“สาหร่ายพวงองุ่น” ธุรกิจแนวใหม่ สร้างรายได้กิโลละ 300-700 บาท

“สาหร่ายพวงองุ่น” ธุรกิจแนวใหม่โดยเฉพาะกลุ่มคนรักสุขภาพ เพาะเลี้ยงเชิงพาณิชย์สร้างรายได้กิโลละ 300-700 บาท

สาหร่ายพ่วงองุ่น ถือเป็นพืชอีกชนิดหนึ่งที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะกลุ่มคนรักสุขภาพ เนื่องจากเป็นสาหร่ายที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง มีใบเป็นเม็ดทรงกลม ใส สีเขียว มีแขนงตั้งตรงลักษณะคล้ายกับพวงองุ่น ปัจจุบันในประเทศไทย สามารถเพาะเลี้ยงให้มีปริมาณมากเพื่อการขยายผลเชิงพาณิชย์ได้ และมีความต้องการของตลาดสูง

ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งเพชรบุรี อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี เป็นอีกหน่วยงานที่มีการศึกษาวิจัยเพาะเลี้ยงสาหร่ายพ่วงองุ่นในเชิงพานิชย์

คุณมนทกานติ ท้ามติ้น ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งเพชรบุรี เปิดเผยว่า สาหร่ายชนิดนี้ เป็นสหร่ายทะเลของเมืองไทยที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง อีกทั้งต่างประเทศยังนิยมรับประทาน รวมถึงยังมองว่าปัจจุบันอาหารสุขภาพกำลังเป็นที่สนใจ

ดังนั้นการที่เราจะดึงสาหร่ายชนิดนี้ขึ้นมาผ่านเทคนิคกระบวนการที่สะอาด และมีคุณภาพจะเป็นสิ่งใหม่ที่ดึงดูดให้คนมาสนใจ ทั้งนี้หากมีการพัฒนาอีกเล็กน้อย และมีการประชาสัมพันธ์ให้เห็นถึงประโยชน์ก็จะสามารถสร้างอาชีพใหม่ที่ทำรายได้ ให้กับเกษตรกรและผู้ที่สนใจ

44

สำหรับการเพาะเลี้ยงสาหร่าย สามารถเลี้ยงได้ในบ่อดิน ซึ่งเป็นรูปแบบการเลี้ยงเชิงพาณิชย์ และเลี้ยงในบ่อปูนซีเมนต์ ที่ใช้ในงานทดลองวิจัย ด้าน คุณชัชวาลี ชัยศรี นักวิชาการประมงปฎิบัติการ กล่าวว่า ก่อนที่จะเพาะเลี้ยงสาหร่ายพวงองุ่น จะต้องเตรียมอุปกรณ์ คือ แผงเลี้ยง โดยใช้ท่อพีวีซีที่เจาะรูทั้งสี่ด้าน ดัดเป็นรูปสี่เหลี่ยมจตุรัส ผูกด้วยอิฐบล๊อคขนาดเล็กทั้งสี่มุม เพื่อให้แผลงเลี้ยงจมลงไปในน้ำ

หลังจากเตรียมแผงเพาะเลี้ยงแล้ว จะสาหร่ายมาปลูกบนแผง วางกระจายให้ทั่วแผงปลูก โดย 1 แผง จะใช้สาหร่ายประมาณ 500 กรัม จากนั้นนำตาข่ายมาปิดทับด้านบนอีกชั้น เย็บด้วยเชือกเพื่อป้องกันไม่ให้สาหร่ายไหลมากองรวมกัน ข้อดีของการเพาะเลี้ยงในบ่อดิน คุณชัชวาลี บอกว่า สาหร่ายจะเจริญเติบโตไวกว่า เนื่องจากในบ่อดินมีธาตุอาหารมากกว่าบ่อซีเมนต์ แต่ไม่ว่จะเลี้ยงในบ่อดิน หรือ บ่อซีเมนต์ สถานที่เลี้ยงจะต้องอยู่ใกล้กับแหล่งน้ำทะเล เนื่องจากสาหร่ายเป็นพืชน้ำเค็ม

สำหรับขนาดบ่อ 1 งาน จะแขวนแผงเพาะเลี้ยง 50 แผง ใช้ระยะห่างประมาณ 30-40 เซนติเมตร 1 บ่อ จะแขวนแผงเพาะเลี้ยงได้ 5 แถว โดยต้นทุน 1 แพงอยู่ที่ 100 บาท หลังจากนำแผงลงในบ่อเลี้ยงแล้ว สิ่งที่ต้องดูแล ทุกๆ 7 วัน หรือ 15 วัน ต้องปัดล้างโคลนที่ติดกับแผง โดยใช้แรงงานคนปัดทำความสะอาดเบาๆ ประมาณ 1–2 เดือน ก็จะสามารถเก็บผลผลิตมาจำหน่าย

ส่วน ราคาจำหน่าย จะแบ่งออกตามเกรดครับ เกรด A จำหน่ายกิโลกรัมละ 500-700 บาท B กิโลกรัมละ 400-500 บาท และ C กิโลกรัมละ 300-400 บาท

 

ติดตามข่าวเศรษฐกิจอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com/economy

MThai News

ข่าวที่เกี่ยวข้อง