ดีเดย์วันนี้ !! ใครไม่คาดเข็มขัดนิรภัย จับจริง

 5 เม.ย. ดีเดย์ จับปรับจริงคนขับและผู้โดยสารที่ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย ตามนโยบาย คสช. ย้ำช่วยลดการบาดเจ็บเมื่อเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน

พลตำรวจโทวิทยา ประยงค์พันธ์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า จะบังคับใช้กฎหมายนี้อย่างจริงจัง โดยทุกคนในรถ ทั้งรถยนต์ส่วนตัว และรถโดยสารสาธารณะ จะต้องคาดเข็มขัดนิรภัย หากฝ่าฝืนจะมีโทษปรับคนละ 500 บาท ส่วนรถโดยสารขนาดใหญ่ผู้โดยสารที่ไม่คาดเข็มขัด มีโทษปรับสูงสุดถึง 5,000 บาท แต่ตำรวจจะไม่มุ่งเน้นการจับปรับ ในช่วงแรกจะเป็นการตักเตือน และปรับตั้งแต่ 100-400 บาท

ภาพประกอบข่าว

พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รองผบช.น.) ดูแลงานจราจร กล่าวว่า สำหรับการบังคับใช้กฎหมายกรณีผู้โดยสารรถจะต้องคาดเข็มขัดนิรภัยทุกคนตามคำสั่ง มาตรา 44 ซึ่งทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้สั่งการให้เริ่มดำเนินการจับปรับตั้งแต่วันที่ 5 เม.ย.60 นี้เป็นต้นไป ที่ผ่านมาหลังมีคำสั่ง คสช. ก็ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้อง ศึกษาข้อกฎหมายให้แม่นยำ รวมทั้งประชาสัมพันธ์ แนะนำผู้ขับขี่มาระยะหนึ่ง ซึ่งในข้อหาไม่คาดเข็มขัดนิรภัยนี้ มีรถที่ต้องกวดขันทั้งตามพ.ร.บ.รถยนต์และพ.ร.บ.ขนส่งทางบก

โดยรถที่จดทะเบียนตามพ.ร.บ.รถยนต์อัตราค่าปรับสำหรับคนขับและคนโดยสารจะปรับไม่เกิน 500 บาท/คน ได้แก่ รถเก๋ง รถกระบะ รถแท็กซี่ ซึ่งถือเป็นรถที่จดทะเบียนตามพ.ร.บ.รถยนต์ ส่วนรถที่จดทะเบียนตามพ.ร.บ.ขนส่ง ได้แก่ รถตู้โดยสารสาธารณะ รถโดยสารขนาดใหญ่ เช่น รถทัวร์ รวมไปถึงรถบรรทุกสินค้า จะมีอัตราค่าปรับที่สูงคือปรับไม่เกิน 5,000 บาท/คน โดยไม่ว่าจะเป็นรถชนิดใด ตามกฎหมายถือว่าผู้ขับขี่จะต้องรับผิดชอบต่อคนโดยสาร โดยหากคนโดยสารไม่คาดเข็มขัด จะมีความผิดฐานไม่จัดให้ผู้โดยสารรัดเข็มขัดนิรภัยเพิ่มอีก 1 ข้อหา

พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ระบุว่า อย่างไรก็ตามในทางปฎิบัติ เจ้าหน้าที่คงไม่สามารถไปเปิดประตูรถดูทุกคันได้ ซึ่งใช้การจับกุมในกรณีเป็นเหตุซึ่งหน้า หรือมีการตั้งด่าน ที่เจ้าของรถจะต้องลดกระจกลงเมื่อผ่านด่าน ก็จะทำให้มองเห็นว่ามีการปฎิบัติตามกฎหมายหรือไม่ นอกจากนี้ในส่วนของรถโดยสาร ไม่ว่าจะเป็นรถแท็กซี่ รถตู้ รถทัวร์ คนขับรถมีหน้าที่ต้องแจ้งต่อผู้โดยสารไม่ว่าจะบอกกล่าวทางวาจา หรือติดป้ายเตือนไว้ภายในรถ ในจุดที่ผู้โดยสารสามารถมองเห็นได้ หากผู้โดยสารไม่ยอมปฏิบัติตาม จะถือว่าผู้โดยสารกระทำผิดกฎหมายจราจรต้องจ่ายค่าปรับเอง โดยที่คนขับไม่ต้องรับผิดชอบ

โดยมีการยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ไม่ได้ใช้มาตรการดังกล่าว เป็นเครื่องมือหากิน แต่ทำเพื่อความปลอดภัยเพื่อผู้ใช้รถ รวมถึงสร้างภาพลักษณ์ใหม่ เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยต่อผู้ใช้รถใช้ถนน เนื่องจากการคาดเข็มขัดนิรภัยจะช่วยลดการบาดเจ็บได้เมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้นได้

ขออนุญาตใช้เนื้อหา
เนื้อหานี้ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง