปัญญาอ่อนป่าว โรคพวกนั้นมันลุกลามเหมือนใข้หวัด 2009 มั้ย โรคพวกนั้นมีมาตราการป้องกันมั้ย
ถ้าโรคนี้ระบาดไปทั่วเมื่อไร ถึงเป็นแล้วหาย แต่ก็กลับมาเป็นอีก เป็น-หายๆๆไปเลื่อยๆ งานละครับ
โรงเรียนละครับ หมอจะวุ่นขนาดใหน ถ้าหมอติดด้วย ละ
ต่างจังหวัดละครับ เป็นไง คนแก่ที่อยู่แบบลำบาก
หน้าหนาว แล้วมาไม่สบายอีก คงไม่ร้ายแรงมั้งเนอะ
คนละดับล่างเขาต้องหากินไปวันๆเท่านั้น ไม่ร้ายแรงครับ สบายๆๆ 5555++++
ตอนนี้ที่ตรวจเจอ เกือบ 2000 คน แล้วที่ติดแล้วแต่ยังไม่รู้ตัว หรือยังไม่ได้ไปตรวจอีกกี่หมื่นคนครับ มีสมองไหมนิ เฮ้อ ผมว่าสิ้นเดือน คงเป็นแสนแล้วครับ อย่าออกไปข้างนอกเลยดีกว่า แบบนี้ ปิดโรงเรียน ไปก่อน รักษาให้มันจบๆ จะรอให้ตายเป็นพันหรือไง เวรจริงๆ
ผมนายกอภิสิทธิ์ครับ เรามาถูกทางแล้วครับพี่น้อง
ไม่น่ากลัว…คำนี้ใช้มาได้ยังไง ควรบอกว่าน่ากลัวสิถ้าไม่มารักษาต้องตายทุกราย หายเอง ไม่มีทางหรอก เข้าใจว่าจะพยายามทำให้คนไม่กลัวมาก แต่ความเป็นจริงมันน่ากลัวมากๆ มันเป็นโรคระบาดร้ายแรงนะ
โรคระบาด ยังงัยก็เป็นโรคระบาด
ป้องกันตัวเองดีที่สุด ใส่ผ้าปิดเวลาเดินที่ไหน
ไอ้พวกบร้าที่ชอบเที่ยวต่างประเทศแล้วกลับเอาเชื้อหวัดบ้านี่เข้ามา สมควรตาย ไอ้ตัวแพร่เชื้อ
อาจเป็นเพราะมนุษย์นั่นแหละเป็นคนตัดต่อพันธุกรรมมัน ทำให้มันแข้งแกร่งขึ้นหรือดื้อยานั่นเอง ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่2009 มันโหดไม่ปราณีใครติดเชื้อไม่เกิน1 เดือนตาย การแพร่พันธุ์ง่ายมันไปพร้อมกับอากาศที่เราหายใจเข้าไป มันไปทำลายปอดเชื้อนี้อาจหลุดออกมาจากห้องทดลองก้เป็นได้ หรือทำเพื่อการค้าก้อาจจะเดาได้ แต่อยากให้คนไทยเราระมัดระวังเพราะวัคซีนเราผลิตเองไม่ได้ครับ แต่ผมมองว่ามันเป็นสงครามในอนาคต ที่จะใช้เชื้อโรคเป็นอาวุธมากกว่าใช้อาวุธนิวเคียร์ ถ้าไม่มีวัคซีนทุกอย่างก็จบครับ อันนี้เป็นข้อคิดเห็น
รัฐบาลไม่มีปัญญาแก้
โง่แต่ ขยัน ชาติพังได้เหมือนกันนะครับ
ท่าน อภิสัส
เรามาถูกทางแล้ว (ทางไปนรก)
รัฐบาลห่วยมาก นี้นะที่มันควบคุมดูแลแล้ว ถ้าเป็นประเทศจีนนะ ไม่เกิน 2-3อาทิตย์เขาก็ควบคุมได้แล้ว เขากักบริเวณหมด ญาติพพี่น้องที่อยู่ใกล้คนป่วย อันนี้กรูดูหล่ะไม่ทำอะไรเลย หายดีหรือเปล่ไม่รู้ก็ปล่อยกับไปหาญาติ ไปเที่ยวหล่ะ ความสามารถแตกต่างกันจริง แล้วยังน่าด้านมาพูดอีกว่า เป็นโรคไม่น่ากลัว เป็นหวัดไม่ต้องตกใจไม่ต้องมาหาหมอก็ได้ กินยาเดียวอยู่บ้านเดียวก็หายภูมิต้านทานมาก็หายไปเอง เหอะเหอะดูมันพูด มาร์คความสามารถอย่างนี้ เหอะเหอะเห็นเม็งอยากเป็นนายกจนตัวสั่น
ขอให้คนไทยทุกๆคนจงแคล้วคาดจากโรคนี้นะ
8 แสนล้านเจียดมาซื้อหน้ากากแจกคนหน่อย อย่า งก