หนุ่มไทยยิง ยากูซ่า อันดับ 3 ของญี่ปุ่นดับ

ฆ่ายากูซ่า

ฆ่ายากูซ่า

ฉุนพาไปเที่ยวถูกด่าตลอดทาง

27 เม.ย. รายงานข่าวแจ้งว่า เวลาประมาณ 10.00 น. ของวันที่ 26 เม.ย. สภ.แม่ยาว จ.เชียงราย รับแจ้งเหตุนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นถูกยิงเสียชีวิตในป่าบนเขาทางขึ้นบ้านอาแบ หมู่ 7 ต.ดอยฮาง ที่เกิดเหตุพบรถรถจิ๊ป ซูซุกิ คาริบเบี้ยน สีเขียว จอดอยู่ริมถนน โดยในป่าทางขึ้นเขาพบศพนายทาเคชิ โคโดะ อายุ 43 ปี ชาวญี่ปุ่น มีแผลถูกยิงเข้าที่ศีรษะและลำตัว ตามร่างกายพบรอยสักเต็มตัว ที่เอวมีซองปืนเหน็บอยู่

ทั้งนี้ พบกระเป๋าเป้ 3 ใบตกอยู่ เป็นของผู้ตาย 1 ใบข้างในมีแบงค์ดอลล่าร์สหรัฐฉบับละ 100 เหรียญ จำนวน 100 ใบรวม 10,000 เหรียญ พร้อมกระสุนปืนขนาด 9 มม. จำนวน 47 นัด อีกใบเป็นของนายฮิโรมิชิ นากาโนะ อายุ 59 ปี เพื่อนผู้ตายที่มาเที่ยวด้วยกัน ถูกยิงได้รับบาดเจ็บถูกตีที่ศีรษะ และหลังเกิดเหตุได้วิ่งไปขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านนำส่งโรงพยาบาล ขณะนี้อาการปลอดภัยแล้ว ส่วนกระเป๋าอีกใบยังไม่ทราบเป็นของใคร จึงยึดไปตรวจสอบทั้งหมด

ต่อมา นายอภิชาติ อินธิศักดิ์ 41 ปี ได้เดินทางเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ  พร้อมให้การว่า เป็นเจ้าของชาติทัวร์ ถนนเจ็ดยอด เทศบาลนครเชียงรายและยังเป็นมัคคุเทศก์นำเที่ยวเฉพาะกิจด้วย ก่อนเกิดเหตุได้รับการว่าจ้างจากชาวญี่ปุ่นทั้ง 2 คนให้นำทางไปส่งยังหมู่บ้าน ชาวเขาลีซอ ตนจึงพาไปโดยขับรถจิ๊ปคันดังกล่าว ระหว่างทางตนจะจอดแวะซื้อของ แต่กลับถูกทั้งคู่ด่า เนื่องจากเกรงจะพบตำรวจและไม่อยากให้คนอื่นเห็น จนไปถึงที่เกิดเหตุรถไม่สามารถขับขึ้นไปบนดอยได้ จึงพากันลงเดิน ตนก็ยังถูกด่าว่าทำไมไม่สามารถพาไปยังจุดหมายได้

จากนั้นผู้ตายขอนั่งพัก แต่ยังไม่ยอมหยุดด่า ว่า ทำไมทำไม่ได้เหมือนที่รับปากไว้ ตนจึงโมโหด่ากลับไป ผู้ตายจึงชักอาวุธปืนยิงตน 1 นัด แต่ไม่ถูก ตนจึงชักปืนขนาด .38 ที่พกติดตัวมาด้วย ยิงใส่ทั้งคู่ 6 นัด จน นายทาเคชิ ตายคาที่ ขณะที่ นายฮิโรมิชิ บาดเจ็บสาหัส ตนจึงรีบวิ่งหนีขึ้นเขาไป และตัดสินใจเข้ามอบตัว เจ้าหน้าที่ได้คุมตัว นายอภิชาติ แจ้งข้อหาฆ่าคนตาย เพื่อดำเนินคดีต่อไป

อนึ่ง จากการตรวจสอบประวัติพบว่า นายทาเคชิ โคโดะ ผู้ตายเป็นผู้จัดการแก๊ง เซดิวไก แก๊งยากูซ่าอันดับ 3 ของญี่ปุ่น เมื่อปี 2006 เคยก่อคดีฆ่าฆาตกรรมชาวญี่ปุ่นด้วยกัน ที่โตเกียว ภายหลังถูกหักหลังในธุรกิจผิดกฎหมาย สำหรับ นายฮิโรมิชิ นากาโนะ ผู้บาดเจ็บมีหน้าที่ดูแลยากูซ่าทั้งหมดที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทย โดยการเดินทางขึ้นไปบนเขาครั้งนี้เชื่อว่าน่าจะต้องการเก็บตัวจากโลกภายนอก จึงเตรียมเงินจำนวนมากไว้ใช้จ่าย เพราะในหมู่บ้านชาวเขามีโฮมสเตย์อยู่ด้วย แต่กลับมาทะเลาะจนเกิดเหตุขึ้นเสียก่อน

Mthai News

แสดงความคิดเห็น

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง