หุ้นไทยเคลื่อนไหวกรอบแคบ รอลุ้นผลลงประชามติร่าง รธน.

นักวิเคราะห์ มอง ‘หุ้นไทย’ เคลื่อนไหวในกรอบแคบระหว่างรอผลลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญสัปดาห์นี้

บล.ธนชาต ระบุ หุ้นไทยจะเคลื่อนไหวในกรอบแคบ 1,500-1,514 จุด ก่อนการทำประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญสุดสัปดาห์นี้ ซึ่งเรามองว่าการทำประชามติจะผ่านไปได้ เปิดทางเลือกตั้งปลายปี 2017 และเป็นโอกาสซื้อกลุ่มหุ้นที่คาดว่าจะ Outperform ตลาดในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ เป้าหมายระยะสัปดาห์ 1,550 จุด และสิ้นปี 1,620 จุด สำหรับการประชุมธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) เมื่อวานนี้ลดดอกเบี้ยลง 0.25% ตามคาด และใช้มาตรการ QE อีกครั้ง EUR6 หมื่นล้าน/เดือน

แนะซื้อกลุ่มหุ้นที่คาดว่าจะ Outperform ตลาดหลังรับร่างรัฐธรรมนูญสุดสัปดาห์นี้ โดยแบ่งเป็น 4 กลุ่มดังนี้ 1. เป้าหมาย Fund Flow: PTT KBANK SCB AOT KTB SCC 2. Sentiment การบริโภคดีขึ้นต่อ: BJC (ลุ้นเข้า MSCI…Technical Story มองต้าน 55 บาท) CPALL HMPRO GLOBAL QH และ MINT 3. เร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และรับซื้อไฟฟ้าพลังงานทางเลือก: CK STEC SEAFCO ILINK (งานวางสายไฟฟ้า และเคเบิ้ลใต้น้ำ – Trade Code ให้แนวต้าน 24 บาท) EA TPCH และ BWG


นักวิเคราะห์ มอง นักลงทุนจับตาลงประชามติร่าง รธน. ชี้ หนุนตลาดหุ้นคึกคักกระแสเงินทุนไหลเข้าต่อ

นายมนตรี ศรไพศาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) เปิดเผยกับสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น.ว่า ขณะนี้นักลงทุนจับตาการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญวันที่ 7 สิงหาคม 2559 อย่างใกล้ชิดถึงผลจะออกมาเป็นอย่างไร

ซึ่งหากการลงประชามติผ่าน ประเทศไทยก็จะได้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และก็เดินตามโรดแมปที่รัฐบาลกำหนดไว้ แต่ถ้าผลออกมาไม่ผ่าน ก็เป็นหน้าของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่จะร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ขึ้นมา แต่อย่างไรก็ตาม สิ่งที่นักลงทุนให้น้ำหนักมากที่สุด ก็คือ ความมีเสถียรภาพของรัฐบาล

ขณะที่ บล.ธนชาต ระบุ แม้มอง Upside จาก Technical Rebound จำกัดที่ 1,510-1,514 จุดช่วงปลายสัปดาห์นี้ก่อนการทำประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญ แต่มองเป็นโอกาสซื้อด้วยเป้าหมายระยะสัปดาห์ 1,550 และสิ้นปี 1,620 จุด เนื่องจากมองว่าร่างรัฐธรรมนูญจะผ่านการทำประชามติวันที่ 7 ส.ค.นี้ หนุนกระแสเงินทุนไหลเข้าต่อ


โบรกฯ มอง การลงทุนเน้นหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว หรือไม่อิงกับภาวะตลาดมาก และปันผลดี

บล.ธนชาต ระบุ ดัชนีหุ้นไทยอาจมีแนวรับ Cycle มาช่วยวันนี้เมื่อดูจากดัชนีธนาคาร อย่างไรก็ตามสถานการณ์จะดีขึ้น อาจต้องรอให้ SET ทะลุด่าน 1,512 และ 1,520 กลับขึ้นมายืนได้ด้วย หรือเมื่อหุ้นหลักเริ่มมีสัญญาณตั้งหลักได้ที่เขตแนวรับ สำหรับหุ้นแนะนำวันนี้ HMPRO & GLOBAL

ด้านกลยุทธ์แนะซื้อหุ้นที่เป้าหมาย Fund Flow หลังการทำประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญ และ ซื้อ HMPRO เป้าหมายใหม่ 13.0 บาท 1. เป้าหมาย Fund Flow: AOT, ADVANC (ผลตอบแทนจากเงินปันผล6.7% แนวรับ 171 บาท) KTB, SCC, CPALL, BJC (กำไรโตเด่นตั้งแต่ 3Q16 หลังรวมกำไร BIGC เต็มไตรมาส ลุ้นถูกเพิ่มใน MSCI Thailand) 2. HMPRO: Business Model ใหม่อย่าง Home Service หนุนฐานลูกค้ากว้างขึ้น คาดกำไรโต 20% ต่อปี ช่วง 2016-18 เป้าหมาย 13 บาท


นักวิเคราะห์ มองปัจจัยลบทำหุ้นไทยปรับฐาน คือ ความไม่แน่นอนจากผลลงประชามติร่าง รธน. คาด แนวรับ 1,500 จุด แนวต้าน 1,520 จุด

บล.บัวหลวง ระบุ หุ้นไทยวันนี้ (2 ส.ค.) คาดดัชนีปรับฐานต่อ แนวรับ 1,500 จุด แนวต้าน 1,520 จุด คาดกลุ่มพลังงานต้นน้ำ PTTEP BANPU ฉุดดัชนี ลงตามราคาน้ำมันดิบ คาดหุ้นซิ่ง กลาง-เล็ก ขึ้นสวนดัชนี โดยสัปดาห์นี้ให้แนวรับดัชนีฯ 1,517/1,510 จุด (สำหรับนักเล่นรอบควรมี Stop loss ถ้าปิดต่ำกว่า 1,510 จุด) แนวต้าน 1,535/1,540 จุด

กลยุทธ์แนะทยอยลดพอร์ตหุ้นที่ขึ้นแรง หันมาซื้อหุ้น Save haven/หุ้นที่ยังไม่ขึ้นแทน ด้านแนวโน้มรายเดือน คาดครึ่งแรกของเดือน สค.จะซิ๊กแซกขึ้นทดสอบ 1,550 จุด ก่อนจะปรับฐานตามมา 3-5% ปัจจัยลบ คือ ดัชนีหุ้นไทยเข้าโซน PE +2SD (กำไรวิ่งตามราคาหุ้นไม่ทัน) ขณะที่ความไม่แน่นอนจากผลลงประชามติร่าง รธน. และ การรอดูท่าที FED ในงาน Economic symposium ที่ Jackson Hole 25-27 สค.นี้

รวมถึงรอดู BOJ ทำ “Comprehensive verification” ชะลอเพิ่ม QE เพื่อรอประเมินผล QE ที่ออกไปก่อนหน้านี้ ส่งผลให้ฝรั่งชะลอแรงซื้อ บวกกับเข้าสู่ฤดูพักร้อนของกองทุนต่างประเทศ ส่วน MSCI รอบนี้ (กลางเดือน สค.) จับตาหุ้นมีโอกาสถูกเพิ่มเข้าคำนวณ เช่น BJC TASCO พิจารณาจากปริมาณการซื้อขาย และมูลค่าตลาดที่เพิ่มขึ้นในช่วงที่ผ่านมา

หุ้นแนะนำวันนี้ MILL แนวรับ 1.28 ต้าน 1.35/1.40 บ. คาดกำไร 2Q16 จะเติบโตก้าวกระโดด โดย 1Q16 มีกำไรสุทธิ 377 ล้านบาท (Vs. เมื่อเร็วๆนี้ TSTH เพิ่งรายงานกำไร 1QFY17 โตเกือบ 2,000% y-y)


โบรกฯ แนะ หุ้น ที่เป้าหมาย Fund Flow หลังการทำประชามติร่าง รธน.ประเมินแนวต้านที่ 1,530 จุด

บล.ธนชาต กล่าวว่า แม้การประชุม BOJ น่าผิดหวังโดยไม่มีการเพิ่มวงเงิน QE หรือลดดอกเบี้ยอย่างที่คาดการณ์ไว้ แต่ไม่ได้ทำให้ภาพรวมของสภาพคล่องในตลาดเงิน-ทุน ลดลง ขณะที่การทำประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญวันที่ 7 ส.ค.นี้ คาดว่าจะผ่านไปได้ เปิดทางเลือกตั้งปลายปี 2018 จะเป็นปัจจัยหนุนกระแสเงินทุนไหลเข้าต่อเนื่อง

331-500x300

ประเมินเป้าหมายการปรับสูงขึ้นระยะสัปดาห์ 1,550 และถัดไปที่ 1,620 จุด แนะนำซื้อหุ้นที่เป้าหมาย Fund Flow หลังการทำประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญ,ได้ประโยชน์ลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และพลังงานทางเลือก

บล.กรุงศรี คาดว่า SET น่าจะผันผวนในกรอบแคบลง แม้ Fund Flow ต่างชาติยังเป็นแรงหนุนนำตลาดต่อเนื่อง แต่อาจเบาบางลงหลังจากที่ไหลเข้าซื้อหุ้นไทยต่อเนื่องกว่า 15 วันติดต่อกัน และไหลเข้าตลาดหุ้นภูมิภาคกว่า 17 วันติดต่อกัน

ในทางเทคนิค สัญญาณกราฟของระยะสั้นถือว่าแกว่งตัวในทิศทางขึ้นในลักษณะ higher high ตามภาพใหญ่ของ SET ที่ยังเป็นภาพขาขึ้นในระยะกลาง โดยภาพ pattern มีโอกาสทำ new high ได้ต่อ แนวโน้มของตลาดจะเคลื่อนไหวที่กรอบ 1,518-1,530 จุด

 

ติดตามข่าวเศรษฐกิจอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com/economy

MThai News

ข่าวที่เกี่ยวข้อง