ฝากขังผัดแรก แฟน 6 โจ๋โหด ฆ่าชายพิการ ค้านประกันตัว

ฝากขังผัดแรก แฟน 6 โจ๋โหด ฆ่าชายพิการ ค้านประกันตัว เตรียมเรียกสอบพยานเพิ่ม

วันนี้(8 พ.ค.) เวลา 10.30 น. ที่สน.โชคชัย ร.ต.ท.ดำรงพล พันธนาม รองสารวัตร(สอบสวน)สน.โชคชัย ได้นำตัวน.ส.ณัฐฑิชา ฤทธิ์ล้ำเลิศ อายุ 19 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญารัชดาเลขที่ 905/2559 ลงวันที่ 6 พ.ย. 59 ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ไปยื่นคำร้องขอฝากขังต่อศาลอาญารัชดา ผัดแรก เป็นเวลา 12 วันจนถึงวันที่ 19 พ.ค. นี้ เนื่องจากต้องสอบปากคำพยานอีกหลายปาก และรอผลการตรวจสอบประวัติการต้องโทษของผู้ต้องหา และอื่นๆ

พ.ต.อ.ชัยรพ จุณณวัตต์ ผกก.สน.โชคชัย เปิดเผยว่า พนักงานสอบสวนได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาไปฝากขังที่ศาลอาญาแล้วในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา โดยได้ยื่นคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์ สะเทือนขวัญ มีอัตราโทษสูง หากได้รับการประกันเกรงจะหลบหนี ส่วนจะกระทำความผิดในข้อหาเกี่ยวกับพรบ.คอมพิวเตอร์อีกหรือไม่นั้น ได้ประสานส่งเรื่องไปให้ ปอท.ตรวจสอบแล้ว ซึ่งยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้

อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้อาจจะเรียกพยานมาสอบปากคำเพิ่มเติ่ม ขณะเดียวกันก็ต้องรอผลการตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์มาประกอบด้วย

ที่มา ข่าวสด


แฟนสาว 6 โจ๋รุมฆ่าชายพิการนอนคุก สน.โชคชัย เครียด ก่อนนำตัวฝากขังข้อหาร่วมกันฆ่า ต่อศาลเช้านี้ พร้อมคัดค้านการประกันตัว

พ.ต.ท.ประทวน แมลงทับ สารวัตรสอบสวน สน.โชคชัย เปิดเผย สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น.ว่า นส.กระแต (นามสมมติ) แฟน 1 ใน 6 ผู้ต้องหา ที่ก่อเหตุรุมฆ่าชายพิการส่งขนมปัง ย่านโชคชัย4 จนเสียชีวิต และถูกจับกุมตัวในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นจนเสียชีวิต และถูกควบคุมตัว ที่สน.โชคชัย มีอาการเครียดตั้งแต่วันแรกที่ถูกคุมตัว และในวันนี้(8พค) เวลา 10.00 น. จะคุมตัวผู้ต้องหาที่ถูกควบคุมตัวครบ 48 ชม. ไปฝากขังผัดแรกต่อศาลอาญารัชดา ซึ่งทางพนักงานสอบสวนจะได้ทำการคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์

อย่างไรก็ตาม สำหรับข้อหาข่มขู่ทางโซเซียลมีเดีย ที่ทางทนายความของผู้เสียชีวิตแจ้งเอาไว้ อยู่ระหว่างการหาพยานหลักฐาน และพิสูจน์ว่าเป็นเพจจริงของผู้ต้องหาหรือไม่ ก่อนที่จะแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมอีกครั้งหนึ่ง

 

ที่มา : INN

MThai News

——————————————————————————————————————————————–

จนท.เตรียมนำตัวแฟนสาว 1 ใน 6 โจ๋ ขออำนาจศาลฝากขัง จันทร์นี้ ด้านทนายเตรียมเข้าพบ พนักงานสอบสวน แจ้งข้อหาเพิ่ม

ความคืบหน้ากรณีวัยรุ่นชาย จำนวน 6 คน ร่วมกันก่อเหตุใช้อาวุธมีดรุมทำร้ายร่างกาย นายสมเกียรติ ศรีจันทร์ อายุ 36 ปี ชายขาพิการอาชีพส่งขนมปัง จนเสียชีวิต ล่าสุด พ.ต.อ.ชัยรพ จุณณวัตต์ ผกก.สน.โชคชัย เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบปากคำพยานและหาหลักฐานเพิ่มเติม ส่วนกรณีที่จะมีการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมกับผู้ต้องหาทั้ง 7 คนหรือไม่นั้น ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาหลักฐานของคณะกรรมการสอบสวนคดีดังกล่าว

ขณะที่ น.ส.กระแต แฟนสาวของ 1 ใน 6 ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมก่อนหน้านี้ ตอนนี้ยังอยู่ในการควบคุมตัวของ สน.โชคชัย และจะมีการนำตัวไปส่งศาลอาญารัชดา เพื่อขออำนาจศาลฝากขัง ในวันจันทร์ที่ 9 พ.ค.นี้

ด้าน นายอนันตชัย ไชยเดช ทนายความของญาติผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางญาติของผู้ตาย ยังคงเฝ้าติดตามความคืบหน้าของคดีดังกล่าวว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป ซึ่งหากว่าในช่วง 1 – 2 วันนี้ ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาฆ่าคนตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน เพิ่มเติมกับผู้ต้องหาทั้ง 7 คน ก็จะพาทางญาติของผู้ตาย ไปเข้าพบ พนักงานสอบสวน สน.โชคชัย ในวันจันทร์นี้อีกครั้ง เพื่อแจ้งข้อกล่าวหาดังกล่าวเพิ่มเติม

 

ที่มา : INN

MThai News

——————————————————————————————————————————————–

เปิดคำให้การ! แฟนสาวทีมฆ่าชายพิการ หลังก่อนหน้าปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา เบื้องต้น ตร.แจ้งข้อร่วมฆ่า! 

พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผบก.น.4, พ.ต.อ.ชัยรพ จุณณวัตน์ผกก.สน.โชคชัย ร่วมสอบปากคำนางสาวเอ นางสาวเอ (นามสมมติ) อายุ 18 ปี แฟนสาวหนึ่งในผู้ต้องหาก่อเหตุทำร้ายนายสมเกียรติ ศรีจันทร์ ชายพิการจนเสียชีวิต หลังเดินทางมาพบพนักงานสอบสวนที่ สน.โชคชัย ตามหมายเรียก ที่ทนายความของครอบครัวนายสมเกียรติเข้าแจ้งความจากกรณีที่ปรากฎข้อความในเพจเฟสบุ๊คชื่อของนางสาวเอ ในลักษณะข่มขู่จะทำร้ายร่างกายทนาย

64-2

โดยพลตำรวจโทศานิตย์ เปิดเผยว่า ตำรวจได้สอบพยานที่เกี่ยวข้องหลายปาก ซึ่งมีพยานหนึ่งปากให้การยืนยันว่านางสาวเอได้พูดขณะเกิดเหตุว่า “จะเอามึงตาย” ประกอบกับมีหลักฐานทาง พนักงานสอบสวนเห็นว่าเป็นพฤติกรรมของผู้ร่วมกระทำผิด ตำรวจจึงขออำนาจศาลอนุมัติออกหมายจับนางสาวเอในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ซึ่งภายหลังศาลได้พิจารณาพยานหลักฐานแล้วเห็นพ้องอนุญาตให้ออกหมายจับตามคำร้อง เบื้องต้นนางสาวเอยังคงปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

นอกจากนี้ จากการสอบปากคำ นางสาวเอ ยอมรับสารภาพว่าอยู่ในเหตุการณ์จริง และยอมรับว่าได้พูดว่า “หากแฟนติดคุกจะเอาเรื่องให้ตาย”เนื่องจากอารมณ์ชั่ววูบ แต่ปฏิเสธว่าไม่ได้โพสต์ข้อความข่มขู่ทนาย และเพจเฟสบุ๊คดังกล่าวไม่ใช่เพจเฟสบุ๊คของตนเอง แต่ทางตำรวจจะต้องตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง หากพบว่าโพสต์ด้วยตนเอง จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ด้านนางสาวเอปฏิเสธตอบคำถามเกี่ยวกับวันเกิดเหตุ และยืนยันว่าไม่ได้มีการโพสต์ข้อความในเพจเฟสบุ๊คใดๆทั้งสิ้น

ส่วนนางสาวเฟิน ที่ปรากฎในคลิปในวงจรปิด จากการตรวจสอบไม่พบพยานหลักฐานว่าเกี่ยวข้องเนื่องจากนั่งรถแท็กซี่มาภายหลังจากเกิดเหตุแล้ว ส่วนจะมีใครเกี่ยวข้องอีกหรือไม่ให้เป็นไปตามหลักฐานที่ตรวจพบ หากมีผู้เกี่ยวข้องอีกจะดำเนินคดีตามกฎหมาย

ทั้งนี้ตำรวจจะนำตัวนางสาวเอขออำนาจศาลอาญารัชดาภิเษกฝากขังผัดแรก ในวันอาทิตย์ที่ 8 พฤษภาคมนี้ โดยคัดค้านการประกันตัว
สนับสนุนเนื้อหา Inn 


จับแล้ว! ‘แฟนสาว’ ทีมฆ่าชายพิการ ให้การปฏิเสธว่าไม่ได้โพสต์ข่มขู่ ตำรวจตั้งข้อหาร่วมฆ่า

จากกรณีที่ตำรวจสน.โชคชัย จับกุม 6 คนร้ายวัยรุ่นประกอบด้วย นายธีรพล ยศพงศ์อนันต์ อายุ 21 ปี นายอัครเดช หรืออั๋น ทัศนะ อายุ 22 ปี นายมนต์มนัส หรือ เต้ย แสงโพธิ์ อายุ 22 ปี นายจตุพร หรือเบียร์ จันทร์โสภา อายุ 18 ปี นายเมฆ หรือเมฆ พลไกรษร อายุ 19 ปี และนายอรินทร์ หรือเตอร์ ยศพงศ์อนันต์ อายุ 20 ปีที่รุมทำร้ายนายสมเกียรติ ศรีจันทร์ อายุ 36 ปี ทำร้ายชายขาพิการจนเสียชีวิต ต่อมามีหญิงสาว อ้างว่าเป็นแฟนของ 1 ในกลุ่มผู้ต้องหาโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กลักษณะข่มขู่ทนายความของผู้ตาย

วันที่ 6 พ.ค. เวลา 20.00 น.   เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสน.โชคชัย ได้นำตัวน.ส.กระแต (นามสมมติ) อายุ 18 ปี ซึ่งแฟนของนายมนต์มนัส หรือเต้ย แสงโพธิ์ ผู้ต้องหาที่อยู่ร่วมในเหตุการณ์ทำร้ายผู้ตายจนเสียชีวิต มาสอบสวนที่โรงพัก เนื่องจาก น.ส.กระแตปรากฏอยู่ในคลิปเหตุการณ์ดังกล่าวด้วย เพราะกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุจับภาพไว้ได้ว่ายืนอยู่ในบริเวณดังกล่าว นอกจากนี้ยังสงสัยว่า น.ส.กระแตอาจเป็นหญิงสาวที่โพสต์ในเฟซบุ๊กข่มขู่ทนายความ

จากนั้น พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผบก.น.4 พ.ต.อ.ชัยรพ จุณวัฒน์ ผกก.สน.โชคชัย เข้าร่วมสอบสวนน.ส.กระแต เบื้องต้นแจ้งข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่น ทั้งนี้ น.ส.กระแต ยังให้การปฏิเสธว่า ไม่ได้ร่วมฆ่าผู้ตาย และไม่ได้โพสต์เฟซบุ๊กข่มขู่ทนาย

ที่มา ข่าวสด


อีกคลิป ! หลักฐานเอาผิด 6 โจ๋โหด รุมทำร้ายร่างกาย ก่อนคว้ามีดแทงชายพิการขาลีบเสียชีวิต

จากกรณีคลิป 6 โจ๋โหด รุมทำร้ายร่างกาย นายสมเกียรติ ศรีจันทร์ ชายพิการขาขวาลีบ วัย 36 ปี ก่อนใช้มีดแทงคอและเสียชีวิตในเวลาต่อมา จนสร้างความตกใจให้กับสังคมเป็นอย่างมากถึงความโหดเหี้ยมและป่าเถื่อน แต่ที่น่าเศร้าไปกว่านั้นคือ ครอบครัวของผู้ตาย เนื่องจากตัวผู้ตายนั้นเป็นเสาหลักของบ้าน และยังมีลูกน้อยอีก 2 คน ที่ต้องดูแล

18

ล่าสุด (6 พ.ค. 59) ผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊ก Jah Khuntiviriyayotin ได้โพสต์คลิปความยาวประมาณ 40 วินาที โดยเป็นภาพบันทึกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอีกมุมหนึ่ง พร้อมข้อความขอความเป็นธรรม เนื่องจากคำให้การของผู้ก่อเหตุขัดแย้งกับความเป็นจริงในคลิปดังกล่าว

ช่วยกันแชร์ด้วยค่ะ คำให้การของมันกับในคลิปมันขัดแย้งกัน เพื่อนจ๋าไม่ใช่คนโกหก เป็นกำลังใจให้เพื่อนผ่านเรื่องนี้ไปได้เร็วนะ

 

ที่มา : เฟซบุ๊ก Jah Khuntiviriyayotin

MThai News


ทนายความ เข้าแจ้งความ หลังถูกแฟนสาว 6 โจ๋โหด ผู้ต้องหาฆ่าชายพิการ ข่มขู่ ถล่มสำนักงาน

นายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความในคดีแก๊งวัยรุ่น 6 คน รุมทำร้าย นายสมเกียรติ ศรีจันทร์ ชายพิการเสียชีวิต พร้อมด้วย นายเมธัส ผลประเสริฐ หลานชายผู้เสียชีวิต เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับแฟนสาวของ 1 ในผู้ต้องหา ที่ สน.โชคชัย ในฐานกระทำการข่มขู่ทำให้ผู้อื่นตกใจกลัว ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 392 หลังแฟนสาวผู้ต้องหารายนี้มีการโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ทำนองข่มขู่ว่าจะยกพวกถล่มสำนักงานทนายความของ นายอนันต์ชัย ซึ่งอาจทำให้เกิดความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน รวมถึงทำให้ผู้อื่นไม่กล้าเป็นพยานในคดีนี้และอาจจะส่งผลให้น้ำหนักคดีลดลง

696748-01

สำหรับการแถลงข่าวจับกุมผู้ต้องหาเมื่อวานนี้ ตำรวจได้นำคลิปภาพเหตุการณ์มาประกอบเพียงแค่บางส่วนเท่านั้น ซึ่งถือว่าไม่เป็นธรรมกับผู้เสียชีวิต พร้อมกันนี้ นายอนันต์ชัย ระบุว่า ส่วนตัวในฐานะผู้เห็นเหตุการณ์ มองว่า การรุมทำร้ายในลักษณะนี้ ไม่ใช่การป้องกันตัวอย่างที่แฟนสาวผู้ต้องหากล่าวอ้างผ่านข้อความในเฟซบุ๊ก ซึ่งจากเรื่องทั้งหมด จึงทำให้ตนตัดสินใจลงมาทำคดีนี้ด้วยตนเอง

ส่วนคำให้การของผู้ต้องหาที่อ้างในการแถลงข่าวว่า ถูกผู้ตายเข้ามาหาเรื่องที่อพาร์ตเมนต์ ขอตั้งข้อสังเกตว่าถ้ากลุ่มผู้ก่อเหตุไม่พูดจาดูหมิ่นเหยียดหยามสภาพความพิการของผู้ตายก่อน จะกลายเป็นชนวนเหตุสลดหรือไม่

ขณะที่ นางธันยชนก ศรีจันทร์ พี่สาวผู้เสียชีวิต กล่าวทั้งน้ำตาว่า ขณะนี้บรรดาเพื่อนบ้านและผู้เห็นเหตุการณ์ไม่กล้ามาเป็นพยานให้กับคดีนี้เนื่องจากเกรงกลัวอิทธิพลของกลุ่มผู้ต้องหาและเพื่อนของกลุ่มผู้ต้องหาที่เป็นลูกหลานตำรวจในพื้นที่

 

ที่มา : INN

MThai News

 


ตำรวจเพิ่มข้อกล่าวหาแก๊งโจ๋ ฆ่าคนตายโดยเจตนา ด้านทนายจ่อแจ้งข้อหาแฟนสาวผู้ก่อเหตุ หลังโพสเฟซบุ๊กข่มขู่

นายเมธัส ผลประเสริฐ หลานชาย นายสมเกียรติ ศรีจันทร์ ชายพิการผู้เสียชีวิตและอยู่ในเหตุการณ์ เปิดเผยกับสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า ล่าสุดทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เปลี่ยนข้อกล่าวหาผู้ต้องหาทั้ง 6 คน ให้มีโทษเพิ่มมากขึ้น คือ ฆ่าคนตายโดยเจตนา พกพาอาวุธมีดไปในที่สาธารณะ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบกล้อง CCTV ที่อาจบันทึกเหตุการณ์ได้ เพื่อนำมาสนับสนุนหลักฐานและสำนวนคดี

ฆ่าคนพิการ

ทั้งนี้ นายเมธัส ยังกล่าวอีกว่า มีความกลัวและกังวลว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรมในคดีนี้ เนื่องจากผู้ต้องหาเป็นบุตรของเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ทาง พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รรท.ผบช.น ) ได้ให้ความมั่นใจว่า จะดำเนินการอย่างเป็นธรรม ซึ่งทางตนและญาติก็มีความเบาใจมากยิ่งขึ้น ส่วนบุตรทั้งสองคนของผู้เสียชีวิตนั้น ทางครอบครัวจะเป็นคนอุปการะในการส่งเสียค่าเล่าเรียนเอง

นอกจากนี้ นายเมธัส ยังกล่าวอีกว่า ขณะนี้ยังไม่ได้มีการร้องขอให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมาคอยคุ้มกันครอบครัว เนื่องจากยังไม่มีเหตุการณ์ที่หวั่นต่อความปลอดภัย และในวันนี้ นายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความ จะเดินทางเข้าไปแจ้งความที่ สน.โชคชัย กับแฟนสาวผู้ก่อเหตุ ที่ใช้อาวุธแทง นายสมเกียรติ เนื่องจากมีการเฟซบุ๊กในลักษณะข่มขู่ และเข้าข่ายผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ในเวลา 10.00 น.

ข้อมูลข่าวจาก INN


 

1 ในผู้ต้องหารุมทำร้ายร่างกาย ก่อนคว้ามีดแทงคอชายพิการจนเสียชีวิต ยืน­ยันไม่มีเจตนาฆ่าแค่ป้องกันตัว

วันนี้ (4 พ.ค.59) เจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาล สน.โชคชัย ได้คุมตัว นายพีรพ­ล ยศพงษ์อนันต์ หนึ่งในผู้ต้องหาที่ร่วมกันก่อเหตุทำร้ายร่างกายและฟัน นาย­สมเกียรติ ศรีจันทร์ ชายขาพิการจนเสียชีวิตมาสอบสวน ภายหลังแพทย์อนุญาตให้ผู้ต้องหาออกจากโรงพ­ยาบาลได้

ทั้งนี้ นายพีรพล สารภาพว่า เป็นผู้ลงมือก่อเหตุจริง แต่ยืนยันไม่มีเจตนาฆ่า เพียงแต่บันดาลโทสะ เนื่องจากตัวเองถูกนายสมเกียรติ ใช้มีดฟันเข้าที่แขนซ้าย จนเป็นบาดแผลฉกรรจ์ จึงใช้มีดที่ทางกลุ่มผู้ต้องหานำมา ต่อสู้ป้องกันตัว

12
นอกจากนี้ จากการตรวจสอบพบว่า ผู้หญิง 2 คน ที่ฝ่ายผู้เสียหายอ้างว่ายั่วยุส่งเส­ริมให้เกิดการก่อเหตุ ได้โดยสารรถแท็กซี่มาถึงจุดเกิดเหตุ หลังจากที่ นายสมเกียรติ ถูกทำร้ายแล้ว ซึ่งหลังจากนี้ตำรวจจะต้องเรียกมาสอบปากคำ­อย่างละเอียด ว่ามีพฤติกรรมตามที่ถูกกล่าวอ้างจริงหรือไ­ม่

สำหรับผู้ต้องหา 6 คน เบื้องต้นได้ถูกแจ้งความดำเนินคดีใน 3 ข้อหา คือ ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา บุกรุกเคหะสถาน และพกพาอาวุธไปในที่สาธารณะ

ขอบคุณข้อมูล TNN 24

MThai News


ญาติชายพิการเหยื่อ 6 โจ๋โหด ร้องตำรวจเอาผิดแฟนสาวผู้ต้องหา เหตุมีการตะโกนยุยงให้ทั้งหมดก่อเหตุ

ความคืบหน้าในคดีแก๊งวัยรุ่นโหด 6 คนรุมทำร้ายชายพิการก่อนจะใช้อาวุธมีดฟันจนเสียชีวิต ภายหลังทั้งหมดถูกคุมตัวขออำนาจฝากขังแล้วนั้น ล่าสุดทางนางสาวรุ่งนภา แซ่เอี้ยว ภรรยาของนายสมเกียรติ ศรีจันทร์ ผู้ตาย ได้ออกมาเรียกร้องว่า

อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามตัวแฟนสาวของ 1 ในผู้ต้องหามาดำเนินคดีด้วย เพราะมีหลักฐานเป็นคลิปจากกล้องวงจรปิดจับภาพได้ว่าผู้หญิงคนดังกล่าวได้มีการตะโกนยุยงให้กลุ่มผู้ต้องหาทำร้ายสามีของตนจนเสียชีวิต

ด้านพ.ต.อ.ชัยรพ จุณณวัตต์ ผู้กำกับการ สน.โชคชัย ยืนยันว่า ได้รับเรื่องดังกล่าวไว้พิจารณาแล้ว และอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อแจ้งข้อกล่าวหาหญิงคนดังกล่าว


 

เรื่องเล่า ‘ชายพิการ’ เหยื่อ 6 โจ๋โหด รุมทำร้ายร่างกายชายพิการขาเป๋ ก่อนแทงคอจนเสียชีวิต

จากกรณีคลิป 6 โจ๋โหด รุมทำร้ายร่างกาย นายสมเกียรติ ศรีจันทร์ ชายพิการขาขวาลีบ วัย 36 ปี ก่อนใช้มีดแทงคอและเสียชีวิตในเวลาต่อมา จนสร้างความตกใจให้กับสังคมเป็นอย่างมากถึงความโหดเหี้ยมและป่าเถื่อน แต่ที่น่าเศร้าไปกว่านั้นคือ ครอบครัวของผู้ตาย เนื่องจากตัวผู้ตายนั้นเป็นเสาหลักของบ้าน และยังมีลูกน้อยอีก 2 คน ที่ต้องดูแล

ล่าสุด (3 พ.ค. 59) ผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊ก Juthamas Na Songkhla ได้โพสต์ข้อความเล่าเรื่องราววันเกิดเหตุอันน่าสะเทือนใจของ นายสมเกียรติ ศรีจันทร์ พร้อมวินาทีที่ลูกทั้ง 2 ของเขาได้รับข่าวร้ายเรื่องพ่อที่เสียชีวิตจากพวกใจทราม โดยมีรายละเอียดดังนี้…

12

เล่าเรื่อง สมเกียรติ ศรีจันทร์ ชายพิการ ขาขวาลีบข้างหนึ่ง แขนขวาคอก ที่พยายามทำมาหากินสุจริต ให้เหมือนกับคนธรรมดาทั่วไป มีลูกชาย 2 คน วัย 12 และ 9 ปี เลิกกับเมียไปนานหลายแล้ว ทำงานส่งเสียลูกให้ได้เรียนหนังสือและส่งเสียแม่ซึ่งลูกและแม่อยู่ที่นครปฐม

สมเกียรติ ทำงานอยู่ร้านขนมปัง ‘ปังหอม’ วันเสาร์ 30 เม.ย. ที่ผ่านมา เกียรติไปเยี่ยมแม่เยี่ยมลูกที่นครปฐม
เพราะร้านปิดทำขนมทุกวันเสาร์ และเงินเดือนออกเลยเอาเงินไปให้แม่ กินข้าวกับแม่ แล้วกลับมานอนที่ร้านในตอนเย็น ทุก ๆ วันตอนเช้า เวลาตีห้า เกียรติจะเป็นคนส่งเสียงเรียกทุกคนในร้านให้ตื่นขึ้นทำขนมปัง จนทำแป้งทุกอย่างเสร็จประมาณ 8 โมงเช้า จึงจะขับรถออกไปส่งขนมปังที่ร้านละแวกที่พัก

เช้าวันที่ 1 พ.ค. ก็เป็นเหมือนเช่นทุกวัน ก่อนออกไปส่งขนมปัง เฟิร์นและเมธัส หลานสาวและหลานชายที่บริหารร้าน
ขนมปังนี้อยู่ ถามน้าเกียรติว่า… วันนี้เราหุงข้าวกินกันมั้ย น้าเกียรติดีใจ บอกว่าเอาสิมีปลาทอดหมูทอดที่ยายให้มาเมื่อวานนี้อยู่ เดี๋ยวน้าส่งขนมปังเสร็จ จะซื้ออะไรมาเพิ่มแล้วเกียรติก็ขับรถออกจากร้านไป เกียรติกลับมาในอีกพักใหญ่ไม่ได้ซื้ออาหารติดมือมา แต่มาบอกในร้านว่า เมื่อกี้มีปากเสียงกับกลุ่มวัยรุ่น มันแซวตอนจะไปส่งขนมปัง กลุ่มวัยรุ่นผ่านมาที่หน้าร้าน ตะโกนแซวเรื่องขนมปังและชื่อร้าน แล้วเมื่อเขาไปส่งที่ร้านหนึ่ง พอขับรถออกมา ก็เจอกลุ่มวัยรุ่นพวกเดิมขี่จักรยานยนต์แซงไปพร้อมกับแซวเรื่องความพิการของเขาอีก เขาเลยขี่มอเตอร์ไซค์ตามไปปาดแซงถามว่า
ด่าว่าอะไร มีการโต้ตอบกันด้วยคำพูดหลายคำ สั่งสอนไปว่าพูดจาให้ดี ๆ แล้วก็ขับรถตรงกลับมาที่ร้าน (ตรงนี้ขออนุญาตแก้ไข เมื่อวานเขียนว่าขับรถปาดแซงรถเก๋ง เราเข้าใจผิดเอง เป็นรถมอเตอร์ไซค์ด้วยกันค่ะ)

เมธัส เล่าว่า เกียรติบอกว่าคงไม่มีไรหรอกคุยกันจบแล้ว แต่ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงจากนั้น มีวัยรุ่น 4 คนเข้ามาในร้าน
มาเคลียร์ และเรียกร้องให้เกียรติขอโทษพวกเขา มีปากเสียงเถียงกัน เกียรติก็ขอโทษ ทุกคนช่วยกันบอกให้เด็กวัยรุ่นกลุ่มนั้นใจเย็น ๆ ในช่วงนั้นเมธัสโทร.บอกพ่อ เฟิร์นโทร.บอกแม่ ซึ่งไม่ได้อยู่ที่ร้านให้มาช่วย โทร.แจ้งตำรวจด้วย
เพราะเกรงจะมีเรื่องใหญ่ หนึ่งในกลุ่มประกาศว่า โทร.เรียกมาเลย พ่อกูนี่แหละเป็นตำรวจ แต่คุยกันสักพัก เด็กกลุ่มนั้นก็ใจเย็นลงและเดินออกจากร้านไปซึ่งคิดว่าเรื่องน่าจะจบตอนนั้นแล้ว

มีเด็กหนุ่มคนหนึ่งอาจจะไม่ยอมจบ เพราะทราบภายหลังว่ามีการโทร.เรียกเพื่อนมาสมทบ รวมแล้วทั้งหมด 8 คน ชาย 6 หญิง 2 มาอยู่ที่หน้าร้าน ตะโกนเรียกให้ออกมาเคลียร์ หลังจากนั้นก็ชุลมุนกัน เกียรติใช้มีดที่เอาไว้เขี่ยขนมปังในเตาอบป้องกันตัว หนีพลางถอยพลางอยู่บนถนนหน้าร้าน โดยมีเมธัสพยายามขวางยกมือไหว้ขอร้อง อย่าทำน้าผม ซึ่งตอนนั้นเกียรติมีแผลถูกฟันหลายแผลแล้ว แต่หนึ่งในนั้นลงมือแทงเข้าที่ลำคอของเกียรติผ่านหน้าเมธัสไป

ผู้เห็นเหตุการณ์แถวนั้นบอกว่า ได้ยินเสียงตะโกน ‘เอามันให้ตาย’ ของผู้หญิงที่อยู่ในกลุ่มนั้นด้วย ขณะเกิดเหตุมีคนเห็นเยอะแต่ไม่มีใครกล้าเข้าระงับเหตุ มีแต่ถ่ายคลิปไว้ จนตำรวจหลายนายมาถึงที่เกิดเหตุ ซึ่งยังไม่สามารถระงับเหตุได้ทันท่วงที ตำรวจต้องยิงปืนขึ้นฟ้าหนึ่งนัด จึงยุติ (ตามคลิป)

เราคิดว่าเกียรติคงจากไปตั้งแต่ตรงนั้นในอ้อมกอดของเมธัส แต่หลานก็ยังพยายามเอาน้าไปส่งโรงพยาบาลเปาโล เกียรติจึงได้ชื่อว่าไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล เราไปถึงโรงพยาบาลและได้รับการยืนยันแล้วว่าเกียรติไม่รอด จึงตามไปหาเมธัสที่ สน.โชคชัย เมธัสอยู่ในห้องประชุมกับท่านผู้กำกับ ชัยรพ จุณณวัตร์ ได้รับทราบว่า จับผู้ต้องหามาทั้งหมด 8 คน บรรยากาศบนโรงพักขณะนั้นดูคุกรุ่นพอสมควร ในความรู้สึกของคนที่ไม่คุ้นเคยอย่างเรา เรากอดเมธัสซึ่งเสื้อผ้ามีเลือดน้าเกียรติเลอะท่วมตัว ได้รับการยืนยันจากหลานมาก่อนหน้าแล้วว่า เขาไม่ได้รับบาดเจ็บใด ๆ เมธัสตัวสั่น เอาหน้าซบอกเราแล้วบอกว่า ผมขอโทษครับอา ผมช่วยน้าเกียรติไว้ไม่ได้ สงสารหลานมาก เพราะเราเลี้ยงเขามา เขาไม่เคยพบเจอเหตุการณ์แบบนี้สักครั้งในชีวิต บอกตรง ๆ ว่า ยิ่งได้รับข้อมูลว่าหนึ่งในผู้ต้องหาเป็นลูกหลานตำรวจ เรายิ่งใจไม่ดี หลานเราจะปลอดภัยมั้ย คนพิการขาเป๋คนหนึ่งที่ตายไป คงตายไปอย่างเงียบ ๆ ไม่มีปากมีเสียง

เราเลยโทรศัพท์ไปเล่าเรื่องราวนี้ให้ผู้ใหญ่ในกรมตำรวจฟัง พร้อมกับเพื่อนฝูงก็ฝากฝังสายสัมพันธ์ของเขาที่เป็นตำรวจให้ด้วย เพื่อเรียกร้องความยุติธรรมให้กับคนตาย จนนำมาสู่การแถลงข่าวของ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผบช.น.ที่ สน.โชคชัย 4 ที่จะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายและก็ได้รับทราบจากปากท่านเองว่า คดีนี้มีลูกตำรวจเป็นผู้ต้องหาถึง 4 คน

ขอบคุณเพื่อน ๆ ที่วิ่งเต้นฝากคดีนี้ให้ได้รับความเป็นธรรม ขอบคุณเจ้าของคลิปและผู้เผยแพร่ให้สังคมได้ติดตามสถานการณ์ ตำรวจถามเช่นกันว่าใครเป็นคนปล่อยคลิปซึ่งทางเราก็ได้แต่ตอบว่าคงเป็นพลเมืองดีเพราะมีคนถ่ายไว้ได้หลายคน (น่าจะมีอีก) ขอบคุณทุกกำลังใจที่มีให้แก่ครอบครัวเรา และขอบคุณเพื่อนพ้องใจดีที่ขอโอนเงินมาช่วยครอบครัวผู้ตาย ขอบคุณอย่างยิ่ง กับคุณวรรณภา และ พล.ต.ต.พีระพงศ์ วงษ์สมาน เพื่อนที่เป็นทุกข์ร้อนห่วงใยกับเหตุการณ์นี้และพร้อมช่วยเหลือทันทีที่ร้องขอ

ปล.ไม่ได้คิดจะกล่าวโทษ ใส่ร้าย หรือกระเหี้ยนกระหือรือให้ใครตายตกไปตามกัน แค่เรียกร้องความยุติธรรมให้คนตาย และบอกกล่าวในมุมของญาติผู้ตายเท่านั้น พยายามเรียบเรียงให้เบาที่สุดแล้ว

#‎กรรมนั้นทุกคนมีเป็นของตน‬

#‎ใช้ชีวิตอย่างมีสติกันนะคะ‬

 

ขอบคุณข้อมูล/ภาพ Juthamas Na Songkhla

MThai News


ญาติเผย 4 ใน 6 โจ๋โหด รุมทำร้ายร่างกายชายพิการขาเป๋เสียชีวิต เป็นลูกตำรวจ แถมให้ปากคำหัวเราะแบบไม่มีสลด

13096283_1126988954005023_666515378053086949_n

จากกรณีคลิป 6 โจ๋โหด รุมทำร้ายร่างกายคุณลุงพิการขาเป๋ ก่อนคว้ามีดฟันคอ จนคุณลุงเสียชีวิตนั้น ล่าสุดวานนี้ (2 พ.ค. 59) เวลาประมาณ 15.00 น. พล.ต.ท ศานิตย์ มหถาวร รักษาการแทน ผบช.น. พร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 6 คน ได้แก่

1.นายธีรพล ยศพงศ์อนันต์ อายุ 21 ปี  (ลูกตำรวจ)

2.นายมนต์มนัส แสงโพธิ์ อายุ 22 ปี (ลูกตำรวจ)

3.นายเมฆ พลไกรษร อายุ 19 ปี (ลูกตำรวจ)

4.นายอรินทร์ ยศพงศ์อนันต์ อายุ 20 ปี  (ลูกตำรวจ)

5.นายอัครเดช ทัศนะ อายุ 22 ปี

6.นายจตุพร  จันทร์โสภา อายุ 18 ปี

โดย พล.ต.ท. ศานิตย์ เผยตอนทราบเรื่องคิดว่าเป็นเรื่องปกติ แต่พอตรวจสอบถึงรู้ว่า ผู้ตายเป็นคนพิการและผู้ต้องหา 4 ใน 6 ก็เป็นลูกตำรวจ จึงลงมาดูคดีด้วยตัวเอง และได้พูดคุยกับญาติของผู้ตายแล้ว เพื่อให้เกิดความสบายใจ ซึ่งทางญาติเกรงว่าจะไม่ได้รับความยุติธรรม นอกจากนี้ วัยรุ่นทั้ง 6 คนไม่มีท่าทีสลดกับสิ่งที่กระทำเลย แถมตอนให้ปากคำยังหัวเราะออกมาด้วย

 

ขอบคุณข้อมูล/ภาพ เรื่องเล่าเช้านี้

MThai News

 


โหดเหี้ยม ! คลิปวัยรุ่นชาย 6 คน รุมทำร้ายร่างกายชายพิการขาเป๋เสียชีวิต สารภาพเมาแล้วแซวเรื่องขาแต่โดนด่ากลับเลยรุมยำจนตาย

ศูนย์วิทยุ สน.โชคชัย ได้รับแจ้งเกิดเหตุวัยรุ่นทะเลาะวิวาทที่ ซอยโชคชัย 4 แยก 69 จึงประสานเจ้าหน้าที่สายตรวจ เดินทางเข้าไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุ ทั้งนี้พบกลุ่มชายวัยรุ่น 6 คน กำลังใช้อาวุธมีดและก้อนอิฐทำร้ายร่างกายชายคนหนึ่ง โดยเจ้าหน้าที่ได้เข้าห้ามปรามแต่กลุ่มวัยรุ่นไม่ยอมหยุดจึงยิงปืนขึ้นฟ้า จนสามารถแยกคู่กรณีกลุ่มที่รุมทำร้าย และควบคุมตัวไว้ได้ทั้งหมด ก่อนนำตัวคนเจ็บส่งโรงพยาบาลเปาโลโชคชัย

14621142931462114309l

ทราบชื่อต่อมาคือ นายสมเกียรติ ศรีจันทร์ อายุ 36 ปี มีขาพิการ ทำอาชีพส่งขนมปัง ตามร่างกายมีบาดแผลถูกแทงฟันและทุบด้วยของแข็งหลายแห่งและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วนกลุ่มที่รุมทำร้าย คือ นายพีรพล ยศพงศ์อนันต์ อายุ 21 ปี นายพัรพล หรืออั๋นทัศนะ อายุ 22 ปี นายมนต์มนัส หรือเต้ย แสงโพธิ์ อายุ 22  นายจตุพร หรือเบียร์ (สงวนนามสกุล) อายุ 18 ปี นายเทฆ หรือเมฆ พลไกรษร อายุ 19 ปี และนายอรินทร์หรือเตอร์ ยศพงศ์อนันต์ อายุ 20 ปี หลังก่อเหตุเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวมาสอบสวน

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ เผยว่า หลังรับแจ้งเหตุเจ้าหน้าที่ได้ทำการจับกุมและสอบปากคำ ผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับว่า พวกตนเองกลับจากดื่มเหล้าบ้านเพื่อนย่านลาดพร้าว ขณะขี่รถจักรยานยนต์ผ่านที่เกิดเหตุเห็นผู้ตายขาพิการยืนอยู่หน้าร้านจึงแซว เรื่องขา และเรื่องชื่อร้านขนมผู้ตาย ซึ่งผู้ตายโมโหและด่ากลับมา ด้วยความมึนเมาสุราจึงจอดรถลงไปหาเรื่องและรุมทำร้ายผู้ตาย โดยใช้มีดที่พกกันมาด้วยรุมแทงและฟันได้รับบาดเจ็บ จนตำรวจมาห้าม

อย่างไรก็ตามเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาร่วมกันทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย และครอบครองพกพาอาวุธมีดไปในที่สาธรณะโดยไม่ได้รับอนุญาต จากนั้นนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี

 

 

ที่มา : ข่าวสด

MThai News

ข่าวที่เกี่ยวข้อง