ต้นปีหน้าดึง 4 รถไฟฟ้าใช้ “ตั๋วแมงมุม” บัตรเดียวนั่งได้ทุกระบบ

คมนาคมเร่งลุยระบบ “ตั๋วแมงมุม” หลังดีเลย์ 2 ปี ตั้งเป้า ม.ค.-ก.พ.ปี 60 เริ่มใช้รถไฟฟ้า 4 สาย คือ บีทีเอส-ใต้ดิน-แอร์พอร์ตลิงก์-รถไฟฟ้าสายสีม่วง 

นายชาติชาย ทิพย์สุนาวี ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ขณะนี้กำลังเร่งผลักดันการใช้ระบบตั๋วร่วม หรือบัตรแมงมุม โดยจะให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) จัดตั้งหน่วยธุรกิจมาบริหารจัดการรายได้กลาง (CTC) เป็นการชั่วคราว ระหว่างรอจัดหาบริษัทมาดำเนินการ ซึ่งคาดว่าในเดือน ม.ค.-ก.พ. ปี 60 จะได้ใช้ตั๋วร่วมรถไฟฟ้า 4 สาย คือ บีทีเอส-รถไฟฟ้าใต้ดิน-แอร์พอร์ตลิงก์-รถไฟฟ้าสายสีม่วง ซึ่งจะสามารถใช้บัตรใบเดียวแต่เดินทางได้หลายระบบ

ส่วนการตั้งบริษัทกลาง รัฐและเอกชนจะร่วมกันจัดตั้ง บริษัท ตั๋วร่วม จำกัด เป็นผู้บริหารจัดการและบำรุงรักษาตั๋วร่วม โดยสัดส่วนการถือหุ้นเนื่องจากเป็นบริษัทเอกชน ทางภาครัฐจะถือหุ้นไม่เกิน 50% ส่วนที่เหลือจะเป็นเอกชนซึ่งเป็นผู้ให้บริการรถไฟฟ้า 4 สาย เข้ามาถือหุ้น

ขณะที่ นักบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม เปิดเผยว่า ระยะเริ่มต้นจะได้ใช้ในระยะ 6-7 เดือนจากนี้ ซึ่งตั๋วร่วมจะเป็นอัตราค่าโดยสารเดิมของรถไฟฟ้า 4 สาย ส่วนการใช้ค่าโดยสารร่วมกัน จะเป็นในขั้นตอนต่อไปหลังจัดตั้งบริษัทตั๋วร่วมแล้วเสร็จ

เบื้องต้นบริษัทกลางที่จะเกิดขึ้น จะใช้เงินทุนเริ่มต้น 600 ล้านบาท เพื่อที่จะดูแลการจัดการค่าใช้บริการแต่ละระบบ ทำหน้าที่เป็นผู้เก็บเงิน แบ่งสรรเงินให้กับระบบขนส่งสาธารณะประเภทต่างๆ โดยจะมีรายได้จากการคิดค่าธรรมเนียมรัฐบาลให้สัมปทานเป็นระยะเวลา 15-20 ปี

 

ทั้งนี้ค่าโดยสารมี 4 แนวทาง คือ 1.คิดอัตราเดียว เช่น 20 บาท 30 บาท หรือ 40 บาท 2.เก็บตามระยะทาง โดยคิดค่าแรกเข้าครั้งเดียว 3.เก็บตามระยะทางลดค่าแรกเข้าครั้งที่ 2 เช่น 10-30% ซึ่งจะอยู่ที่นโยบายรัฐบาล และ 4.คิดตามโซนพื้นที่ โดยยังไม่ได้ข้อสรุป และคาดว่าจะมีคนใช้บัตรตั๋วร่วมแมงมุม 20-30% ของทั้งระบบมีผู้โดยสาร 1 ล้านเที่ยวคน/วัน

แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ระบบตั๋วร่วมเตรียมจะเสนอให้ ครม.อนุมัติโครงการตั้งแต่ปลายปี 2557 จนถึงปัจจุบันยังล่าช้าอยู่ 2 ปี เนื่องจากเป็นระบบใหม่ที่ประเทศไทยยังไม่เคยมีมาก่อน ประกอบกับผู้ประกอบการรถไฟฟ้า คือ บมจ.ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ (BTSC) และ บมจ.ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ (BEM) ต่างมีความต้องการจะเป็นโต้โผในการจัดตั้งบริษัท จนทำให้ทุกอย่างล่าช้า

อย่างไรก็ตาม นายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ (BTSC) กล่าวว่า ระบบตั๋วร่วมจะเริ่มใช้ในปีนี้ เป็นตั๋วที่ทำให้การเดินทางสะดวกด้วยตั๋วใบเดียว ส่วนอัตราค่าโดยสารร่วมนั้น อาจจะต้องใช้เวลา เพราะเป็นเรื่องใหญ่และละเอียดอ่อน ซึ่งรัฐบาลจะต้องอุดหนุนหรือหาวิธีการยังไงถึงทำให้ win-win ทั้งรัฐ เอกชน และผู้โดยสารด้วย

 

ติดตามข่าวเศรษฐกิจอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com/economy

MThai News

ข่าวที่เกี่ยวข้อง