ร้องขอคุ้มครองพยาน-เงินเยียวยา ‘คดีน้องปอนด์’ ถูกไขควงแทงดับ

Home / ข่าวทั่วไป / ร้องขอคุ้มครองพยาน-เงินเยียวยา ‘คดีน้องปอนด์’ ถูกไขควงแทงดับ

ทนาย สงกรานต์ อัจฉริยะทรัพย์ เข้าพบ ท่านธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรมเพื่อขอให้พิจารณาคุ้มครองพยาน และเงินเยียวยา ‘คดีน้องปอนด์’

วันที่ 13 มีนาคม 2560 วันนี้ เมื่อเวลา 13 : 00 น. ที่ ศูนย์บริการร่วมกระทรวงยุติธรรม ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ถนนแจ้งวัฒนะ ทนาย สงกรานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้าน การบ่อนทำลาย ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และ คณะทำงานฝ่ายกฏหมาย พามารดาของน้องปอนด์ หรือ นายธีรพงษ์ หรือ ปอนด์ อายุ 24 ปี นักศึกษา ชั้นปีที่ 4 ม.ศิลปากร ในฐานะผู้แทนโดยชอบธรรม และเป็นผู้เสียหายเข้าพบ ท่านธวัชชัย ไทยเขียวรองปลัดกระทรวงยุติธรรม ในฐานะกำกับดูแลหน่วย งานของรัฐในกระบวน การยุติธรรมเพื่อขอให้ พิจารณาการช่วยเหลือดังนี้

1.ในมาตรการคุ้มครอง พยาน

2.เงินเยียวยา ช่วยเหลือผู้เสียหายในคดี อาญาสำหรับคดีน้องปอนด์ และเพื่อนที่ถูกคนร้ายร่วม กันใช้อาวุธเป็นขวดแตก เป็นปากฉลามเข้าแทงหลาย ครั้งหมายเอาชีวิต

ด้านนายธวัชชัย กล่าวว่า ขณะนี้ยุติธรรมจังหวัดได้รับคำร้องจากญาติของนายธีรพงศ์แล้ว และจะมีการประชุมคณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทน และค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา วันที่ 28 มี.ค.โดยจะพิจารณาจ่ายเงินเยียวยาและเงินช่วยเหลือทางคดีส่วนการคุ้มครองพยาน กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพมีทีมรับเรื่องคุ้มครองพยานอยู่แล้ว ญาติต้องยื่นเรื่องเพื่อให้พิจารณาว่าจะคุ้มครองพยานในระดับใด เนื่องจากการคุ้มครองพยานอาจกระทบกับสิทธิและเสรีภาพบางประการ ซึ่งในกรณีที่ไม่ได้รับผลกระทบทางคดีมากนักก็จะใช้เพียงมาตรการดูแลความปลอดภัย

พร้อมกันนี้ “ทนายสงกานต์”ได้ออกมาเปิดโปงไลน์หลุดสั่ง 18 ผู้ต้องหาคดีฆ่า “น้องปอนด์”  จากผู้ปกครองของหนึ่งในผู้ต้องหา ว่า มีผู้ปกครองที่เป็นบุคคลมีสี ผู้มีอิทธิผล สั่งให้ผู้ต้องหาทั้งหมดปฏิเสธลอย และไปให้การในชั้นศาล แล้วจะช่วยให้หลุดพ้นจากคดี ซึ่งทนายสงกรานต์จะนำหลักฐานชิ้นนี้ส่งมอบให้ พล.ต.อ.ศรีวราห์ ภายในวันอังคารที่ 14 มี.ค.นี้

ย้อนไปถึงกรณี ‘คดีน้องปอนด์’ ซึ่งถูกกลุ่มวัยรุ่นจำนวน 18 คน บุกรุกเข้าไปในหอพัก รุมทำร้ายใช้ไขควงแทงที่ศีรษะ จนถึงแก่ความตายซึ่งผู้ก่อเหตุหลายคน เป็นลูกของผู้มีอิทธิพล หรือบุคคลมีสี จึงไม่มีความเกรงกลัวต่อกฎหมาย และก่อเหตุความรุนแรงอย่างไม่เกรงกลัวไปทั่ว อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ซึ่งอาจเกี่ยวโยงกับมูลเหตุที่มีการร้องเรียนว่าขณะนี้ยังมีความคืบหน้าในคดีดังกล่าวค่อนข้างน้อย