ลูกสาวแม่ประนอม โอนทรัพย์สินบางส่วนคืน-ให้เงินเดือนละ 1 ล้าน

ลูกสาวคนโตแม่ประนอม ยอมโอนทรัพย์สินบางส่วนคืน ที่ดิน 3 แห่ง และให้เงินเดือนเดือนละ 1 ล้านบาท ศาลนัดเจรจากรณีหนี้และหุ้นใหม่อีกครั้ง 30 พฤษภาคมนี้

ความคืบหน้าการตกลงเจรจาไกล่เกลี่ยเรื่องทรัพย์สินระหว่างแม่ประนอม หรือนางประนอม แดงสุภา ผู้ก่อตั้งบริษัทน้ำพริกแม่ประนอม กับนางศิริพร แดงสุภา ลูกสาวคนโต ภายหลังมีความขัดแย้งกันในเรื่องทรัพย์สินนั้น

ล่าสุดนายทวิชา หวังโภคา ทนายความของนางศิริพร แดงสุภา ได้ออกมาเปิดเผยว่า คุณศิริพร ยอมแลกเปลี่ยนทรัพย์มรดกและจัดแบ่งทรัพย์มรดกให้แม่ประนอมแล้ว โดยโอนที่ดินคืนรวม 3 แห่ง คือ

– ที่ดินเก่าที่ตั้งอยู่หมู่บ้านเศษฐกิจ
– ที่ดิน จ.ขอนแก่น
– ที่ดินเขาใหญ่

พร้อมกันนี้ จะมีการโอนเงินเดือนให้แม่ประนอมไว้ใช้จ่ายส่วนตัว เดือนละ 1 ล้านบาท ซึ่งจะเริ่มโอนเงินเดือนพฤษภาคมปีนี้เป็นต้นไป ส่วนเงื่อนไขทรัพย์สินให้ชำระหนี้ 20 ล้านบาท และหุ้นของนางประนอม อีกจำนวน 18,000 หุ้นนั้น ทั้ง 2 ฝ่ายยังไม่ได้ข้อยุติ ประกอบกับเงื่อนไขดังกล่าวไม่มีการทำบันทึกตกลงกันไว้ โดยเบื้องต้น ศาลจึงให้ทั้ง 2 ฝ่ายไปเจรจาพูดคุยกันและนัดไต่สวนอีกครั้งในวันที่ 30 พฤษภาคม 2559 เวลา 13.00 น. ที่ศาลตลิ่งชัน


 
เผย ศาลจังหวัดตลิ่งชัน นัดไต่สวนคดีทรัพย์สินแม่ประนอมวันนี้ คาดเจราจาอีกครั้งก่อนตกลงทำสัญญาคืนทรัพย์สิน

นายทวิชา หวังโภคา ทนายความของ นางศิริพร แดงสุภา บุตรสาวคนโตของ นางประนอม แดงสุภา ผู้ก่อตั้งน้ำพริกแม่ประนอม เปิดเผยว่า ในวันนี้ (11 เม.ย.) เวลา 13.00 น. ศาลจังหวัดตลิ่งชัน ได้นัดหมายทางฝ่ายนางประนอม แดงสุภา ซึ่งเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นางศิริพร ลูกสาวคนโต ในคดีทางแพ่ง เรื่องขอทรัพย์สินคืน ซึ่งในขั้นตอนการดำเนินงาน  ทางฝ่ายโจทก์จะไปพบศาลฝ่ายเดียว

691335-01

โดยศาลจะถามว่า เหตุใดคดีดังกล่าวมีการถอนฟ้องไปแล้ว จึงกลับมาฟ้องร้องใหม่ จากนั้น ศาลอาจจะให้ไปไกล่เกลี่ยพูดคุยกับอีกฝ่ายหนึ่ง คือนางศิริพร คล้ายกับคดีที่ศาลจังหวัดนครปฐม โดยทางนางศิริพร ไม่ต้องไปยังศาล แต่ศาลเปิดโอกาสให้คู่ความ ส่งทนายความไปรับฟังได้

ทนายความลูกสาวคนโตกล่าวอีกว่า ในวันนี้ ทางทั้งสองฝั่งอาจจะมาพูดคุยถึงบันทึกข้อตกลงกัน ที่ได้พูดคุยเอาไว้ที่วังวรดิศ ที่มี ม.ล.ปนัดดา เป็นคนกลางอีกครั้ง ว่าจะยังยืนยันตามที่ตกลงกันไว้เดิมหรือไม่ หากไม่มีฝ่ายใดขัดข้องก็สามารถทำบันทึกข้อตกลงคืนทรัพย์สินกันได้ทันที โดยอาจจะทำต่อหน้าศาล หรือไม่ก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการยินยอมของทั้งสองฝ่ายเป็นหลัก

 

ที่มา  INN

MThai News

ข่าวที่เกี่ยวข้อง