เหนือตอนล่าง-อีสาน มีฝนในระยะนี้ ภาคใต้ตกเล็กน้อย กทม. มีเมฆมาก

กรมอุตุนิยมวิทยา เผย ภาคเหนือตอนล่างและอีสานมีฝนตกในระยะนี้ ขณะที่ภาคใต้มีฝนน้อย – กทม.และปริมณฑล มีเมฆมาก

กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานลักษณะอากาศทั่วไป พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณภาคเหนือตอนล่าง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีฝนตกในระยะนี้ ส่วนภาคใต้มีฝนตกน้อย

สำหรับกรุงเทพฯ และปริมณฑล มีเมฆเป็นส่วนมาก อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.


กรมอุตุนิยมวิทยา เผย ภาคใต้ฝนเริ่มคลี่คลายสู่ภาวะปกติตามฤดูกาลแล้ว ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกยังตกในระยะนี้ สำหรับกทม.และปริมณฑล มีฝน 40% ของพื้นที่

กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า สถานการณ์ฝนในภาคใต้ได้คลี่คลายแล้วและเข้าสู่สภาวะปกติตามฤดูกาล สำหรับภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะมีฝนตกได้ในระยะนี้ ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนตั้งแต่จังหวัดระนองขึ้นไปมีกำลังปานกลาง โดยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง

หย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณอ่าวมะตะบัน คาดว่าจะเคลื่อนตัวเข้าใกล้ประเทศเมียนมา โดยจะอ่อนกำลังลงในระยะต่อไป ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคใต้ยังคงมีฝนตกได้ ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีกำลังแรง สำหรับลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมประเทศไทยตอนบน ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวจะมีฝนตกได้ในระยะนี้

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนเล็กน้อยถึงปานกลาง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-30 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.


กรมอุตุนิยมวิทยา เผย ภาคใต้ยังมีฝนหนักบางแห่ง ภาคกลาง ภาคตะวันออก ตกเล็กน้อย กทม.และปริมณฑล 60% ของพื้นที่

กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณภาคใต้ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนัก และปริมาณฝนที่ตกสะสม ที่อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่มได้ และขอให้ประชาชนติดตามข่าวพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาและข่าวสารจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด สำหรับภาคกลางตอนล่าง ภาคตะวันออก และกรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีฝนเล็กน้อยถึงปานกลางส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กควรงดออกจากฝั่งต่อไปอีก 1 วัน

หย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณทะเลอันดามันตอนบน คาดว่าจะเคลื่อนตัวเข้าใกล้อ่าวมะตะบัน และประเทศเมียนมา และจะอ่อนกำลังลงในระยะต่อไป ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคใต้ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีกำลังแรง สำหรับลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมประเทศไทยตอนบน ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวจะมีฝนเพิ่มขึ้น

สำหรับกรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆมาก กับมีฝนเล็กน้อยถึงปานกลาง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียสอุณหภูมิสูงสุด 28-29 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.


กรมอุตุนิยมวิทยา ระบุถึงสภาพอากาศในพื้นที่กรุงเทพมหานครในช่วงนี้มีฝนตกประปราย เป็นส่วนหนึ่งที่ได้รับอิทธิพลจากหย่อมความกดอากาศต่ำในพื้นที่ภาคใต้ตอนบน  โดยกรุงเทพมหานคร  ระหว่างวันที่ 9-12 มกราคมนี้ จะมีฝนร้อยละ 30-40 ของพื้นที่  อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 28-30 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม. /ชม.

และในช่วงวันที่ 13-15 มกราคม นี้  อากาศเย็น อุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 21-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-31 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม. /ชม.

ส่วนในพื้นที่ภาคใต้ยังคงมีปริมาณฝนตกหนัก ถึงหนักมากบางแห่งบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง และพังงา  ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก และปริมาณฝนที่ตกสะสม ที่อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ต่อเนื่องจนถึงวันที่ 10 มกราคม 2560  ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 10 มกราคม 2560  และในวันที่ 16-17 มกราคมนี้ ภาคใต้ฝั่งตะวันออก จะมีฝนเพิ่ม

ด้านทางภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ ช่วงระหว่างนี้ถึง 12 มกราคมนี้ ในบางพื้นที่อากาศยังเย็นอยู่ แต่หลังวันที่ 16-17 มกราคมนี้  จะได้รับมวลอากาศเย็นเข้ามาปกคลุม ทำให้อากาศกลับมาหนาวอีกครั้ง


กรมอุตุนิยมวิทยา เตือนภาคใต้ยังมีฝนหนัก อ่าวไทยและทะเลอันดามันคลื่นลมแรง กทม.-ปริมณฑลมีเมฆเป็น ส่วนมาก กับมีฝน ร้อยละ 60 ของพื้นที่

กรมอุตุนิยมวิทยา เตือน พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ภาคใต้ยังคงมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง บริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่ ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากซึ่งมีปริมาณฝนที่ตกสะสม และอาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ต่อเนื่องจนถึงวันที่ 10 มกราคม 2560 และขอให้ประชาชนติดตามข่าวพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กควรงดออกจากฝั่งต่อไปอีก 1-2 วัน

หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงที่ปกคลุมจังหวัดสุราษฎร์ธานี กระบี่ และพังงา คาดว่าจะเคลื่อนตัวลงสู่ทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวเมาะตะมะ ประเทศเมียนมา ในวันที่ 9-10 มกราคม 2560 ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคใต้ยังคงมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งและคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร

สำหรับกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีเมฆเป็น ส่วนมาก กับมีฝน ร้อยละ 60 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-29 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

 


ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา “ฝนตกหนักถึงหนักมากภาคใต้ตอนล่าง และคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย ” ฉบับที่ 37 ลงวันที่ 07 มกราคม 2560

มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังแรงยังคงพัดปกคลุมภาคใต้และอ่าวไทย ประกอบกับหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงที่ปกคลุมทะเลอันดามันตอนล่าง ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณภาคใต้ยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง โดยเฉพาะจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง ระนอง และพังงา ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก ปริมาณฝนที่ตกสะสม น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากที่จะเกิดขึ้น และขอให้ติดตามข่าวพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ ปริมาณฝนในบริเวณภาคใต้ตอนล่างบริเวณจังหวัดสงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส เริ่มลดลง โดยในภาพรวมของสถานการณ์ฝนในบริเวณภาคใต้จะลดลงในวันที่ 8 มกราคม 2560

สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ประชาชนบริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่ซัดเข้าหาฝั่ง ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งต่อไปอีก 1-2 วัน

อนึ่ง หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงที่ปกคลุมทะเลอันดามันตอนล่าง ดังกล่าวข้างต้นนั้น มีแนวโน้มเคลื่อนตัวทางเหนืออย่างช้าๆ คาดว่าจะเคลื่อนตัวเข้าสู่อ่าวมะตะบัน และประเทศเมียนมา ในระยะต่อไป โดยหย่อมความกดอากาศต่ำนี้ไม่เคลื่อนผ่านภาคใต้ของประเทศไทย แต่จะส่งผลกระทบทำให้ภาคใต้ฝั่งตะวันตกมีฝนตกหนักเกิดขึ้นได้

เนื้อหานี้ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง