ร้อง ‘ปวีณา’! ช่วยลูกสาว 8ขวบ ตกอาคารเรียนชั้น 3 อาการสาหัส

แม่ร้อง ‘ปวีณา’ ช่วยเหลือลูกสาววัย 8 ขวบ ตกอาคารเรียนชั้น 3 อาการสาหัส เผยโรงเรียนให้เซ็นเอกสารไม่ติดใจในการดำเนินคดีอาญา

เมื่อเวลา 14.00น.วันที่ 4 เม.ย. 60 ที่มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ถ.รังสิต-นครนายก (คลอง7) ต.ลำผักกูด อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี นางเพิ่มพูน อ่อนจู อายุ 41 ปี พนักงานบริษัท ทอสเท็มไทย จำกัดภายในสวนอุตสาหกรรมนวนคร มารดา ของด.ญ.เกศรินทร์ แก่นแจ่ม หรือน้องเอย อายุ 8 ปี อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 59/48 ม.13 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เข้าร้องทุกข์ขอความช่วยเหลือจากนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ว่าลูกสาวตกตึกที่โรงเรียนจารุศรบํารุง ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี จากชั้น 3 ของอาคารเรียนจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ต้องผ่าตัดสมองถึง 3 ครั้ง จนถึงขณะนี้ยังไม่รู้สึกตัวและยังคงนอนรักษาตัวอยู่ห้อง ICU ของรพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ

นางเพิ่มพูน เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 9 มี.ค.60 เวลาประมาณ 12.00 น. ตนได้รับแจ้งจากครูประจำชั้นโรงเรียน ว่า ด.ญ.เกศรินทร์ แก่นแจ่ม อายุ 8 ปีลูกสาวได้ตกตึกจากช่องบันได อาการเรียนชั้น 3 ขณะนี้ทางหน่วยกู้ภัยได้นำตัวส่งไปที่รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ หมอระบุว่า ศีรษะลูกสาวได้รับการกระแทก กระโหลกศีรษะข้างซ้ายร้าวและแตกต้องทำการผ่าตัดสมอง ซึ่งในขณะนั้นตนเห็นสภาพลูกสาวมีเลือดเต็มเสื้อ ไม่รู้สึกตัว

ต่อมาเช้าของวันที่ 10 มี.ค. 60 หมอได้ผ่าตัดศีรษะด้านขาวอีก เนื่องจากพบว่ามีเลือดคลั่ง จากนั้นอีก 2 วัน หมอพบว่ามีความดันในสมองเพิ่มขึ้น และได้ทำการผ่าตัดอีกครั้ง อาการความดันในสมองลดลงจากเดิม รวมการผ่าตัดสมองลูกสาวไปแล้วถึง 3 ครั้ง อาการดีขึ้นในระดับหนึ่ง แต่จะต้องใช้ระยะการรักษาอีกยาวนาน ซึ่งหลังเกิดเหตุวันที่ 9 มี.ค. 60 ทาง โรงเรียน ได้นำเงินช่วยเหลือมา จำนวน 10,000 บาท และวันที่ 20 มี.ค. 60 โรงเรียน ได้นำเงินจากประกันอุบัติเหตุของลูกสาวที่ทำไว้กับทางโรงเรียน มามอบให้ จำนวน 15,000 บาท และวันที่ 24 มี.ค. 60 ทางโรงเรียนได้นำเงินซึ่งเป็นเงินครูที่ช่วยเหลือลูกศิษย์มาช่วยเหลืออีก 150,000 บาท และได้ให้ตนเซ็นเอกสารฉบับหนึ่ง ที่ สภ.คลองหลวง

โดยระบุว่า ตนจะไม่ติดใจในการดำเนินคดีอาญา ซึ่งในตอนนั้นตนคิดว่าลูกสาวคงจะรักษาหายเป็นปกติได้ แต่ต่อมาเมื่อวานวันที่ 3 เม.ย. 60 หมอได้ทำการเจาะคอ และเจาะหน้าท้องเพื่อให้อาหารทางสายยาง ซึ่งจะต้องรักษาในระยะยาว และอาจจะไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ในอนาคตอาจจะเป็นผู้ป่วยติดเตียงไปตลอด ขณะนี้ได้ใช้เงินในการรักษาลูกสาวไปแล้ว 60,000 กว่าบาท ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายส่วนเกินจากบัตรทอง และใช้จ่ายค่ารถในการเดินทางไปเยี่ยมลูกสาวอีกในแต่ละวัน และตนก็ต้องหยุดงานเพื่อคอยไปดูแลลูกสาวตั้งแต่วันที่ลูกสาวประสบอุบัติเหตุ จึงได้เข้ามาขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิปวีณาฯ สาเหตุที่แท้จริงว่าลูกสาวตกอาการเรียนได้อย่างไร และอยากให้ทางโรงเรียนรับผิดชอบค่ารักษาลูกสาวที่จะต้องรักษาในระยะยาว

ทางด้าน นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ได้ประสาน นายธีร์ ภวังคนันท์ หัวหน้าศูนย์เฉพาะกิจคุ้มครองและช่วยเหลือเด็กนักเรียน (ฉก.ชน.) กระทรวงศึกษาธิการ เพื่อประสานงานกับทางเขตพื้นที่การศึกษาของ ด.ญ.เกศรินทร์ แก่นแจ่ม อายุ 8 ปี เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงหาสาเหตุการตกจากอาคารเรียนและพิจารณาให้การช่วยเหลือทางครอบครัว พร้อมกันนี้ได้ประสานสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดปทุมธานี และ เพื่อเดินทางเข้าเยี่ยมอาการของ ด.ญ.เกศรินทร์ แก่นแจ่ม ที่รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ในวันที่ 5 เม.ย. นี้ เวลา 11.00 น. ก่อนบูรณาการให้การช่วยเหลือร่วมกันต่อไป

ขออนุญาตใช้เนื้อหา
เนื้อหานี้ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง