อดีตเลขาธิการ อังค์ถัด แนะเพิ่มค่าแรงแก้หนี้ครัวเรือน

นายศุภชัย พานิชภักดิ์ เชื่อมต่อกับกลุ่มซีแอลเอ็มวีแบบประชารัฐเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำ แก้หนี้ครัวเรือน

นายศุภชัย พานิชภักดิ์ อดีตเลขาธิการ อังค์ถัด กล่าวว่า ในเรื่องการค้าการลงทุนจากอดีตถึงปัจจุบัน ตามหลักการแล้วจะเป็นในลักษณะเมื่อลงทุนมีกำไรแล้ว จะนำกำไรไปลงทุนต่อเนื่อง แต่พฤติกรรมบริษัทใหญ่ในเวลานี้กลับไม่ยอมลงทุน ทั้งที่รัฐบาลออกมาตรการต่างๆ มาช่วยกระตุ้นและทำให้บริษัทใหญ่ได้กำไรมากขึ้น

ศุภชัย พานิชภักดิ์. ค่าแรงขั้นต่ำ

สาเหตุที่ทำให้บริษัทใหญ่ไม่ยอมลงทุน มาจากพฤติกรรมการประกอบธุรกิจสมัยใหม่อยู่ในลักษณะเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่แทนที่จะเป็นเจ้าของ จึงห่วงผู้ถือหุ้นมากยิ่งขึ้น ไม่เน้นการลงทุนแต่เน้นจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้น กรณีดังกล่าวส่วนตัวเห็นว่าต้องเร่งเปลี่ยนกระบวนการคิดเช่นนี้ เนื่องจากหากมีการลงทุนและการผลิตแท้จริงก็จะทำให้เกิดนวัตกรรมต่างเกิดขึ้น เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางธุรกิจ และจะทำให้ภาพรวมของเศรษฐกิจเดินต่อไปได้ดีขึ้น

นายศุภชัยกล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ในส่วนนโยบายการบริหารประเทศของรัฐบาลไทยขณะนี้ถือว่ามาถูกทางแล้ว ที่นำระบบดิจิทัลเข้ามาใช้งาน ออกใบอนุญาตต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วมากยิ่ง จากที่ผ่านมาปัญหาเรื่องความล่าช้าของกระบวนการภาครัฐถือเป็นปัจจัยสำคัญในการฉุดรั้งด้านการลงทุนของภาคเอกชนในประเทศไทย

นายศุภชัยกล่าวว่า ด้านการแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน ต้องเปลี่ยนแปลงระบบอุปสงค์อุปทาน ทำให้ประชาชนมีรายได้สอดคล้องกับรายจ่าย ควรแก้ปัญหาด้วยการเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำให้แก่แรงงานจากปัจจุบันที่อยู่ในอัตรา 300 บาทต่อวัน แต่การจะเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำได้ก็ต่อเมื่อนำแรงงานไปฝึกทักษะเพิ่มเติม วิธีนี้จะสามารถช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้นได้ อีกทั้งยังได้ผลมากกว่าการนำเงินมหาศาลไปอัดฉีดในระบบ

โดยในส่วนการ กระตุ้นเศรษฐกิจในระยะยาวเห็นว่ารัฐบาลควรทำเส้นทางเชื่อมต่อกับกลุ่มซีแอลเอ็มวี (กัมพูชา, ลาว, เมียนมา และเวียดนาม) ให้มีความชัดเจนขึ้น รวมทั้งต้องทำให้การค้าในแถบท้องถิ่นเติบโตขึ้น แต่ไม่ใช่ดำเนินการแบบประชารัฐแบบที่ทำอยู่ เพราะมีแต่ภาคธุรกิจใหญ่เท่านั้นที่จะได้ประโยชน์

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

ข่าวที่เกี่ยวข้อง