จากสนามรบเป็นสนามการค้า เมื่อความสัมพันธ์ ไทย-เขมรดีขึ้น
Mthainews: ความสัมพันธ์ทางการเมืองในประเทศ ที่ผ่านมาจะได้ยินมาเสมอถึงความ “ปรองดอง”ของคนในชาติ เริ่มตั้งแต่เหตุการณ์ชุมนุมของคนเสื้อแดงเมื่อปี 2553 เป็นต้นมา เพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม แต่ดูเหมือนว่า การโจมตีทางการเมืองยังคงเกิดขึ้นไม่สิ้นสุด โดยเฉพาะสงครามน้ำลายใส่ร้ายกันไปมาในหลายช่องทางสื่อ
แต่ในขณะเดียวกัน ความสัมพันธ์ของรัฐบาลกับต่างชาติ โดยเฉพาะเพื่อนบ้านที่เป็นปัญหามาจากปมเขาพระวิหาร รวมถึงคนไทย 7 คนที่ถูกจับที่ชายแดนเขมร ก็คลี่คลาย มีความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศในเชิงบวก ส่วนหนึ่งเป็นผลพวงมาจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีของไทย ที่ยังคงมีความสัมพันธ์ที่ดีกับสมเด็จฮุน เซน นายกฯ กัมพูชา เห็นได้จาก กลุ่มเสื้อแดง นปช.นับหมื่น ทะลักเข้าแดนเขมร ร่วมรดน้ำ “ทักษิณ” เมื่อสงกรานต์ที่ผ่านมา
ในทางกลับกัน การที่รัฐบาลกัมพูชา อนุญาตให้คนเสื้อแดง เข้าไปเคลื่อนไหวรวมตัวทางการเมืองก็มีการวิเคราะห์กันว่า อาจสร้างความไม่พอใจให้กับชาวกัมพูชาส่วนหนึ่งที่เข้าไปแทรกแซง รวมทั้งวุ่นวายกับกิจการของประเทศ อีกทั้งการแสดงออกทางการเมืองของกัมพูชาสนับสนุนฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งชัดเจน หากมีการเปลี่ยนขั้วรัฐบาลขึ้นมาแล้ว จะเกิดอะไรขึ้น จะกลายเป็นเดิมพันอันตราย
ในอดีตที่ผ่านมา ไทยมีปัญหากับประเทศกัมพูชา โดยมีความถี่ในการปะทะของทหารของทั้งสองฝ่ายอยู่เรื่อยมา ข้อพิพาทโต้แย้ง “ปราสาทพระวิหาร” ของทั้งสองฝ่ายก่อให้เกิดการต่อสู้ ทั้งทางกระบวนการกฎหมายในศาลโลก และการปะทะของทหารแบบไร้ข้อยุติ กลายเป็นคู่รักคู่แค้น กันเรื่อยมา
แน่นอนว่า การที่นักการเมืองไปญาติดีกับคู่พิพาทนั้น เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ กันอย่างหนักว่า เป็น “คนไทย ใจเขมร” โดยเฉพาะคลิป ส.ส.เพื่อไทย และแกนนำนปช.เข้าพบฮุนเซนแทบจะก้มไปกราบเท้าโผล่ยูทูป และล่าสุด สื่อเขมรยังรายงานข่าว พร้อมนำรูปที่ถ่ายคู่กันของ นายนัม ลินาล ลูกชายของนักการเมืองใหญ่ของกัมพูชา กับ น.ส.ชยาภา วงศ์สวัสดิ์ ลูกสาวของ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรีของไทย เป็นความสัมพันธ์ส่วนตัวที่หลายคนก็อดไม่ได้ที่จะโยงเข้าสู่ประเด็นการเมืองการเมือง
ความตึงเครียดระหว่างสองประเทศกลับคลายลงอย่างเห็นได้ชัด มีการถอนทหารออกจากพื้นที่พิพาท และการจุดชนวนปะทะกันก็ลดน้อยลง
อย่างไรก็ดี การเปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้า เป็นสัญาณที่ดี และทั้งสองฝ่ายจะได้ประโยชน์จากการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community: AEC) ในปี 2558 กระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุน ยกระดับจุดผ่าน แดนถาวร/ด่านสากล และการจัดตั้งตลาดชายแดนบริเวณจุดผ่านแดนสำคัญ ตลอดจนการขนส่งสินค้าและผู้โดยสารข้ามพรมแดน ระหว่างกัน ส่งผลดีต่อทั้งเศรษฐกิจ การเมือง ซึ่งหากทั้งสองฝ่ายรักษาความสัมพันธ์เช่นนี้ต่อไป แน่นอนว่า จากคู่รบคู่แค้น จะกลายเป็นเพื่อนบ้านที่ดีเป็นคู่ค้าสำคัญของไทยในอนาคต
pic: http://news.xinhuanet.com
![]()
เกาะติดทุกข่าวเด่น ประเด็นร้อน ในรอบวันกับ Mthainews บน facebook คลิ๊กเลย
ติดต่อทีมข่าว MThai News : news@mthai.com
สนใจรับข่าวกด *48259080066 แล้วโทรออก











เดียว ทักกี้ ก็ โฟน อิน มา บอก ให้ คน ไทย กราบไหว้ เขมร แทน ไหว้พระ
นายกคนอื่น เขาเปลียนสนามรบ เป็นสนามการค้า บ้านเมืองสงบ มีความสุข
แต่ ปชป. เปลียนสนามการค้า เป็นสนามรบ ชอบการคลั่งชาติผิดยุค ผิดสมัย พาประเทศชาติตกต่ำ บ้านเมืองวุ่นว่าย
ทั้งหมดมันก็แค่ละครที่ฮุนเซนกับทักษิณร่วมกันเขียนบท ถ้าใครดูไม่ออกก็ควายแท้ๆ ใครที่ญาติดีกับเขมรได้ บอกได้เลยว่าสันดานต้องเหมือนกันแน่ ระวังไว้เถอะเมื่อตัวชั่วสองตัวจับมือปรองดองกัน ประเทศชาติจะวิบัติ ป่านนี้คงนั่งแบ่งผลประโยชน์กันอยู่ แต่สุดท้ายแล้วจริงๆ เสือสองตัวย่อมอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้ แล้วจะรู้ว่าใครเลวถึงใจกว่ากัน งานนี้ต้องมีคนโดนหักหลังตอนจบ
เงินเราก็จะไปอยู่ในเขมร ตรวจสอบยากส์
จะทำอะไรก็ทำไป…แต่อย่ามายุ่งกับแผ่นดินประเทศไทยแม้แต่ตารางนิ้วเดียวจำใส่สมองทื่อๆ ของมรึงไว้..ไอ้สาสสสสส
แหล่ง ปิโตรเลียมในพื้นที่ทับซ้อนไทย-เขมรนี่แหละที่ “มหาอำนาจ” ทั้งตะวันออก-ตะวันตกหวังตะครุบกันตาเป็นมัน ไม่อย่างนั้น ยูเนสโกก็ดี คณะกรรมการมรดกโลกก็ดี คณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติก็ดี คงไม่ตัดสินอะไรๆ ออกมาเอียงจนทุเรศอย่างนั้นหรอก
.
ถามว่า “ทักษิณเป็นวิญญาณที่วนเวียนอยู่กับแหล่งพลังงานในอ่าวไทย โดยเฉพาะในเขตพื้นที่ทับซ้อนไทย-เขมร ชนิดไม่ยอมไปผุดไปเกิด จริงไหม?”
ตอบว่า…จริง ล้านเปอร์เซ็นต์!
.
ท่าน จำได้มั้ย พอเพื่อไทยชนะเลือกตั้ง ฮุน เซน ก็ “เสือกข้ามประเทศ” เถื่อนจนไม่รู้จักคำว่ามรรยาท พลิกท่าทีกับไทยแบบถ่อยๆ ห้ามสื่อทุกชนิดในพนมเปญวิพากษ์รัฐบาลน้องสาวทักษิณ แล้วกวักมือเรียกทหาร เรียกรัฐมนตรีต่างประเทศของไทยไปเจรจาในปัญหาที่คาค้าง
^
ซึ่งนี่มัน ชัดว่า ฮุน เซน ไม่ได้ “คิดดี-ทำดีกับไทย” ที่ทำให้เห็นว่าดีนั้น มันเป็นการ “คิดสมคบ-ทำสมคบ” กับทักษิณผ่านความเป็นประเทศไทยในผลประโยชน์ร่วมตะหาก
ยิ่งถึงขนาดจะ ไปบอกศาลโลกว่า ที่จะให้ประเทศที่ ๓ มาเป็นตัวกลางนั้น..ไม่ต้องแล้ว นั่นยิ่งชัด ที่แสดงตนเป็นปฏิปักษ์ต่อไทยมาตลอดนั้น ไม่ใช่ปฏิปักษ์จาก “เหตุผลทางความเป็นจริง”
หากแต่สร้างเงื่อนไขเป็น “เหตุผลสมคบ” เพื่อเป็นทัพสมทบร่วมตีขนาบ “รัฐบาลอภิสิทธิ์” เจตนาเปิดทางให้ “พรรคเพื่อไทย” ของทักษิณ เข้าควบคุมประเทศได้เร็วๆ
^
นั่นคือ อำนาจทักษิณคืนมาเร็วเท่าไหร่ ผลประโยชน์ร่วมกัน ระหว่างทักษิณ-ฮุน เซน ด้านพลังงานในพื้นที่ซับซ้อนซึ่งเคยตกลงกันไว้ แต่ค้างคาในข้อปลีกย่อยเรื่องส่วนแบ่งเปอร์เซ็นต์
ก็จะได้ “ปิดดีล” กันเสียที!
คงไม่นานเกินรอ เขมรคงจะเต็มบ้านเต็มเมืองเราแน่แท้ หรือ เผลอๆอาจจะมาอำนาจเหนือกว่าคนไทยก็เป็นได้ ไม่นาเกินรอ เพราะผู้ที่มีบุญคุณล้นเหลืออย่า ท่านสมเด็จนั้น หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้วในโลกนี้ เอาไว้ผมกลับมาได้เมื่อไหรผมจะทดแทนบุญคุณอันยิ่งใหญ่นี้ อย่าหามิได้เลยครับ พระคุณท่าน ฮุน cen
(#2804357) ไอหน้า..ทำรู้ดี
เขียนสะดูดีเลยวะ……….รู้ทั้งรู้กันอยู่ว่าสาเหตุได้ถึงได้เป็นแบบนี้
แจ้งสมาชิกสมาชิกเว็บไซต์
เนื่องด้วยตอนนี้เกิดปัญหาจากสมาชิกบางท่านที่แสดงความคิดเห็นอันไม่พึงประสงค์ ทั้งมีการแสดงความเห็นที่หยาบคาย และบางความเห็นมีการหมิ่นสถาบันเบื้องสูง ซึ่งทางเว็บไซต์ MThai ไม่สามารถยอมให้เกิดขึ้นได้ ดังนั้น MThai จึงมีความจำเป็นที่ต้องปรับเปลี่ยนระบบการเปิดแสดงความคิดเห็น โดยทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์อนุญาตให้แสดงความคิดเห็นได้เฉพาะสมาชิกเท่านั้น เพื่อเป็นการยืนยันตนของผู้โพส หากเป็นสมาชิกแล้ว login ที่นี่ หากยังไม่เป็นสมาชิกสมัครได้ ที่นี่