อัดกันเละ!! ประยุทธ์-ผู้จัดการ ซัดใครห่วยกันแน่

ประยุทธ์ จันทร์โอชา

MThai News : กลายเป็นประเด็นร้อนระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก กับ ASTV ผู้จัดการรายวัน หลังจากการให้สัมภาษณ์ของ พล.อ.ประยุทธ์ ถึงกรณีสถานการณ์ชายแดนไทยกัมพูชา

ตอนหนึ่งในบทสัมภาษณ์ เมื่อนักข่าวถามถึงกรณีที่กลุ่มคนไทยหัวใจรักชาติ รักษาแผ่นดินที่มีนายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ เป็นแกนนำประกาศชุมนุมใหญ่ในวันที่ 21 มกราคมนี้ เพื่อคัดค้านคำพิพากษาของศาลโลกในคดีปราสาทเขาพระวิหาร

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ตนไม่ใส่ใจ และไม่สนใจ ถ้าทำได้ก็ทำไป หรือมีช่องทางทำได้ก็ทำไป แต่ต้องไปดูกฎหมายและกติกาโลกว่าอย่างไร ถามว่าเป็นรัฐบาลหรือเปล่า ถ้าเป็นรัฐบาลคงต้องฟัง แต่เมื่อไม่ได้เป็นรัฐบาลก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ส่วนกลุ่มผู้ชุมนุมจะเชิญชวนให้ประชาชนมาร่วมชุมนุมก็เชิญไป แต่ถ้าเป็นทหารไปร่วมชุมนุม ตนก็จะต้องลงโทษ เพราะตนไม่ให้ไป ทั้งนี้จะต้องปฏิบัติตามกฎหมายทุกประการ ใครมีอำนาจตามกฎหมายก็ทำในกรอบที่มีอยู่ในส่วนของตนเองให้ดีที่สุด”

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า “ไม่มีใครอยากให้ประเทศชาติเสียหาย ดังนั้นมองเจตนาคนให้มันดีหน่อย เช่นหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ ผมบอกได้เลยว่า มันเขียนห่วย ด่าผมอย่างโน้นอย่างนี้ เอาอะไรมาด่าผม เอาศักดิ์ศรีอะไรมาด่าผม ทำไมรักประเทศชาติอยู่คนเดียวหรืออย่างไร ไปดูพฤติกรรมตัวเองเป็นอย่างไรกันบ้าง ผมทนมานานพอสมควรแล้ว ทั้งนี้การทำงานของ 7 กอง กำลังชายแดนทำตามแผนงานของกองทัพบกเพื่อให้ทำงานครอบคลุมทุกพื้นที่ แต่ละปีมีการพัฒนาแผนว่า จะขยับกำลังตรงไหน อย่างไร เพื่อให้เกิดความปลอดภัยทั้งสองประเทศ และเตรียมการ แต่ไม่ใช่ว่า จะไปรุกรานต่อกัน สิ่งที่ทำวันนี้เพื่อป้องกันภัยคุกคามรูปแบบใหม่ ปัญหาตลอดชายแดนที่ท่านเป็นห่วง แต่ผมเป็นห่วงยิ่งกว่าท่าน เพราะเป็นหน้าที่ผม ผมเป็นคนรับผิดชอบ ทุกคนก็ห่วงใยมาตามสายงานด้านความมั่นคง ถ้าไม่ห่วงคงไปต้องลงพื้นที่ คงสั่งอย่างเดียว” (ที่มา : มติชนออนไลน์ 10 มกราคม 2556)

…………………………………………………………….

astv

หลังจากมีบทสัมภาษณ์ดังกล่าวออกไป ทาง ASTV ผู้จัดการรายวัน ได้ออกแถลงการณ์ โดยมีการพาดหัวอย่างดุเดือดไม่แพ้กัน

“ไอ้ผู้จัดการห่วย หรือ ไอ้ ผบ.ทบ.ชื่อประยุทธ์ จันทรโอชาห่วยกันแน่”

โดยในแถลงการณ์ เอเอสทีวีผู้จัดการ มีข้อความดังนี้

เป็นเรื่องน่าสะทกสะท้อนใจยิ่งนักที่นายทหารผู้ยิ่งใหญ่อย่าง พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบกเกิดอาการเหวี่ยงวีนปรี๊ดแตกเจาะจงใส่สื่อมวลชนในเครือเอเอสทีวีผู้จัดการไม่ต่างอะไรกับหญิงสาวทั้งหลายที่มีอาการสติแตกพาลคนรอบข้างเวลาฮอร์โมนพุ่งยามปวดท้องประจำเดือน

เมื่อนายทหารท่านนี้รับไม่ได้กับข้อเท็จจริงในการนำเสนอข่าวการปฏิบัติหน้าที่ ผบ.ทบ.ของตนที่ล้มเหลวในทุกๆ เรื่อง โดยไม่สามารถที่จะนำข้อเท็จจริงใดๆ มาแสดงผลงานอันเป็นรูปธรรมให้สังคมไทยได้ประจักษ์

แทนที่จะเร่งจัดการจุดอ่อนในเรื่องต่างๆ ให้เข้ารูปเข้ารอยซึ่งประโยชน์ย่อมตกแก่ประเทศชาติเต็มๆ กลับเลือกที่จะบริภาษสื่อที่กล้าเป็นกระจกสะท้อนการทำงานซึ่งเป็นนิสัยเดิมๆ ที่ ผบ.ทบ.คนนี้มักจะทำเป็นประจำคือขู่คำรามใส่สื่อ เพียงแต่คราวนี้คงจะอัดอั้นมากถึงกับระบุชื่อ”ผู้จัดการ”ออกมาอย่างเฉพาะเจาะจงพร้อมด้วยคำนำหน้าว่า”ไอ้”

และน่าหวั่นใจแทนประเทศไทย ประชาชนคนไทย และ ทหารหาญของกองทัพไทยเข้าไปใหญ่ กับถ้อยแถลงและพฤติกรรมอันแสดงถึงทัศนคติอันคับแคบ ดูถูกดูแคลน ต่อกระบวนการพิทักษ์รักษาอธิปไตยชาติไทยของภาคประชาชน ราวกับว่าเป็นการคลั่งชาติอย่างไม่มีเหตุผล ไม่มีการศึกษาข้อกฏหมาย และ เป็นชนวนยั่วยุให้เกิดสงคราม ถึงกับประกาศจะเอาผิดกับทหารในกองทัพถ้ามีการพบว่าได้เข้าร่วมในกระบวนการดังกล่าว ซึ่งพลเอกประยุทธ์อ้างว่าผิดกฎหมายซึ่งก็ไม่รู้ว่ามีกฎหมายข้อไหนในรัฐธรรมนูญระบุเอาไว้ว่าห้ามประชาชนหรือทหารไทยทำการชุมนุมเพื่อรักษาอธิปไตยของไทย ในทางตรงข้าม นี่ควรจะเป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคนไม่ว่าจะเป็นทหารและพลเรือน

พลเอกประยุทธ์ประกาศออกมาว่าภาคประชาชนไม่ใช่รัฐบาลจึงไม่มีความจำเป็นต้องฟังข้อเรียกร้องและข้อเสนอแนะ และนั่นย่อมหมายรวมไปถึงข้อเสนอแนะจากสื่อมวลชนและนักวิชาการที่นำอาข้อเท็จจริง ข้อมูลเชิงลึก แผนที่เปรียบเทียบ หลักฐานเขตแดนและคำพิพากษาของศาลโลก ข้อได้เปรียบเสียเปรียบของการรักษาอธิปไตยมาตีแผ่ โดยเป็นข้อโต้แย้งที่แม้แต่รัฐบาลก็ไม่อาจที่จะปฏิเสธได้

นั่นสะท้อนออกมาอยางชัดเจนว่าพลเอกประยุทธ์มิได้เอาอธิปไตยของชาติเป็นใหญ่หากแต่พร้อมที่จะสนองภาคการเมืองที่เต็มไปด้วยผลประโยชน์ของนักการเมืองพรรคการเมืองและกลุ่มทุนเหนืออธิปไตยของชาติเพียงอย่างเดียว

แน่นอนการรักชาติไม่สามารถผูกขาดไว้คนเดียวได้ แต่วิธีรักชาติของ ผบ.ทบ.ท่านนี้ดังที่ยกมาได้สร้างความน่ากังขากับสังคมไทยยิ่งนัก โดยได้อ้างกรณีการวางยุทธศาสตร์รอบเขาพระวิหารที่ผ่านมาว่าได้ขยับปรับกำลังเพื่อให้สองประเทศ กล่าวคือไทยและกัมพูชาปลอดภัยไม่ได้มารุกรานต่อกัน

ข้อกล่าวอ้างนี้ตรงกันข้ามกับความจริงที่คนระดับ ผบ.ทบ.อย่างพลเอกประยุทธ์ ผู้เคยผ่านกองกำลังบูรพาที่ดูแลชายแดนฝังตะวันออกไทย-เขมร น่าจะรู้ดีกว่าใครว่าไทยเราได้เสียส่วนบนของเขาพระวิหารให้แก่เขมรตามคำตัดสินศาลโลก เราไม่เคยล้ำแดนเข้าไปสร้างสิ่งปลูกสร้างหรือตั้งกำลังทหารในแดนเขมร หากแต่เขมรเป็นฝ่ายล้ำแดนเข้ามาตลอดเวลา ซ้ำร้ายเขมรยังเปิดฉากยิงโจมตีทหารและพลเรือนไทยก่อนขณะที่ทางไทยได้รับคำสั่งให้ตอบโต้นัดต่อนัดเท่านั้น

วันนี้ชาวบ้านที่ภูมิซรอลทุกคนพร้อมลุกขึ้นสู้ พร้อมตายในแผ่นดินที่เกิดที่เติบโตที่เก็บเกี่ยว ไม่หลีกลี้หนีหน้าไปไหน พากันขุดบังเกอร์รักษาที่มั่นและต้องการการสนับสนุนจากภาคประชาชนทั้งประเทศและโดยเฉพาะอย่างยิ่งกำลังทหารเพื่อความอุ่นใจความปลอดภัยในทรัพย์สินและสวัสดิภาพ แต่การเข้าไปตรวจพื้นที่ของพลเอกประยุทธ์ กลับทำราวกับว่าคนไทยเหล่านี้คืออริราชศัตรูฝั่งตรงข้าม

ทั้งนี้ ไม่มีใครอยากให้เกิดสงคราม แต่ในเรื่องอธิปไตยของชาติก็เป็นเรื่องหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้แต่ในประเทศเพื่อนบ้านในละแวกใกล้เคียงที่มีกรณีพิพาทอย่างจีนกับญี่ปุ่น จีนกับเวียดนามและฟิลิปปินส์ หรือไกลข้ามมหาสมุทรอย่างอังกฤษและอาร์เจนติน่า ทั้งภาคการเมือง ทหารและประชาชนล้วนเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกันคือรักษาอธิปไตยของชาติตน มีแต่ประเทศไทยประเทศเดียวที่ภาคประชาชนถูกทิ้งให้ปกป้องชาติตามลำพัง ภาคการเมืองพากันลอยตัวและกลับเอนเอียงไปฝั่งเขมร ในขณะที่ทหารไทยล้วนแต่รู้สึกอึดอัดแต่ไม่รู้จะทำอย่างไรเมื่อมีแม่ทัพอย่าง ผบ.ทบ.ท่านนี้

ดังนั้นเมื่อพลเอกประยุทธ์ถามว่าสื่อมวลชนในเครือผู้จัดการอย่างเราเอาศักดิ์ศรีอะไรมาวิพากษ์วิจารณ์ตน ก็อยากจะบอกว่าเราเอาศักดิ์ศรีของสื่อมวลชนที่ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาในการปกป้องประโยชน์ของประเทศชาติ ราชบัลลังก์ และสิทธิของประชาชนคนไทยทั้งประเทศ

การทำหน้าที่สื่อยืนหยัดเพื่อความถูกต้องของพวกเราได้ผ่านการพิสูจน์ทดสอบและเชี่ยวกรำมาแล้วในทุกรูปแบบ ไม่เว้นแม้แต่การถูกปองร้ายการพยายามลอบสังหารอย่างอุกอาจจากผู้เสียประโยชน์หลายฝ่าย หากแต่บททดสอบของพลเอกประยุทธ์นั้นยังมิได้ผ่านการทดสอบเลยสักเรื่อง

ในเรื่องศักดิ์ศรีที่พลเอกประยุทธ์ท่านถือนักถือหนานั้นอยากจะถามท่านกลับไปเหมือนกันว่าศักดิ์ศรีความเป็นผู้นำกองทัพขอท่านอยู่ตรงไหน
-ในเรื่องชายแดนเขมรก็ดังที่ได้กล่าวข้างต้นไปแล้ว
-ในเรื่องภาคใต้จนบัดนี้เรือเหาะตรวจการที่ท่านเป็นผู้อนุมัติส่งซื้อก็ยังบินไม่ได้ ซ้ำร้ายเกือบพานักข่าวไปตาย ยังไม่นับรวมถึงเรื่องประสิทธภาพของอาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆ ที่ทหารชั้นผู้น้อยต้องนำไปรักษาความสงบและปกป้องสวัสดิภาพของตัวเอง
-ในเรื่องความเป็นธรรมให้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชา จนบัดนี้ทหารหาญที่เสียชีวิตและบาดเจ็บจากการรักษาความสงบเรียบร้อยถูกอาวุธสงครามและการประชาทัณฑ์จากม็อบติดอาวุธที่เผาบ้านเผาเมืองก็ยังคงไม่ได้รับการเหลียวแล ซ้ำรายยังต้องตกเป็นจำเลยโดยที่ผู้บังคับบัญชาอย่างพลเอกประยุทธ์ไม่รู้ร้อนรู้หนาว ไม่ใส่ใจ ขณะที่คนร้ายเผาบ้านเผาเมืองได้รับการชดเชยเยียวยาเป็นเงินถึงรายละ 7 ล้านกว่าบาท
-ในเรื่องการพิทักษ์สถาบันที่พลเอกประยุทธ์พยายามสร้างภาพให้สัมภาษณ์เมื่อถึงคราวเรื่องกระทบถึงเบื้องสูงและสะเทือนใจคนไทยทั้งประเทศอย่างกรณีที่รัฐมีคำสั่งห้ามหน่วยงานต่างๆ จุดพลุเฉลิมพระเกียรติวันที่ 5 ธันวาฯ เมื่อปีกลายก็เงียบเฉย หรือกรณีที่พลเอกชัยสิทธิ์ ชินวัตร แบบอ้างถ้วยพระราชทานมอบรางวัลให้นักมวยที่บ่อนมาเก๊าร่วมกับทักษิณ ชินวัตร นักโทษหนีคดี ก็นิ่งเฉยปิดปากสนิท ดีแต่ปากดีกับสื่อมวลชนและประชาชนที่ไม่มีอำนาจใดในมือ
-ในเรื่องการวางตัวก็เปลี่ยนภาพจากทหารของพระราชาทหารของประชาชนมาเป็นข้าราชการการเมือง เดินตามนักการเมืองต้อยๆ ให้คนเขาดูถูกและเป็นที่น่าอดสูแก่ผู้ใต้บังคับบัญชา

ที่น่าอดสูที่สุดคือ พลเอกประยุทธ์กลับสำคัญตัวเองผิดว่าตนคือกองทัพ และกองทัพคือตนเอง การเอาแต่ตนเองเป็นที่ตั้งโดยไม่ใส่ใจต่อนายทหารระดับปฏิบัติการนั้น เป็นที่รู้ดีกันทั้งกองทัพ ถ้าไม่มัวแต่หลงอยู่ในคำเยินยอของทหารที่ใกล้ชิดและนักการเมืองแล้วพลเอกประยุทธ์คงจะต้องอกแตกตายหากจะต้องเจอกับโลกความเป็นจริงว่าไม่เป็นที่ต้อนรับของทั้งทหารในระดับปฏิบัติการและทหารชั้นผู้น้อย ไม่เป็นที่ศรัทธาและโปรดปรานของประชาชนไม่ว่าจะเป็นสีใดกลุ่มใด แต่อาจกำลังขึ้นหม้อเป็นที่ถูกใจของใครบางคนที่อยู่ดูไบก็เป็นได้

ท้ายสุดนี้ เราขอฝากถึงท่าน ผบ.ทบ.ด้วยว่าถ้าคิดว่าตนเองดีกว่าใครรู้ทุกเรื่องทำไมไม่เห็นจะแก้ไขปัญหาได้สักเรื่อง ในทางตรงข้ามมีแต่ความล้มเหลวที่สะท้อนกลับมาอย่างเป็นรูปธรรมแทนที่ แล้วยังมาอวดเก่งอวดอำนาจบาตรใหญ่ขู่คำรามแสดงความเจ้ายศเจ้าอย่างผิดที่ผิดเวลาเสียอีก

วันนี้เชื่อว่าไม่ต้องพูดไป เสียงจากสังคมคงจะดังสะท้อนอยู่ในใจทุกคนกันแล้วว่า ไอ้ผู้จัดการมันเขียนห่วย หรือไอ้ ผบ.ทบ.ที่ชื่อประยุทธ์ จันทร์โอชาคนนี้มันห่วยกันแน่! (ที่มา : ASTVผู้จัดการออนไลน์  11 มกราคม 2556 )

MThai News

 : , ,
ติดต่อทีมข่าว : news@mthai.com
ข่าวด่วนถึงมือคุณ MThai SMS News ทันทุกเหตุการณ์ ไม่พลาดทุกข่าวร้อน
สนใจรับข่าว AIS กด *482590800 แล้วโทรออก True และ DTAC กด *4825908 แล้วโทรออก
ติดตาม ! ข่าวด่วน ข่าวดัง กระแสข่าวฮิต บน Facebook คลิกเลยที่นี่
แสดงความคิดเห็น

แจ้งสมาชิกสมาชิกเว็บไซต์

เนื่องด้วยตอนนี้เกิดปัญหาจากสมาชิกบางท่านที่แสดงความคิดเห็นอันไม่พึงประสงค์ ทั้งมีการแสดงความเห็นที่หยาบคาย และบางความเห็นมีการหมิ่นสถาบันเบื้องสูง ซึ่งทางเว็บไซต์ MThai ไม่สามารถยอมให้เกิดขึ้นได้ ดังนั้น MThai จึงมีความจำเป็นที่ต้องปรับเปลี่ยนระบบการเปิดแสดงความคิดเห็น โดยทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์อนุญาตให้แสดงความคิดเห็นได้เฉพาะสมาชิกเท่านั้น เพื่อเป็นการยืนยันตนของผู้โพส หากเป็นสมาชิกแล้ว login ที่นี่ หากยังไม่เป็นสมาชิกสมัครได้ ที่นี่

ข่าวภาคซ่าส์

MThai ข่าวภาคซ่าส์

About Me

คลิปข่าว

ผีสิงเพื่อน มาอำลาครั้งสุดท้าย หลังตายกระทันหัน(ชมคลิป)
ผีสิงเพื่อน มาอำลาครั้งสุดท้าย หลังตายกระทันหัน(ชมคลิป) ชาวสังคมออนไลน์แชร์คลิป วิญญาณน้องเมย์ รัชดา เข้าสิงเพื่อนพร้อมอำลาเป็นครั้งสุดท้าย
คลิป หนุ่มโวยไปรษณีย์ไทย เหตุพับพัสดุ จนเสียหาย
คลิป หนุ่มโวยไปรษณีย์ไทย เหตุพับพัสดุ จนเสียหาย ทั้งๆ มีข้อความเขียนกำกับเตือน
สนใจโฆษณา ติดต่อ 02-502-0700 ต่อ 7622 sme.ad@mono.co.th