ลดค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีม่วง ผู้โดยสารจะเพิ่ม 30% ได้จริงหรือ?

อดีต ส.ส.ประชาธิปัตย์ ห่วงกรณีบอร์ด รฟม.มีมติเห็นชอบลดค่าโดยสาร รถไฟฟ้าสายสีม่วง ชี้ ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำให้ผู้โดยสารเพิ่มขึ้น 30% ได้

จากกรณีที่ พลเอกยอดยุทธ บุญญาธิการ ประธานกรรมการ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ให้สัมภาษณ์ว่า คณะกรรมการรฟม.มีมติเห็นชอบลดค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีม่วงจากเดิม 14-42 บาท ลงเหลือ 14-29 บาท สำหรับผู้ใช้บัตรเติมเงิน (MRT Plus) เท่านั้น และลดค่าจอดรถที่อาคารจอดแล้วจร (Park and Ride)

กรณีจอดรายวันจาก 10 บาทต่อ 2 ชั่วโมง เป็น 5 บาทต่อ 2 ชั่วโมง และกรณีจอดรายเดือนจาก 1,000 บาท เป็น 500 บาท ทั้งนี้ อัตราค่าโดยสารและค่าที่จอดรถใหม่จะเริ่มใช้ตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ 1 กันยายน 2559 เป็นต้นไป จนกว่าจะสามารถเชื่อมต่อสถานีเตาปูนถึงสถานีบางซื่อได้

14141765_10207032142867154_4408012328677769765_n

ล่าสุด ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กชื่อ ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ ถึงกรณีดังกล่าว โดยระบุว่า …

ลดราคารถไฟฟ้าสายสีม่วง
ผู้โดยสารจะเพิ่ม 30% ได้จริงหรือ?

ผมได้อ่านคำสัมภาษณ์ของท่านประธานบอร์ดรฟม. แล้วมีความเป็นห่วงท่านดังนี้

1. การที่จะกระตุ้นให้มีจำนวนผู้โดยสารเพิ่มขึ้นถึง 30% นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แม้ว่าจะมีการลดค่าโดยสารและค่าที่จอดรถแล้วก็ตาม เนื่องจากตลอดแนวเส้นทางของรถไฟฟ้าสายสีม่วงมีแหล่งทำงานขนาดใหญ่น้อย มีอาคารสูงไม่มาก การใช้ที่ดินส่วนใหญ่ประกอบด้วยแหล่งทำงานขนาดเล็กและแหล่งที่อยู่อาศัยที่ไม่หนาแน่นมาก โดยมีหมู่บ้านกระจัดกระจายซึ่งส่วนใหญ่ตั้งอยู่ไกลจากสถานี ทำให้การเดินทางเข้าออกสถานีไม่สะดวก

จากการที่มีแหล่งทำงานขนาดใหญ่น้อย ทำให้ผู้ที่อาศัยอยู่ในแนวเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีม่วงส่วนใหญ่จะต้องเดินทางเข้าไปทำงานในตัวเมือง เช่น สาทร สีลม และสยาม เป็นต้น หากเขาเหล่านี้เลือกที่จะใช้รถไฟฟ้าเพื่อเดินทางไปทำงาน เขาจะต้องเปลี่ยนรถไฟฟ้าหลายต่อ เสียค่าโดยสารแพง ใช้เวลาการเดินทางไม่น้อย รถไฟฟ้าจึงไม่สามารถจูงใจคนเหล่านี้ได้ ดังนั้น ค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีม่วงและค่าที่จอดรถจะต้องถูกมากจึงจะจูงใจให้คนหันมาใช้รถไฟฟ้า ซึ่งรฟม.สามารถปรับลดราคาได้เพราะรฟม.ลงทุนเองทั้งหมด ต่างกับรถไฟฟ้าบีทีเอส และรถไฟฟ้าใต้ดินที่เอกชนลงทุนทั้งหมด และลงทุนบางส่วนตามลำดับ

แต่การลดค่าโดยสารและค่าที่จอดรถเพียงอย่างเดียวก็จะไม่สามารถทำให้ผู้โดยสารเพิ่มขึ้น 30% ได้ การจะทำให้มีผู้โดยสารเพิ่มขึ้นได้อย่างมีนัยสำคัญนั้น รฟม.จะต้องทำการตลาดอย่างต่อเนื่อง เช่น ช่วยขนคนจากบ้านมาสู่สถานี ดังที่บีทีเอสได้เคยทำในช่วงแรกๆ ของการเปิดให้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอส โดยจัดให้มีชัตเติลบัสวิ่งระหว่างแหล่งทำงาน/แหล่งที่อยู่อาศัยกับสถานีหลายสาย ทำให้มีผู้โดยสารเพิ่มขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง โดยสรุป ถึงเวลานี้จำเป็นที่รฟม.จะต้องบริหารงานแบบเอกชนเพื่อทำให้ธุรกิจอยู่รอด และเจริญเติบโตให้ได้

2. ผมเห็นด้วยกับท่านประธานบอร์ดรฟม. ที่กล่าวว่า “ไม่เน้นเรื่องกำไรขาดทุน เพราะเป็นบริการสาธารณะ” แต่อย่างไรก็ตาม รฟม.จะต้องทำให้รถไฟฟ้าสายสีม่วงขาดทุนน้อยที่สุด ไม่สร้างภาระหนักให้กับรัฐบาล หากรฟม.ไม่เร่งทำการตลาดเชิงรุกแบบเอกชน แม้ว่าจะลดราคาลงแล้วก็ตาม ก็จะไม่สามารถทำให้มีผู้โดยสารเพิ่มขึ้นถึง 30% ได้ ผมคาดว่าน่าจะมีผู้โดยสารเพิ่มขึ้นประมาณ 10% เท่านั้น เมื่อเป็นเช่นนี้การขาดทุนก็จะเพิ่มขึ้น กล่าวคือ ในปัจจุบันมีผู้โดยสารประมาณวันละ 20,000 คน รฟม.มีรายได้จากค่าโดยสารวันละประมาณ 600,000 บาท

นั่นหมายความว่าผู้โดยสารเสียค่าโดยสารเฉลี่ยคนละ 30 บาท หากลดค่าโดยสารลงมาเป็น 14-29 บาท ผมคาดว่าค่าโดยสารเฉลี่ยต่อคนจะลดลงเหลือประมาณ 20 บาท ดังนั้น รฟม.จะมีรายได้ลดลงเหลือวันละประมาณ 440,000 บาท (20,000 คน X 10% X 20 บาท) ในขณะที่รฟม.ต้องจ้างบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีอีเอ็มให้บริการเดินรถและบำรุงรักษาวันละ 3.6 ล้านบาท (สำหรับปีแรกที่เปิดให้บริการ) ดังนั้น รฟม.จะขาดทุนเพิ่มขึ้นเป็นวันละ 3.16 ล้านบาท (3,600,000–440,000) จากปัจจุบันวันละ 3 ล้านบาท

ด้วยเหตุนี้ รฟม.จะต้องหาทางทำให้มีผู้โดยสารเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 50% จากจำนวนผู้โดยสารในปัจจุบันวันละประมาณ 20,000 คน หรือเพิ่มขึ้นเป็นวันละไม่น้อยกว่า 30,000 คนให้ได้ จึงจะทำให้ลดการขาดทุนในปีนี้ลงได้ แต่ในปีหน้าจำนวนผู้โดยสารจะต้องเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่า มิฉะนั้น รฟม.จะขาดทุนเพิ่มมากขึ้นเพราะจะต้องจ่ายค่าจ้างบีอีเอ็มเพิ่มขึ้นเป็นวันละประมาณ 5.1 ล้านบาท จากปัจจุบันวันละ 3.6 ล้านบาท

ดังนั้น การที่ท่านประธานบอร์ดรฟม.คาดหวังว่า “เชื่อว่าต้องรอระยะยาวจึงจะคุ้มทุน” นั้น หากไม่สามารถทำให้ผู้โดยสารเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญได้ จะไม่มีวันที่จะคุ้มทุน ไม่ว่าจะรอนานเพียงใดก็ตาม

 

ที่มา  ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์

MThai News

ข่าวที่เกี่ยวข้อง