จับตาอวสานคดีแพรวา 2 ก.ค.นี้ ทวงความยุติธรรม 9 ศพ ต้องไม่ตายฟรี
Mthainews: คดีสะเทือนขวัญ คืนวันที่ 27 ธ.ค.53 กรณี น.ส.แพรวา(นามสมมุติ) เยาวชนอายุ 18 ปี ขับรถยนต์ฮอนด้าซีวิค ชนรถตู้โดยสาร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต – อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 9 ศพ บนทางยกระดับโทลล์เวย์ขาเข้า ช่วงด้านหน้าสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ ยังคงยืดเยื้อ ยาวนานผ่านมาเป็นเวลากว่า 2 ปี ด้วยการแก้ต่างของทนายของจำเลย ที่งัดหลักฐานต่อสู้คดี ทั้งแถลงการณ์สองฉบับ อธิบายเป็นอย่างดีว่า อุบัติเหตุครั้งนี้ ผู้ถูกกล่าวหาไม่ได้ขับชนรถตู้คันดังกล่าว และไม่ได้เล่นบีบี อย่างที่ภาพปรากฎแต่อย่างใด
อย่างไรก็ดี สังคมต่างต้องการรู้ว่า บทลงโทษ จะลงเอยอย่างไร ในกระบวนการยุติธรรม แม้ว่าก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะตั้งข้อหา ประมาทขับรถชนคนตาย และไม่มีใบอนุญาติขับขี่ แต่จำเลยได้ให้การปฏิเสธข้อกล่าวหาคือ ขับรถโดยประมาท และ โทรศัพท์ขณะขับรถ ระหว่างเข้าให้ศาลสอบปากคำ เมื่อ 8 กรกฎาคม 2554
นอกจากนี้ ทางมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ยังเป็นโจทย์ร่วมคดี เพื่อทวงความยุติธรรมให้กับผู้เสียชีวิต ช่วยเหลือจ่ายค่าตอบแทนแก่ครอบครัวผู้เสียหายตาม พ.ร.บ.ค่าตอบแทนผู้เสียหายอีกทางหนึ่ง
และต้องการให้คดีนี้เป็นบรรทัดฐานของสังคม ไม่ให้มีการเลือกปฏิบัติไม่ว่าจะยากดีมีจน ต้องรับโทษเท่าเทียมกันหากมีความผิดจริง
คดีนี้อัยการยื่นฟ้องสรุปว่า จำเลยได้กระทำประมาทโดยปราศจากความระมัดระวังที่บุคคลในภาวะปกติจะต้องมีตามวิสัยและพฤติการณ์ และจำเลยอาจใช้ความระมัดระวังเช่นนั้นได้แต่หาได้ใช้เพียงพอไม่ โดยจำเลยไม่ขับรถในช่องทางซ้าย เมื่อมาถึงบริเวณแยกทางลงบางเขน ช่วงมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้เปลี่ยนช่องทางไปมา เปลี่ยนช่องทางจากช่องทางขวาสุดเพื่อมาทางซ้ายถัดมา และยังเปลี่ยนกลับไปยังช่องทางขวาอีกครั้ง เป็นเหตุให้รถยนต์ซีวิคของจำเลยพุ่งเข้าชนรถยนต์ตู้ เป็นคนขับทำให้รถยนต์ตู้เสียหลักหมุนไปชนขอบกั้นทางโทลล์เวย์ พลิกคว่ำพังเสียหาย คนขับรถตู้โดยสารและผู้โดยสารภายในรถยนต์ตู้กระเด็นออกจากตัวตกจากทางด่วนเสียชีวิตรวม 9 คน และบาดเจ็บสาหัสจำนวนหนึ่ง
ส่วนรถยนต์ของจำเลยแฉลบเลยจากรถยนต์ตู้ประมาณ 50 เมตร นอกจากนี้ ก่อนเกิดเหตุจำเลยยังได้ใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับรถยนต์ โดยมีหลักฐานเป็นรายงานการใช้โทรศัพท์มือถือของจำเลย ชั้นสอบสวนจำเลยให้การปฏิเสธทั้ง 2 ข้อหา
ความสูญเสียในฝั่งของญาติผู้เสียชีวิต ต่างรอความหวังว่า ศาลจะเอาผิดจำเลยได้ ทั้งพยานหลักฐานที่เป็นประจักษ์พยาน แต่เวลาที่ยืดเยื้อ ยาวนานเกินไปทำให้ นายนิรัตน์ สุดธนกิจ บิดาของ น.ส.ตรอง สุดธนกิจ 1 ใน 9 ผู้เสียชีวิต นอนกอดรูปบุตรสาว และหลับไปอย่างสงบทั้งที่ไม่มีโรคประจำตัวร้ายแรงเมื่อ31 มี.ค. 2555 จึงเชื่อว่าการเสียชีวิตครั้งนี้ เป็นการตรอมใจตายตามลูก
หลังเกิดเหตุ ในสังคมออนไลน์ ยังมีการตั้งเพจประณาม และทวงความยุติธรรม ด้วยการที่มีสกุลดัง และพยายามใช้ทนายแก้ต่าง จึงหวั่นกันว่า คดีนี้ คนตายอาจจะตายฟรี ซึ่งต้องจับตาดูว่า วันที่ 2 ก.ค.นี้ ศาลจะมีคำพิพากษาเป็นที่พอใจทั้งสองฝ่ายหรือไม่ หลังจากที่เลื่อนมาเพื่อให้ทั้งสองฝ่ายใช้วิธีไกล่เกลี่ยเรื่องค่าสินไหมทดแทน ตามพรบ.ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง และวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัวกลาง พ.ศ.2553 มาตรา132
![]()
เกาะติดทุกข่าวเด่น ประเด็นร้อน ในรอบวันกับ Mthainews บน facebook คลิ๊กเลย
ติดต่อทีมข่าว MThai News : news@mthai.com
สนใจรับข่าวกด *48259080066 แล้วโทรออก












แจ้งสมาชิกสมาชิกเว็บไซต์
เนื่องด้วยตอนนี้เกิดปัญหาจากสมาชิกบางท่านที่แสดงความคิดเห็นอันไม่พึงประสงค์ ทั้งมีการแสดงความเห็นที่หยาบคาย และบางความเห็นมีการหมิ่นสถาบันเบื้องสูง ซึ่งทางเว็บไซต์ MThai ไม่สามารถยอมให้เกิดขึ้นได้ ดังนั้น MThai จึงมีความจำเป็นที่ต้องปรับเปลี่ยนระบบการเปิดแสดงความคิดเห็น โดยทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์อนุญาตให้แสดงความคิดเห็นได้เฉพาะสมาชิกเท่านั้น เพื่อเป็นการยืนยันตนของผู้โพส หากเป็นสมาชิกแล้ว login ที่นี่ หากยังไม่เป็นสมาชิกสมัครได้ ที่นี่