เศรษฐกิจซบ ! ทำคนไทยนิยมทานอาหารริมทางเพิ่มขึ้น

เศรษฐกิจ ซบเซา ทำคนไทยนิยมทานอาหารริมทางเพิ่ม ดันกิจการร้านริมฟุตปาธเปิดตัวไม่หยุด

วันนี้ (18 ส.ค. 59) มีรายงานว่า นางฐนิวรรณ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย เปิดเผยว่า แนวโน้มร้านอาหารริมทางในประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมีจำนวนเพิ่มขึ้นถึง 50-60% โดยร้านต่าง ๆ เกิดขึ้น เพื่อรองรับพฤติกรรมของคนไทย ที่ชื่นชอบรับประทานอาหารนอกบ้าน แต่ต้องประหยัดค่าใช้จ่าย จึงหลีกเลี่ยงการเข้าร้านอาหารภัตตาคาร และหันมาอุดหนุนร้านริมทางมากขึ้นแทน ส่งผลทำให้ร้านอาหารภัตตาคารทั่วไป ไม่สามารถปรับราคาอาหารขึ้นได้ เพราะการแข่งขันที่รุนแรง อีกทั้งยังต้องปรับกลยุทธ์การทำตลาดเพิ่มเติมด้วยการใช้วิธีการลดต้นทุนในส่วนอื่น ๆ เพื่อทำให้ธุรกิจอยู่รอด

การลดต้นทุนต่าง ๆ ของร้านอาหารภัตตาคาร เช่น การปรับลดวัตถุดิบในจานอาหารลง เช่น การลดปริมาณกุ้งจาก 3 ตัวเหลือ 2 ตัว แต่ราคาอาหารยังปกติ การเพิ่มขนาดจานบรรจุอาหารให้มีขนาดใหญ่ขึ้น เพื่อสร้างการรับรู้ให้ผู้ซื้อรู้สึกว่ามีการเพิ่มปริมาณอาหาร รวมไปถึง ล่าสุดสมาคมภัตตาคารได้ก่อตั้ง เรสเตอรองส์ โซไซตี้ ขึ้นเพื่อเป็นอีกกลยุทธ์ในการเพิ่มอำนาจต่อรองราคาสินค้าวัตถุดิบต่าง ๆ เพื่อให้ร้านอาหารยังคงราคาเดิมอยู่ แทนการตัดสินใจแก้ปัญหาด้วยการขึ้นราคาอาหาร

นอกจากนี้ ยังร่วมกับองค์การตลาดเพื่อการเกษตร (อตก.) สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) สมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย จัดทำการซื้อขายวัตถุดิบอาหารด้านเกษตร ในรูปแบบออนไลน์ และให้ร้านอาหารที่เป็นสมาชิกสมาคมซื้อวัตถุดิบเกษตร จากอตก.ได้ทางเว็บไซต์ www.thaihoreca.com โดยตรง และซื้อในราคาถูกกว่าท้องตลาดประมาณ 10% ซึ่งปัจจุบันวัตถุดิบสินค้าเกษตรถือว่ามีความสำคัญมาก โดยคิดเป็นสัดส่วนถึง 30% ของวัตถุดิบอาหารที่ต้องใช้ในการทำอาหารในร้านทั้งหมด

1471525840027

คนไทยเริ่มกินข้าวนอกบ้านน้อยลง เมื่อก่อนอาจจะสัปดาห์ละ 3 ครั้ง แต่ปัจจุบันอาจจะเป็นสัปดาห์ละครั้ง เพราะต้องระวังเรื่องการใช้จ่ายจากเศรษฐกิจที่ยังชะลอตัว แต่ถึงแม้จะกินข้าวนอกบ้านน้อยลง แต่ส่วนใหญ่ก็ยังคงต้องการเรื่องความสะดวกสบาย เลยเลือกที่จะซื้ออาหารสำเร็จรูปต่าง ๆ เข้ามากินแทน เพราะเมื่อมาถึงบ้านจะได้ไม่ต้องทำอาหารอีก ดังนั้นร้านอาหารต่าง ๆ จึงต้องดิ้นรนหาวิธีการลดต้นทุนต่าง ๆ จนทำให้ในปัจจุบันแม้จะไม่สามารถขึ้นราคาค่าอาหารได้แต่ก็ยังไม่ล้มตายถึงขั้นปิดกิจการ หรือ อาจจะมีการปิดกิจการก็มักจะมีร้านอาหารใหม่ หรือผู้ลงทุนใหม่เข้ามารับช่วงเปิดกิจการต่อทันที

อย่างไรก็ตาม ภาพรวมของอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มในไทยปี 2559 จากข้อมูลของศูนย์วิจัยกสิกรไทย คิดเป็นมูลค่า 669,000 ล้านบาท และมีผู้ประกอบการธุรกิจอาหารกว่า 4 แสนราย โดยจากมูลค่าดังกล่าว สมาคมฯมองว่า แบ่งเป็นในกลุ่มร้านอาหารริมทางประมาณ 40% และ กลุ่มร้านอาหารภัตตาคารอีก 30% ขณะที่ตลาดอาหารเพื่อสุขภาพยังเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง จากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่หันมาใส่ใจเรื่องสุขภาพของตนเองมากขึ้น

 

MThai News

ข่าวที่เกี่ยวข้อง