นายกฯ-เฉลิม ลงนามตั้งกลุ่มวาดะห์ นั่งที่ปรึกษาแก้ไฟใต้แล้ว

กลุ่มวาดะห์,

มั่นใจจะนำประสบการณ์การเป็นคนในพื้นที่มาช่วยดับไฟอันร้อนระอุได้

MThai News ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีการแต่งตั้งกลุ่มวาดะห์ขึ้นมาเป็นที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรีว่า สมาชิกกลุ่มวาดะห์เป็นชาวไทยมุสลิมที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ มีความเข้าใจปัญหาและสถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้มาตลอดเป็นอย่างดี

ดังนั้นจึงต้องการจะรับฟังแนวทางและแนวคิดในการแก้ปัญหาของกลุ่มวาดะห์ ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นประโยชน์ต่อการทำงานเป็นอย่างมาก
ทั้งนี้ตนอยากฟังแนวคิด แนวทางของท่านที่อยู่ในพื้นที่มาตั้งแต่เกิด ว่าท่านคิดอย่างไรกับการทำงาน

อะไรที่เป็นประโยชน์ ตนก็จะเอามาประกอบกับ ผอ.ศปก.กปต. เป็นการประชุมในวงเล็กให้ท่านแสดงความคิดเห็นอย่างเต็มที่ และถ้าเห็นว่าเป็นประโยชน์ จะเชิญท่านเข้าประชุมวงใหญ่

ส่วนกรณีที่สำนักพุทธศาสนาออกมาโจมตีเกี่ยวกับการตั้งกลุ่มวาดะห์เป็นที่ปรึกษานั้น มองว่า อยากให้พิจารณาในหลายมุมมอง อย่าคับแคบ

เนื่องจากรัฐบาลทำหน้าที่เป็นผู้บริหารประเทศ ดังนั้นไม่ว่าศาสนาพุทธ อิสลาม พราหมณ์ ฮินดู ก็ถือเป็นคนไทยด้วยกัน และเห็นว่าทั้ง 9 ท่านมีประโยชน์ที่จะให้ข้อมูลและข้อเท็จจริง

ขณะเดียวกันยืนยันว่า การแก้ไขปัญหาความไม่สงบในชายแดนภาคใต้เดินมาถูกทางแล้ว และวันนี้นายกรัฐมนตรีจะมีการเรียกผู้ที่เกี่ยวข้อง

คือ ทหาร ตำรวจ และจนท.ฝ่ายปกครอง ให้เร่งดำเนินการพูดคุยและทำความเข้าใจกับพี่น้องในภาคใต้ในเรื่องเกี่ยวกับการใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ มาตรา 21

พร้อมกันนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มวาดะห์ทั้ง 9 คน ที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี โดยมีหน้าที่ให้คำปรึกษา เสนอความเห็น วิเคราะห์และเสนอแนะงานด้านต่างๆ ตามที่ ร.ต.อ.เฉลิม ได้มอบหมาย ประกอบด้วย

1.นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา
2.นายเด่น โต๊ะมีนา
3.นายอารีเพ็ญ อุตรสินธ์
4.นายซูการ์โน มะทา
5.นายนัจมุดดีน อูมา
6.น.ส.เพชรดาว โต๊ะมีนา
7.นายอับดุลเร๊าะห์มาน อับดุลสมัด
8.นายสุธิพันธ์ ศรีริกานนท์
9.นายสุดิน ภูยุทธานนท์

และล่าสุด น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ได้ลงนามในคำสั่งแต่งตั้งกลุ่มบุคคลดังกล่าวให้เป็นที่ปรึกษาทำงานแก้ปัญหาไฟใต้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

โดยทั้งหมดจะมีอำนาจหน้าที่ ดำเนินการด้านการข่าวเเละงานด้านการขับเคลื่อนนโยบายเเละยุทธศาสตร์การเเก้ไขจังหวัดชายเเดนภาคใต้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

สอดคล้องกับสถานการณ์ บทบาทเเละภารกิจที่เปลี่ยนเเปลงไป อันจะก่อให้เกิดผลดีกับทางราชการ ทั้งนี้ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา11(6)เเห่งพ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการเเผ่นดิน พ.ศ.2534

MThai News

ข่าวที่เกี่ยวข้อง