รวบแก๊ง “หมูบิน” หลังขึ้นลักทรัพย์บ้าน “ณวัฒน์” และอีกมากมาย

Home / ข่าวทั่วไป / รวบแก๊ง “หมูบิน” หลังขึ้นลักทรัพย์บ้าน “ณวัฒน์” และอีกมากมาย

ตำรวจสืบสวน ภ.จว.นนทบุรี ร่วมกับตำรวจปากเกร็ด จับคนร้ายแก๊ง “หมูบิน” หลังขึ้นบ้าน สร. 2 และบ้านพิธีกรชื่อดัง “ณวัฒน์ อิสรไกรศีล” ได้ของกลางนับร้อยรายการ ทั้งปืนพก สร้อยคอทองคำ เครื่องประดับจำนวนมาก รวมทั้งนาฬิกาข้อมือราคาแพงนับร้อยเรือนมูลค่าหลายล้านบาท

วันนี้ (2 เม.ย. 60) ที่ ห้องประชุมใหญ่ สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจ ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมตัว นายณัฐ หรือโต้ง ชาหอม อายุ 39 ปี หัวหน้าแก๊งหมูบิน ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดนนทบุรีที่ 155/2560 ลงวันที่ 1 เม.ย. 2560 นายกีรติ หรือแจ็ค กุมพล อายุ 38 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดนนทบุรีที่ 156/2560 ลงวันที่ 1 เม.ย. 2560 โดยร่วมกันลักทรัพย์ในเคหสถานเวลากลางคืนโดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์นั้น โดยใช้ยานพาหนะเพิ่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือพาทรัพย์นั้นไป หริอเพื่อให้พ้นการจับกุม

ทั้งนี้ได้ยึดของกลางประกอบด้วย รถยนต์โตโยต้า คัมรี่ รุ่นไฮบริด สีขาว แผ่นป้ายทะเบียนนับสิบแผ่น โทรศัพท์มือถือ อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน นาฬิกาข้อมือ เครื่องประดับ พระเครื่อง ปากกา รวมของกลางทั้งหมด 151 รายการ โดยจับกุมตัวทั้งสองคนได้ที่รีสอรต์แห่งหนึ่งในจังหวัดฉะเชิงเทรา ขณะมาเช่าหลบซ่อนตัว

โดยนายโต้งหัวหน้าแก๊งค์กับนายแจ็ค ลูกน้องและพรรคพวกอีก 2 คน ที่ถูกจับกุมตัวไปก่อนหน้านี้ได้ก่อเหตุตระเวรลักทรัพย์มานับครั้งไม่ถ้วนในเขต ภาค 1 ภาค 2 ภาค 7 รวมทั้งในเขตกรุงเทพมหานคร และที่สำคัญคือคนร้ายแก๊งค์นี้ออกอาละวาดลักทรัพย์ที่บ้านของ พล.อ.ประวิทย์ วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่ย่านมีนบุรี ได้ทรัพย์สินเป็นนาฬิการาคาแพง ก่อนจะบุกเข้าไปลักทรัพย์ที่บ้านของพิธีกรชื่อดัง นายณวัฒน์ อิสรไกรศีล ที่บ้านในจังหวัดสมุทรปราการ ได้ทรัพย์สินไปกว่า 10 ล้านบาท ก่อนหลบหนีไป

จนกระทั่งล่าสุดนายโต้งกับนายแจ็ค ได้ออกก่อเหตุอีกในช่วงกลางดึก วันที่ 10 มี.ค. ที่ผ่านมา โดยขับรถยนต์โตโยต้า สีขาว รุ่นคัมรี่ ไฮบริด ติดป้ายทะเบียนปลอมเข้าไปลักทรัพย์ภายในหมู่บ้านเมืองทองธานี โครงการ 2 ซอย 2 หมู่ 9 ต.บางพูด ต.ปากเกร็ด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี โดยงัดตู้เซฟและได้ลักทรัพย์สินไปจำนวน 15 รายการ รวมมูลค่า 1,292,500 บาท

จากนั้นวันที่ 13 มี .ค. 60 เวลากลางวัน บุกเข้าไปลักทรัพย์ภายในหมู่บ้านสายลม หมู่ 5 อ.ปากเกร็ด ได้ทรัพย์สินไป 14 รายการ รวมมูลค่า 1,821,700 บาท จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันสืบสวนจากภาพกล้องวงจรปิดจึงพบว่า ทั้งสองคนเป็นคนร้ายจึงนำกำลังเข้าจับกุมตัวได้เมื่อกลางดึกของคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา ที่รีสอรต์ในจังหวัดฉะเชิงเทรา ก่อนนำตัวมาสอบสวนขยายผลและตามยึดของกลางได้เป็นจำนวนมาก

ด้าน นายณวัฒน์ อิศรไกลศีล ผอ.กองประกวดมีสแกรนด์และพิธีกรชื่อดัง พร้อมผู้เสียหายอีกหลายสิบคนได้เดินทางมาที่ สภ.ปากเกร็ด พร้อมตรวจดูของกลางนับร้อยรายการในตู้โชว์ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจตามกลับคืนมาได้ โดยผู้เสียหายหลายรายสามารถชี้ยืนยันทรัพย์สินของตนเองได้บางส่วน ขณะที่นายณวัฒน์ เองกล่าวว่า เท่าที่ตรวจสอบไม่พบทรัพย์สินของตนเองเลยจึงหันไปถามนายโต้งหัวหน้าแก๊งค์หมูบินว่า เอาทรัพย์สินของตนไปขายที่ไหน นายโต้งจึงตอบว่า หลังจากที่ได้ทรัพย์สินของ นายณวัฒน์ ไปแล้ว วันรุ่งขึ้นกลายเป็นข่าวโด่งดัง ตนจึงหลบหนีไปอยู่ฝั่งอรัญประเทศ โดยเช่าโรงแรมหรูชื่อโรงแรม “นากา”  ข้างล่างเป็นบ่อนขนาดใหญ่ นำทรัพย์สินของนายณวัฒน์ ขายไปทั้งหมดได้เงินมาราว 2 ล้านบาท ก่อนใช้กิน เที่ยวเตร่  เล่นการพนันจนหมด  เมื่อเรื่องเงียบลงจึงข้ามกลับมาฝั่งไทยร่วมกับพวกออกก่อเหตุลักทรัพย์ตามหมู่บ้านหรูได้เงินมาก็แบ่งกันกับลูกน้องก่อนแยกย้ายกันไปใช้เงินเมื่อเงินหมดก็ออกมาก่อเหตุแบบนี้อีก

พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ รอง ผบช.ภ.1 เปิดเผยว่า ผู้ต้องหากลุ่มนี้ชื่อแก๊งค์หมูบิน ก่อเหตุในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ส่วนใหญ่ก่อเหตุในเวลากลางวันเลือกบ้านที่ไม่มีคนอยู่และมีรถยนต์ราคาแพงจอดไว้ โดยขับตะเวนดูหลายๆรอบ รวมทั้งหมู่บ้านที่ไม่มี รปภ.หรือมีรปภ.แต่ไม่เข้มงวด จะสังเกตุบ้านที่ดูมีฐานะแล้วลงมือใช้อุปกรณ์ที่เตรียมมางัดแงะด้วยความชำนาญ ส่วนรถยนต์ก็จะเปลี่ยนป้ายทะเบียนไปเรื่อยๆ โดยใช้ป้ายทะเบียนรถที่ขโมยมา

สำหรับทรัพย์สินที่ลักมาได้จะนำออกไปจำหน่ายที่ประเทศเพื่อนบ้าน ตามบ่อนการพนัน พื้นที่ที่เคยก่อเหตุมี จ.นนทบุรี 2 ครั้ง , จ.สมุทรปราการ 7 ครั้ง, จ.ปทุมธานี 1 ครั้ง, จ.ฉะเชิงเทรา 2 ครั้ง, จ.ชลบุรีและพัทยารวม 3 ครั้ง, จ.นครราชสีมา 3 ครั้ง และพื้นที่ กทม.จำนวน 6 ครั้ง

น.ส.จุรีรัตน์ ลี้สกุลรักษ์ หนึ่งในผู้เสียหาย ที่หมู่บ้านนันทวัน ศรีนครินทร์ กล่าวว่า สำหรับบ้านของตนคนร้ายก่อเหตุเมื่อปลายปี 2559 ได้ทรัพย์สินเป็นนาฬิกาข้อมือจำนวน 18 เรือน เป็นมูลค่ากว่า 15 ล้านบาท วันนี้ที่มาตรวจดูของกลางพบว่ามีนาฬิกาของตนเหลืออยู่ 3 เรือน ที่เหลือคาดว่าคนร้ายน่าจะนำไปขายหมดแล้ว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คนไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ที่หมู่บ้านสายลม ถนนแจ้งวัฒนะ และหมู่บ้านเมืองทองธานี ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ปากเกร็ด เพื่อส่งดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป ส่วนของกลางทั้งหมดที่ได้มาจากการจับกุมผู้เสียหายสามารถติดต่อขอตรวจสอบได้ที่ สภ.ปากเกร็ด ตามวันและเวลาราชการ