พิสูจน์รัก!ตายายขายขยะประทังชีพ ซ้ำชุบชีวีเด็กถูกทิ้งให้มีการศึกษา

รักแท้…มีจริงหรือ? คงเป็นคำถามกังขาสำหรับใครหลายคน เพราะ…บ้างก็มืดมนเงียบเหงาเปล่าเปลี่ยวตัวคนเดียวในชีวิต บ้างก็มีคู่ชูชื่นประสบหมาย บ้างก็รักกันแทบตายกลับกลายถูกทอดทิ้ง และ…ยิ่งกว่านั้น บ้างก็คิดสั้นตัดช่องน้อยหนีปัญหาลาลับไป

แต่ใครจะรู้เล่า…ใต้สะพานคลองหนึ่ง เมืองปทุมธานี ยังมี “รักแท้แก่ชรา” ซุกซ่อนอยู่ภายใต้ชายคาไม้เก่าเคล้าสังกะสี เลี้ยงชีวีปากท้องด้วยกองขยะ ซ้ำยังแบกภาระชุบเลี้ยงเด็กถูกทิ้งให้เติบใหญ่มีการศึกษา ไม่สนว่าตนยากจนข้นแค้นสักเพียงใด ไม่มองแม้ยังมีหนทางอื่นชิ่งหนีลี้ปัญหา เพราะกว่า 30 ปี “ด้วยรักและผูกพัน” ยากแปรผันความคิดและจิตใจ ยังจดจำทุกคำมั่นที่ให้ไว้

“ไม่ว่าฟ้าเปลี่ยนสี ธรณีแยกแตกสลายไป เราจะไม่มีวันทอดทิ้งกัน เพราะ เรามีกันอยู่สองคน”

สามล้อซาเล้งเก่าๆบรรทุกซากกองขยะจำนวนหนึ่ง ที่ขับเคลื่อนด้วยแรงเท้าของ คุณตาถ่าย สุขะ วัย 71 ปี โดยมี คุณยายเปลว โตสอย วัย 77 ปี และ เด็กชายวัย 11 ขวบ ที่ติดสอยห้อยตามไปคัดแยกขยะจากห้างดังแห่งหนึ่งย่านรังสิตที่อนุเคราะห์ให้กับพวกเขานำขยะพร้อมกับน้ำประปาบางส่วนออกมา โดยแลกกับงานล้างทำความสะอาดบริเวณจุดพักขยะของทางห้าง

โดยขยะที่พวกเขาคัดแยกมาแต่ละวันนั้น ต้องนำมาพักของไว้บริเวณหน้าบ้านเก่าๆที่พวกเขาพักอาศัยอยู่ใต้สะพาน เพื่อทำการคัดแยกสิ่งที่สามารถนำไปขายต่อได้ ส่วนใหญ่จะเป็น ขวด, กระดาษ, พลาสติก ซึ่งเรื่องของรายได้นั้นถือว่าน้อยมาก เมื่อเทียบกับ 3 ปากท้อง เพราะขายขยะได้เพียงสัปดาห์ละครั้งสองครั้งเท่านั้น รายได้รวมไม่เกิน 1,700 บาท และบางครั้งรายได้ต้องหดหายหากไม่มีของขายหรือของนั้นถูกมือมืดแอบเข้ามาขโมยไปในยามวิกาล

cats-0

โชคยังดีที่สองตายายยังมีเบี้ยคนชราคนละ 700 บาท จึงพอจัดสรรมาเป็นค่าเทอมให้กับเด็กน้อยที่พวกเขารับมาเลี้ยงดูตั้งแต่เด็กยังอายุเพียง 2 ขวบ หลังแม่ของเด็กละแวกเดียวกันนำไปทิ้งไว้ เพราะไม่มีเงินเลี้ยงดู แต่ฟ้ายังเมตตาเด็กให้สองตายายได้มาพบเข้าและชุบชีวิตเขาขึ้นใหม่จนเติบใหญ่ในวันนี้

“สงสารเด็ก เห็นถูกทิ้ง ตัวเราก็ลำบาก จนแสนจน แต่อดไม่ได้ ยอมลำบากเพิ่มขึ้น เพื่อได้ช่วยเหลือชีวิตน้อยๆนี้ไว้ ถามว่าเอาเขามาลำบากไหม ไม่เลย เรายอมอด ยอมออม ก็เพื่อให้เขามีกิน ส่งเสียให้เขาได้เรียน ไม่สนใจหรอกว่าเขาเคยเป็นลูกใคร แต่ตอนนี้เขาคือหลานเรา เรารักเขา และพวกเราต้องกอดคอรอดชีวิตไปกันให้ได้ ด้วยเม็ดเงินจากค่าขยะนี่แหละ” คุณตาถ่าย กล่าว

ปากสองตายายเล่าเรื่องราวความลำบากควบคู่กับสองมือคัดแยกขยะไปพลางๆ หยาดเหยื่อก็ไหลท่วมอ่วมอาบแก้มสองข้าง ภาพที่เห็นเบื้องหน้าสร้างความประทับใจ เมื่อตาถ่ายหยิบผ้ามาซับเหยื่อบนใบหน้าของยายเปลว พร้อมกับรอยยิ้มที่ต่างคนต่างเขินอาย ทีมข่าว MThai News จึงอดไม่ได้ที่ให้สองตายายเล่าท้าวความหลังถึงความรักของทั้งคู่ว่ามีความเป็นมาอย่างไร

IMG_5600-0-0

สะพานคลอง1 คือ จุดเริ่มต้นของความรัก?

“ผมเลิกกับครอบครัวเก่าที่ต่างจังหวัดก็มาทำงานก่อสร้างสะพานแห่งนี้เมื่อ 30 ปีก่อน ก็ได้พบยายเปลว เธอตัวเล็กหน้าตาจิ้มลิ้ม เธอเป็นเพียงสาวบ้านๆ ผมพบสบตาเธอ ผมก็ชอบเธอเลย และด้วยเธออยู่ตัวคนเดียวถูกญาติตัดขาด ผมยิ่งสงสารเธอ จึงอยากดูแลเธอ จึงตกลงใช้ชีวิตร่วมกัน แต่เราทั้งคู่ยากจนไร้บ้าน จึงต้องร่อนเร่พักพิงตามที่ต่างๆเรื่อย จนมาปักหลักกันใต้สะพานแห่งนี้” ตาถ่าย กล่าว

ความเห็นอกเห็นใจ คือ สายสัมพันธ์สุดลึกซึ้ง?

“ตั้งแต่ผมคบหายายเปลวมา สุขภาพเธอไม่เเข็งแรง เป็นลมบ่อย และเป็นโรคกระดูกทับเส้น เดินไม่ค่อยได้ ต้องคอยระมัดระวังดูแลกันตลอด หลายครั้งที่เธอต้องไปช่วยงานรับจ้าง แล้วเป็นลมล้มฟาดไป ผมคิดว่าจะไม่ได้เห็นเธออีกแล้ว แต่ฟ้ายังใจดีคืนชีวิต และให้เธออยู่เคียงข้างผมมาถึงวันนี้ “ ตาถ่าย กล่าว

มีหนทางอื่นมากมาย แต่ผู้ชายยคนนี้ ไม่ขอไปจากชีวิตของเธอ?

“อยู่ด้วยกันมาขนาดนี้ มันที่สุดความผูกพัน จบงานก่อสร้างก็หารับจ้างไปเรื่อย เงินก็น้อยนิด พอแก่ตัวกันมาก็ไปรับจ้างล้างทำความสะอาดที่ห้าง เขาก็เมตตาให้ของให้น้ำมาใช้ เราก็เอาไปขาย ขายได้ก็มีเงินกิน ขายไม่ได้ก็อด เจ็บป่วยแต่ละที ก็แทบไม่ได้ไปหาหมอ ต้องหายามารักษากันเอง ที่ผ่านมาแทบไม่มีเงินกินเงินใช้ ก็ต้องหาข้าวกินตามวัดตามบ้านชาวบ้านใจดี ยิ่งอยู่รู้ว่ายิ่งลำบาก ยิ่งแก่ยิ่งหาเงินยาก แต่เราก็ไม่เคยยอมแพ้ สงสารก็แต่ยาย ที่ผมไม่สามารถทำให้เขามีกินกว่านี้ได้ เขาต้องมาอดๆอยากๆกับผม ถามว่าผมมีที่ไปไหม ผมมี ก็ที่บ้านเก่า ยังมีลูกๆของเมียเก่า และพวกเขาก็โตแล้ว ก็อยากให้ไปอยู่ด้วย แต่ผมทิ้งเธอไม่ได้ เธอตัวคนเดียว หากเธอเป็นอะไรไป ผมจะให้อภัยตัวเองได้อย่างไร” ตาถ่าย กล่าว

IMG_5604

ขอบคุณที่เคียงข้าง เพราะเขาคือ “ฮีโร่” ?

“ฉันรู้จักเขามาหลายสิบปีเขาไม่เคยคิดทิ้งฉันเลย ทั้งที่เขาก็มีที่ไป แต่เขาเลือกจะอยู่  และมีแต่จะดูแลฉันเสมอ แม้ฉันจะไร้ญาติขาดมิตร แม้ฉันจะจน แม้ฉันจะขี้โรค แม้ฉันจะช่วยแบ่งงานเขาได้ไม่มาก แต่เขาก็ไม่เอ่ยคำใดที่จะทำลายความรู้สึกฉัน เขามีแต่ทำจะทำเพื่อฉันมากมาย หากไม่มีเขา ฉันก็ไม่รู้จะอยู่อย่างไร เคยคิดนะ ไม่อยากเป็นภาระเขา ตัดสินใจจะฆ่าตัวตายหลายครั้ง แต่ก็เพราะคำพูดเขา ว่าเขารักและอยากอยู่กับฉันชั่วชีวิต จากนั้น ฉันเลิกล้มความคิดนี้หมดเลย คอยอยู่สู้อยู่เคียงข้างเขา เพื่อขอบคุณที่เขาอยู่สู้เคียงข้างฉันเสมอมา” ยายเปลว กล่าว

การทะเลาะเบาะแว้ง ถือเป็นเรื่องปกติสำหรับชีวิตคู่ แต่คู่นี้กลับให้อภัยเสมอมา เพราะเข้าใจตลอดว่า สิ่งที่ทำให้มีปากเสียงกัน นั่นคือ ความเหนื่อย ความยากจน และ ความดิ้นรนในการมีชีวิตให้รอดพ้นแต่ละวัน “กำลังใจ” คือ สิ่งสำคัญ และ ผลักดันให้พวกเขารักกันอย่างเข้าอกเข้าใจ จนกลิ่นอายความรักเหล่านี้แผ่ขยายให้บั้นปลายชีวิตอยากทำความดีที่ยิ่งใหญ่ แม้เสมือนเป็นการสร้างภาระให้พวกเขาต้องเผชิญความลำบากอีกหลายเท่าตัวในภายหน้าก็ตาม

IMG_5663

ตัวเองก็ลำบาก แต่ยังตรากตรำช่วยเหลือผู้อื่น นับเป็นความดีที่ประเสริฐ?

“รู้ว่าการช่วยเหลือเด็กคนนี้ จะทำให้เราลำบากยากจนกว่าเดิม แต่ 30 ปีที่ผ่านมา เรารักกันมาเต็มอิ่มแล้ว อยากเผื่อแผ่ความรักนี้ให้คนอื่นบ้าง เมื่อเห็นเด็กตาดำๆถูกทิ้ง ยิ่งทำให้เราควรช่วยเหลือ แม้เงินครอบครัวที่หามาจากค่าขยะรวมกับเบี้ยยังชีพ รวมๆแล้วไม่เคยพอกินเลย แต่เรารู้จักกินรู้จักประหยัดและขยัน ก็สามารถทำได้และผ่านมันมาได้จนเด็กคนนี้เติบโต 11 ขวบแล้ว ตอนนี้เงินทุกบาทเราทุ่มให้กับเด็กคนนี้ ที่ต้องหามาจ่ายค่าเทอม ค่ากิน ก็เพื่อให้เขามีอนาคต แต่ก็ยอมรับ ตอนนี้จนจริงๆ กลัวไม่มีเงินส่งให้เขาเรียนระดับมัธยม แต่ก็ภูมิใจที่เงินค่าขยะทำให้เขาเป็นเรียนเก่งและเป็นเด็กดีช่วยทำมาหากิน” ยายเปลว กล่าว

หากไม่มี “ตายาย” ในวันนี้ อนาคตผมก็ไม่รู้จะเป็นอย่างไร?

“ผมรู้ตลอดว่าตายายลำบากมาก แล้วยังจะเก็บผมมาเลี้ยง ยิ่งเลี้ยงผมพวกเขาก็ยิ่งจน เราจนกันมาก ผมทำได้เพียงพยายามช่วยทำงาน ก่อน-หลังเลิกเรียนและวันหยุด ผมไม่อายที่เป็นเด็กถูกทิ้ง ผมไม่อายที่เป็นเด็กหากินกับขยะ ผมอายมากกว่าที่ช่วยอะไรตายายได้ไม่มากกว่านี้ หากไม่มีเงินส่งผมเรียนต่อ ผมก็เข้าใจ แต่หากมีเงินส่งผมเรียนจบ ผมจะไม่หนีไปไหน ผมจะอยู่ตอบแทน-ไม่ทอดทิ้งตายาย ขอบคุณที่เลี้ยงผมมา และผมจะไม่ทอดทิ้งแม่ผม ผมจะไปหาแม่ ตอบแทนแม่ที่เกิดผม เพราะตายายสอนเสมอว่า ให้รู้จักบุญคุณคน ผมจำได้ดีไม่มีวันลืม” หลานตาถ่ายยายเปลว กล่าว

IMG_5635

นี่แหละหนา…รักที่ว่า “สุดนิรันต์” ควรรักกันอย่าง “สองตายาย” พร้อมยังมอบ “น้ำใจ” ช่วยเหลือเด็กบริสุทธิ์ นับเป็น“รักสุดประเสริฐ” แต่รักนี้กลับเกิดบนที่ดินของรัฐ คนกลุ่มก่อนถูกขจัดโยกย้ายออกเกือบหมด เหลือเพียงพวกรันทดไร้ที่ไปปักหลักอยู่ สองตายายรู้ดีสักวันต้องจากไป เพราะรัฐให้โอกาสมาหลายครั้ง แต่เพียงหวังอยู่ต่ออีกอึดใจ เพื่อขอให้เด็กน้อยได้เรียนจบสัก ม.3 จากนั้น 3 ชีวิต ก็พร้อมร่อนเร่พเนจร หาที่ทำกินหลับนอนตามยถากรรม

อย่างไรก็ตาม MThai News ขอเป็นกำลังใจให้กับครอบครัว “คุณตาถ่ายยายเปลว” และหากผู้ใจบุญใดต้องการให้ความช่วยเหลือสามารถบริจาคสิ่งของ หรือ บริจาคเงินผ่านบัญชีเจ้าตัวโดยตรงที่ชื่อบัญชี  นายถ่าย สุขะ  เลขที่ 120-0-91363-9 ธนาคารกรุงไทย สาขารังสิต
เรื่อง/ภาพ โดย…ชัยพัฒน์ แกล้วทนงค์ 

แจ้งเรื่องร้องเรียน ร้องทุกข์ ช่วยเหลือสังคม ได้ที่ news.mthai.com@gmail.com

ติดตามสกู๊ปข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

IMG_5633
ยายเปลว – ตาถ่าย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง