สพฐ.ลุยต่อเนื่อง จับมือ ญี่ปุ่น ทหาร ปภ.กู้ภัย ขนครู เด็ก เมืองกาญฯซ้อมหนีรับมือภัยพิบัติ
Mthainews: ถือเป็นภูมิภาคสุดท้ายของซ้อมอพยพนักเรียนหนีภัยพิบัติธรรมชาติ และสอดแทรกองค์ความรู้ให้แก่นักเรียนรวมทั้งครูทั้งภาคกลาง ตลอดจนจากทุกภาคทั่วประเทศก่อนหน้านี้ กับการลงพื้นที่ของ ผู้เชี่ยวชาญ JICA ของโครงการพัฒนาศักยภาพภัยพิบัติจากญี่ปุ่น ที่ลุยผลักดันเรื่องการให้ความรู้ความเข้าใจกับนักเรียน ครู ในการต่อสู้กับภัยต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง
โดยการลงพื้นที่ โรงเรียนบ้านแก่งหลวง อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ของผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน รวมทั้ง ดร.วีณา อัครธรรม ผอ.สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา นั้นได้ลงพื้นที่ดูภาพรวมพร้อมทั้งบรรยายให้ความรู้ถึงภัยพิบัติกับผู้แทนแต่ละพื้นที่การศึกษาทั้งภาคกลาง เพื่อให้พัฒนาสื่อและกิจกรรมการเรียนการสอน อบรมครูโรงเรียนต้นแบบในด้านการป้องกันภัยพิบัติทางธรรมชาติ และขยายผลให้นักเรียนและชุมชนมีความรู้ความเข้าใจในการจัดการเตรียมความพร้อมเผชิญสถานการณ์
พร้อมขยายผลให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ผู้บริหารโรงเรียน และศึกษานิเทศก์ ที่รับผิดชอบด้านภัยพิบัติ มีแนวปฏิบัติในการจัดการด้านภัยพิบัติ
พร้อมกันนี้ กิจกรรมการซ้อมอพยพภัยพิบัติครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ทหารจากกองการสัตว์และเกษตรกรรมที่ 1 ยังได้นำรถบัส รถ GMC ยุทโธปกรณ์ รวมทั้งเครื่องมือเคลื่อนย้ายที่สามารถผลิตเองง่าย ๆ และกำลังพลจำนวนหนึ่งมาร่วมการเคลื่อนย้ายอพยพ อีกทั้งยังมีเจ้าหน้าที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จังหวัดกาญจนบุรี ได้มาสาธิตการแจ้งเตือนภัย ตั้งแต่เกิดเหตุโดยส่งสัญญาณเสียงหวอ (แจ้งเตือน) การอพยพนักเรียนออกจากอาคารเรียน โดยการโรยตัว , หย่อนคนเจ็บจากกระเช้าเปลนอน พร้อมทั้งยังสาธิตการกู้ภัยทางน้ำ และให้นักเรียนลองดับไฟจากถังแก็ส เมื่อมีแสงเพลิงออกมาจากตัวแก็สด้วย
นอกจากนี้ เนื่องจากหมู่ที่ 1 บ้านท่ากระบือ มีบริเวณพื้นที่ค่อนข้างกว้าง จึงต้องใช้พื้นที่โรงเรียนบ้านแก่งหลวงเป็นจุดรวมพลที่ 1 ทั้งชาวบ้านและนักเรียน ก่อนจะมีการเคลื่อนย้ายไปยังจุดอพยพที่ 2 ห่างจากจุดแรกประมาณ 3 กิโลเมตร โดยรถขนส่งทหาร และรถเจ้าหน้าที่ ขณะเดียวกันหากพื้นที่ประเมินแล้วว่าจุดดังกล่าวไม่มีความปลอดภัยก็จะมีการเคลื่อนย้ายขึ้นไปยังบนเขา ในจุดที่ 3 และ 4 ต่อไป
อย่างไรก็ตาม ขั้นตอนจริงของการแจ้งเตือนภัยของโรงเรียนบ้านแก่งหลวงนั้น เมื่อได้ยินเสียงสัญญาณเตือนภัย จากฝ่ายเฝ้าระวังและแจ้งเตือน ซึ่งจะใช้รถยนต์วิ่งเปิดสัญญาณเตือนภัย โรงเรียนจะเคาะระฆังให้สัญญาณเตือนภัยให้นักเรียนออกมายังจุดรวมพล ครูประจำชั้นหรือครูผู้สอนในขณะนั้นจะตรวจยอดนักเรียนว่าอยู่ครบหรือไม่ เมื่อตรวจสอบยอดเรียบร้อยแล้วจัดแถวรอขึ้นรถเจ้าหน้าที่เพื่อทำการเคลื่อนย้าย ไปยังจุดปลอดภัย ส่วนจะอพยพกลับเมื่อใดก็ต่อเมื่อ ได้รับแจ้งจากหน่วยเหนือปลอดภัยแล้ว โดยนักเรียนตัวแทนครูจากภาคกลางทั้งหมด ต่างให้ความสนใจและเข้าใจในการซ้อมอพยพครั้งนี้เป็นอย่างมาก
![]()
เกาะติดทุกข่าวเด่น ประเด็นร้อน ในรอบวันกับ Mthainews บน facebook คลิ๊กเลย
ติดต่อทีมข่าว MThai News : news@mthai.com
สนใจรับข่าวกด *48259080066 แล้วโทรออก




























ถ้าแผ่นดินไหวเขื่อนแตกจริงๆ คนเมืองกาญจะมีเวลาวิ่งขึ้นเขาไม่เกิน 30 นาที แล้วจะทันมั๊ยเนี่ย..
ทำไมต้องเป็นที่เมืองกาญจน์ด้วย! มีอะไรเป็นนัยๆหรือปล่าว? ขออย่าให้เกิดขึ้นเลย…
พอดีสัปดาห์หน้าจะไปเยี่ยมชมฟาร์มกำนันเซี้ยพอดี
กด Like !!!
คนญี่ปุ่นมีน้ำใจ ไม่เหมือนคนเกาหลี ดีแต่มาสูบเงินติ่งไทย ดีแต่มากอบโกย
แจ้งสมาชิกสมาชิกเว็บไซต์
เนื่องด้วยตอนนี้เกิดปัญหาจากสมาชิกบางท่านที่แสดงความคิดเห็นอันไม่พึงประสงค์ ทั้งมีการแสดงความเห็นที่หยาบคาย และบางความเห็นมีการหมิ่นสถาบันเบื้องสูง ซึ่งทางเว็บไซต์ MThai ไม่สามารถยอมให้เกิดขึ้นได้ ดังนั้น MThai จึงมีความจำเป็นที่ต้องปรับเปลี่ยนระบบการเปิดแสดงความคิดเห็น โดยทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์อนุญาตให้แสดงความคิดเห็นได้เฉพาะสมาชิกเท่านั้น เพื่อเป็นการยืนยันตนของผู้โพส หากเป็นสมาชิกแล้ว login ที่นี่ หากยังไม่เป็นสมาชิกสมัครได้ ที่นี่