เปิดตัว “บัตรแมงมุม” ระบบตั๋วร่วมขนส่งมวลชน

เปิดตัว “บัตรแมงมุม” ระบบตั๋วร่วมขนส่งมวลชน เบื้องต้นเตรียมแจกให้ประชาชนที่ลงทะเบียนทดสอบ 2 แสนใบ

จากกรณีที่ สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ได้จัดโครงการระบบตั๋วร่วม และขณะนี้ อยู่ระหว่างการทดสอบระบบการเชื่อมต่อการเดินทางของผู้ให้บริการที่จะใช้ตั๋วร่วม ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 6 เดือน ก่อนที่จะเปิดให้บริการจริงในปลายปีนี้

13307263_1024518954296763_5987072817181812250_n

โดยจะนำร่องในระบบรถไฟฟ้า 4 สาย คือ รถไฟฟ้าสายสีแดง หรือ แอร์พอร์ตลิ้งค์, รถไฟฟ้าใต้ดิน MRT บางซื่อ-หัวลำโพง, สายสีม่วง บางใหญ่-เตาปูน และรถไฟฟ้า บีทีเอส ซึ่ง ตั๋วร่วม หรือ บัตรแมงมุม ที่ผู้ที่ใช้บริการรถไฟฟ้า จะใช้เดินทางเชื่อมต่อในระบบรถไฟฟ้า ภายในปลายปีนี้ ก่อนขยายระบบไปยังรถเมล์และทางด่วน

ด้าน นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร กล่าวว่า เบื้องต้นได้เตรียมบัตรแมงมุม จำนวน 200,000 ใบ สำหรับแจกให้ประชาชนที่มาลงทะเบียนทดสอบใช้ระบบ เพื่อฟังความคิดเห็นของผู้ใช้บริการจริง โดยจะให้สิทธิ์ผู้ที่เดินทางโดยรถไฟฟ้าเป็นประจำก่อน

13310638_1024547810960544_1171540697690618151_n

และในอนาคตจะทยอยเชื่อมต่อการใช้บัตรแมงมุมกับระบบขนส่งมวลชนอื่น ๆ เช่น รถไฟฟ้าสายใหม่ รถเมล์ เรือโดยสาร ทางด่วน และ ร้านค้า ซึ่งการใช้งานบัตรแมงมุม จะสามารถรองรับการใช้งานผ่านระบบ ANY ID เพื่อเติมเงินในบัตร สำหรับชำระค่าบริการต่าง ๆ รวมทั้งสวัสดิการจากรัฐได้ด้วย

13320014_1024547877627204_8160274269296393957_n

13330970_1024547840960541_3873639619123269618_n

 

ภาพจาก  ข่าวรถไฟ


ดีเดย์ ส.ค.เตรียมเปิดทดสอบ ‘ระบบตั๋วร่วม’ นำร่อง รถไฟฟ้า-ทางด่วน คาดสิ้นปีระบบสมบูรณ์ 

จากการที่ สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ได้จัดโครงการระบบตั๋วร่วม โดยได้ดำเนินการออกแบบมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2558 และจะพร้อมใช้งานและทดสอบระบบได้ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2559 นี้ ทั้งนี้คาดว่าจะสามารถเชื่อมต่อระบบพร้อมให้บริการอย่างเป็นทางการภายในเดือนสิงหาคม 2559 และ คาดว่าระบบทั้งหมดจะเสร็จสิ้นในวันที่วันที่ 15 สิงหาคม 2560

192
เตรียมทดสอบ ‘ระบบตั๋วร่วม’ บัตรเดียวขึ้น รถไฟฟ้า-ทางด่วน-รถเมล์

สำหรับ ระบบตั๋วร่วมนี้ สามารถออกแบบรองรับได้ 4 ประเภทหลัก คือ 1.ผลิตภัณฑ์มูลค่าร่วม รองรับผู้ใช้บริการทุกราย เพื่อชำระค่าสินค้าและบริการต่างๆ ทั้งในและนอกภาคการขนส่ง 2.ผลิตภัณฑ์เที่ยวการเดินทาง รองรับได้มากถึง 63 ประเภท สามารถกำหนดประเภทขนส่งที่จะใช้งานได้ อาทิ ทุกภาคการขนส่ง เฉพาะรถไฟฟ้า เฉพาะรถเมล์ 3.ผลิตภัณฑ์การเดินทางแบบเจาะจงเส้นทาง เช่น กำหนดวันที่ต้องการ อาทิ 30 วัน 60 วัน โดยค่าส่วนลดจะได้รับเมื่อเดินทางตามเส้นทางที่ระบุไว้เท่านั้น และ 4.ผลิตภัณฑ์ส่งเสริมการขาย มีระบบแต้มสะสมที่สามารถแลกเป็นของรางวัลตามที่กำหนดได้

ทั้งนี้ ระบบสามารถรองรับการเพิ่มมูลค่า การเติมเที่ยวเดินทาง การอัพเกรด หรือการชำระค่าปรับสามารถชำระเป็นเงินสด บัตรเครดิตและบัตรเดบิต สามารถรองรับมูลค่าสูงสุด 1 หมื่นบาท สำหรับผู้ถือบัตรประเภทบุคคลทั่วไป และกำหนดมูลค่าสูงสุดแตกต่างกันได้ตามประเภทผู้ถือบัตร ดังนั้นจึงกำหนดให้มีมาตรฐานบัตรที่รองรับกระเป๋าเงินสำหรับเก็บสำรองเงิน ซึ่งสามารถใช้ในการชำระเงินครอบคลุมทั้งภาคขนส่ง และนอกภาคขนส่ง รองรับการใช้งานผลิตภัณฑ์การเดินทางที่สามารถใช้เดินทางได้กับทุกระบบที่เข้าร่วม อีกทั้งการออกแบบยังสามารถรองรับประเภทของบัตรสำหรับกลุ่มเป้าหมาย เช่น นักเรียน นักศึกษา พนักงานบริษัท ผู้สูงอายุ ผู้มีรายได้น้อย ทหารผ่านศึก บุคคลผู้พิการ ได้อีกด้วย โดยระบบสามารถรองรับได้สูงสุด 64 ประเภทผู้ใช้งาน

 

ติดตามข่าวเศรษฐกิจอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com/economy

MThai News

ข่าวที่เกี่ยวข้อง