ค่าเยียวยายังวุ่นข้ามปี! ชาวบ้านหวั่นซ้ำรอย แผนจัดการน้ำล่าช้า
Mthainews: ปริมาณฝนที่ตกต่อเนื่องในภาคเหนือตอนบนช่วงเดือนมิถุนายน เริ่มเป็นสัญญาณอันตรายเมื่อน้ำทะลัก เข้าท่วมในเขตจังหวัดพิษณุโลก และสุโขทัย ตั้งแต่ต้นเดือนมิถุนายน ถึงจะยังไม่หนักหนาสาหัส แต่ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงต้องเตรียมรับมือ เฝ้าระวังปัญหาอุทกภัยในปี 2555 รวมทั้งพื้นที่ปลายน้ำ อยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี ที่ปริมาณน้ำฝนเริ่มมาอีกครั้งไม่ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย
แม้ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะกล่าวยืนยันว่า ในปีนี้น้ำจะไม่ท่วมหนักเหมือนปีที่ผ่านมา โดยได้มีการตรวจเยี่ยม ติดตามโครงการแก้มลิงพื้นที่ 7,000 ไร่ ของกรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ อ.เสนา และอ.บางบาล สร้างความเชื่อมั่นต่อแนวทางป้องกันน้ำท่วม เตรียมรับมือกับสถานการณ์ พร้อมกับทำแผนอพยพสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคเอกชนก็ตาม
แต่ภัยธรรมชาติก็ไม่มีใครคาดเดาได้ว่า ปริมาณน้ำจะมีมากเหมือนปีที่ผ่านมาหรือไม่ สิ่งที่ทำได้ก็คือการรับมือป้องกัน ไม่ให้ท่วมซ้ำแล้วซ้ำเล่า การแจ้งเตือน และเฝ้าระวังจึงเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญ ไม่ให้เกิดขึ้นอีก ตามคำทำนายต่างๆ อาทิคำพยากรณ์ ที่โหรนิตยสารสกุลไทย ฉบับที่ 2983 ระบุว่า
“เหตุการณ์เช่นเดิมนี้เกิดขึ้นอีกครั้งในเดือนมิถุนายน กรกฎาคม สิงหาคม กันยายน ตุลาคม พฤศจิกายน และธันวาคม ประชาชนชาวไทยที่ยากจนต้องเผชิญความทุกข์ยากที่หนักและรุนแรงกว่าปีก่อนๆ เสียหายทั่วทั้งประเทศ เฉลี่ยไปทั่วนับว่าเป็นทุพภิกขภัย”
อย่างไรก็ตาม เมื่อมองตามหลักความจริง หากปริมาณน้ำเท่ากับปีที่ผ่านมา และการบริหารจัดการแบบเดิม น้ำจะท่วมน้อยลง เนื่องจากปัจจัยของปริมาณน้ำในเขื่อนใหญ่ ที่มีอิทธิพลต่อภาคกลางมีน้อยกว่า แต่ก็คงต้องไม่ชะล่าใจ เตรียมตัวเตรียมการณ์ตั้งรับกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายซ้ำอีก
เพราะความเสียหาย และการเยียวยาในปีที่ผ่านมา ยังคงคาราคาซังยืดเยื้อมาถึงปัจจุบัน จนกลุ่มชาวบ้านหลายอำเภอใน จ.นนทบุรี ปทุมธานี ปิดถนนประท้วงไม่พอใจการจ่ายเงินชดเชยบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยที่ไม่เป็นธรรม ที่เงินช่วยเหลือแต่ละบ้านต่างกันมาก เป็นเหตุให้ชาวบ้านต่างไม่พอใจไม่ขอรับเงิน แต่มารวมตัวปิดถนนเรียกร้องกับทางการ
ชาวบ้าน 2 ชุมชน ปิดถนนพหลโยธิน-ลำลูกกา จี้รัฐจ่ายเงินเยียวยา
อีกทั้งโครงการแผนจัดการน้ำยังคงเป็นไปด้วยความล่าช้า บางโครงการเพิ่งจะมีมติอนุมติงบฯ ไปเมื่อวันที่ 5 มิ.ย. ที่ผ่านมา อาทิแผนบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา 8 ลุ่มน้ำ 265,888 ล้านบาท และแผนบริหารจัดการน้ำใน 17 ลุ่มน้ำที่เหลือ วงเงิน 40,000 ล้านบาท รวมเป็นวงเงิน 305,888 ล้านบาทนอกจากนี้ยังมีงบเพื่อใช้เยียวยา ฟื้นฟู และป้องกันความเสียหายจากอุทกภัยอย่างบูรณาการ วงเงิน 120,000 ล้านบาท ที่มีการเบิกจ่ายเพียงมีการเบิกจ่ายเพียง 63,156 ล้านบาท
จนปัจจุบัน ชาวบ้านจึงยังไม่มีความเชื่อมั่นในการบริหารจัดการ สอดคล้องกับผลสำรวจของเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เปิดเผยผลวิจัยเชิงสำรวจ เรื่อง แผนป้องกันน้ำท่วมปีนี้และการปรับคณะรัฐมนตรีในสายตาประชาชน
พบว่ากว่า 70.7% เชื่อว่าปีนี้น้ำจะท่วมอีก และไม่เชื่อมั่นรัฐบาลยิ่งลักษณ์จะเอาอยู่
ฉะนั้น สิ่งที่รัฐบาลเคยพูดอะไรไว้ ต้องช่วยเหลือดูแลอย่างดีที่สุด โดยเฉพาะชาวปทุมธานีที่แบกรับภาระน้ำท่วมขัง ซึ่งท่านนายกยิ่งลักษณ์เอง เคยกล่าวไว้ว่า
จะดูแลอย่างดีที่สุด ต้องรีบแก้ไขปัญหาก่อนที่จะลุกลามบานปลาย วุ่นวายเป็นม็อบชาวบ้านในหลายๆพื้นที่ รวมทั้งฟื้นคืนความเชื่อมั่นให้กับประชาชนกลับคืนมา
Pic: rawangpai.com
![]()
เกาะติดทุกข่าวเด่น ประเด็นร้อน ในรอบวันกับ Mthainews บน facebook คลิ๊กเลย
ติดต่อทีมข่าว MThai News : news@mthai.com
สนใจรับข่าวกด *48259080066 แล้วโทรออก











แจ้งสมาชิกสมาชิกเว็บไซต์
เนื่องด้วยตอนนี้เกิดปัญหาจากสมาชิกบางท่านที่แสดงความคิดเห็นอันไม่พึงประสงค์ ทั้งมีการแสดงความเห็นที่หยาบคาย และบางความเห็นมีการหมิ่นสถาบันเบื้องสูง ซึ่งทางเว็บไซต์ MThai ไม่สามารถยอมให้เกิดขึ้นได้ ดังนั้น MThai จึงมีความจำเป็นที่ต้องปรับเปลี่ยนระบบการเปิดแสดงความคิดเห็น โดยทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์อนุญาตให้แสดงความคิดเห็นได้เฉพาะสมาชิกเท่านั้น เพื่อเป็นการยืนยันตนของผู้โพส หากเป็นสมาชิกแล้ว login ที่นี่ หากยังไม่เป็นสมาชิกสมัครได้ ที่นี่