กต.แจงICCPRยินดีไทยก้าวหน้าสิทธิมนุษยชน

Home / ข่าวทั่วไป / กต.แจงICCPRยินดีไทยก้าวหน้าสิทธิมนุษยชน

กต. เผยแพร่ข้อสังเกต ICCPR ยินดีไทยมีความก้าวหน้าด้านสิทธิมนุษยชน แนะส่งเสริมสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง เพิ่มขึ้น ลดการจำกัดเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น

กระทรวงต่างประเทศ เผยแพร่ ข้อสังเกตของ คณะกรรมการประจำกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (International Covenant on Civil and Political Rights – ICCPR) ภายหลังจากที่คณะผู้แทนไทยได้เดินทางไปนำเสนอรายงานการปฏิบัติตามพันธกรณีภายใต้กติกา ICCPR ฉบับที่ 2 ระหว่างวันที่ 13 – 14 มีนาคม 2560 ณ นครเจนีวา โดยคณะกรรมการฯ ยินดีต่อการดำเนินการด้านสิทธิมนุษยชนของไทยในห้วงที่ผ่านมา อาทิ การจัดตั้งคณะกรรมการเพื่อติดตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ร.บ. ความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ. 2558 พ.ร.บ. กองทุนยุติธรรม พ.ศ. 2558 แผนสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ฉบับที่ 3 การเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาต่อต้านการทรมาน และการประติบัติหรือการลงโทษอื่นที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม,อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิคนพิการและพิธีสารเลือกรับของอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิคนพิการเป็นต้น

แต่ขณะเดียวกัน ได้ให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติมให้ไทยดำเนินการอย่างต่อเนื่องต่อไปในเรื่อง เช่นการยกเลิกโทษประหารชีวิต, การไม่บังคับส่งกลับผู้โยกย้ายถิ่นฐานแบบไม่ปกติสู่อันตราย, การจัดให้มีกระบวนการคัดกรองผู้โยกย้ายถิ่นฐานที่มีประสิทธิภาพ,การไม่กักตัวเด็กโยกย้ายถิ่นฐาน,การปรับปรุงสภาพและลดความแออัดของเรือนจำและห้องกัก, รวมถึงการแก้ปัญหาคนไร้รัฐ ตลอดจนแนะนำให้รัฐบาลไทยพิจารณาดำเนินการเพื่อส่งเสริมสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง เช่น การบังคับใช้รัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) และร่างรัฐธรรมนูญฯ การผลักดันกฎหมายต่อต้านการทรมานและการบังคับบุคคลให้สูญหาย การโอนคดีของพลเรือนที่เกิดขึ้นก่อนหน้าเดือนกันยายน 2559 ที่อยู่ภายใต้การพิจารณาของศาลทหารไปยังศาลยุติธรรม การลดการจำกัดเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและการจำกัดเสรีภาพในการชุมนุมโดยสันติ เป็นต้น

ทั้งนี้ กระทรวงต่างประเทศ ยืนยันรัฐบาลมีความมุ่งมั่นดำเนินงานเพื่อส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน และดำเนินงานเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนไทยอย่างต่อเนื่อง

กต.ยันไทยลุยแก้ค้ามนุษย์-หลายส่วนยินดีในความก้าวหน้า

กระทรวงต่างประะเทศ ชี้แจงความคืบหน้าการดำเนินการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ และท่าทีฝ่ายที่เกี่ยวข้อง โดยยืนยัน ประเทศไทยมีเจตนารมณ์ที่มุ่งมั่นจะแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์อย่างจริงจังต่อไป เพื่อขจัดปัญหาการค้ามนุษย์อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา รัฐบาลได้ให้ความสำคัญในลำดับแรกมาตั้งแต่ปี 2557 มีนโยบายไม่ยอมรับการค้ามนุษย์ในทุกรูปแบบอย่างสิ้นเชิง และได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างบูรณาการในแบบองค์รวมทั่วประเทศ ทั้งด้านแรงงานต่างด้าว, แรงงานในภาคประมง ,การจัดระเบียบขอทาน,การป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณีในเด็กและสตรี และการแก้ไขปัญหาสื่อลามกเด็ก โดยยึดยุทธศาสตร์ 5P ประกอบด้วย นโยบายและกลไกการนำไปสู่การปฏิบัติ (Policy),การบังคับใช้กฎหมาย (Prosecution), การคุ้มครองช่วยเหลือ (Protection), การป้องกัน (Prevention) และความร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ และระหว่างประเทศ (Partnership)

ทั้งนี้ จากการดำเนินการอย่างเข้มข้นนำไปสู่ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมนานาประการ อาทิ การจับกุมคดีค้ามนุษย์ในปี 2559 เพิ่มสูงขึ้นเป็น 333 คดี อัยการสั่งฟ้องคดีเพิ่มขึ้นร้อยละ 19.92 มีผู้กระทำผิดที่ถูกตัดสินลงโทษเพิ่มขึ้นเป็น268 ราย ยึดทรัพย์คดีค้ามนุษย์ มูลค่ากว่า 784 ล้านบาทและได้รับความชื่นชมจากหลายภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง อาทิ นายกลิน เดวีส์ เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย ที่ได้แสดงความพึงพอใจต่อการทำงานอย่างหนักของรัฐบาลไทย รวมถึงองค์กรต่างๆ อาทิ IJM,นายคริสต์ สมิธ ประธานคณะอนุกรรมาธิการแอฟริกา สาธารณสุข สิทธิมนุษยชน และองค์การระหว่างประเทศ คณะกรรมาธิการต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ และ ส.ว. บ็อบ โคเกอร์ ประธานคณะกรรมาธิการต่างประเทศ วุฒิสภาสหรัฐฯ ที่ได้แสดงความเห็นว่า ความพยายามของไทย ในการส่งเสริมความร่วมมือเพื่อต่อต้านการแสวงประโยชน์ทางเพศจากเด็กผ่านการลงนามความตกลง (NCMEC) เป็นข่าวที่ดีมาก และขอแสดงยินดีต่อความสำเร็จดังกล่าว