ธรรมกายเผยชาวพุทธร้องขอความเป็นธรรมให้ ‘ธัมมชโย’

ปทุมธานีธรรมกายเผยชาวพุทธ ร้อง! ศูนย์ดำรงธรรม – สำนักพุทธฯ ทั่วประเทศขอความเป็นธรรมให้ธัมมชโย

เมื่อเวลา เวลา 13.00 น.วันที่ 3 พฤษภาคม2559 ที่สำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย ต.คลองสอง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี พระสนิทวงศ์ วุฑฒิวังโส ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย แถลงข่าวความเคลื่อนไหวของกลุ่มลูกศิษย์พระเทพญาณมหามุนี (หลวงพ่อธัมมชโย) เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ซึ่งไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการถูกกล่าวหาจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI กลุ่มองค์กรชาวพุทธและลูกศิษย์ของวัดพระธรรมกายเห็นว่า เจ้าหน้าที่รัฐไม่เป็นธรรมต่อพระเทพญาณมหามุนี (หลวงพ่อธัมมชโย) จึงได้ทำหนังสือขอความเป็นธรรม เพื่อร้องขอความเป็นธรรมจากศูนย์ดำรงธรรม และสำนักงานพระพุทธศาสนา ประจำจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ โดยมีกลุ่มลูกศิษย์ในจังหวัด ปทุมธานี สระบุรี ราชบุรี นครราชสีมา และยะลา เป็น 5 จังหวัดนำร่อง ได้ไปยื่นหนังสือขอความเป็น ในวันที่ 3 – 4 พ.ค.นี้”

IMG_6899

พระสนิทวงศ์ เปิดเผยว่า การยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมครั้งนี้ เพื่อช่วยปกป้องให้ความเป็นธรรมแก่พระเทพญาณมหามุนี โดยไม่ให้กรมสอบสวนคดีพิเศษดำเนินคดีกับพระเทพญาณมหามุนี (หลวงพ่อธัมมชโย) ในคดีพิเศษที่ 27/2559 ตามรายละเอียดดังนี้
1. ในสำนวนคดีพิเศษที่ 146/2556 พระเทพญาณมหามุนี (หลวงพ่อธัมมชโย) มีฐานะเป็นพยานในคดี

2. นายธรรมนูญ อัตโชติ ได้กล่าวหานายศุภชัย ศรีศุภอักษร ว่ากระทำความผิดฐานฟอกเงิน และกล่าวหาพระเทพญาณมหามุนี ว่ากระทำความผิดฐานสมคบกันฟอกเงิน และร่วมกันฟอกเงิน และร่วมกันรับของโจร พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ จึงได้ทำสำนวนแยกขึ้นมาเป็นคดีพิเศษที่ 27/2559 อีกคดีหนึ่ง ซึ่งซ้ำซ้อนกันกับคดีพิเศษที่ 146/2556 และ 63/2557 ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนไม่ทำตามคำสั่งของพนักงานอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ โดยการที่พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ได้แยกมูลคดีบางส่วนออกจากคดีเดิม มาตั้งเป็นสำนวนคดีพิเศษใหม่ที่ 27/2559 จึงเป็นการดำเนินคดีซ้ำซ้อน ขัดต่อหลักกฎหมายที่ว่า “กรรมเดียวจะดำเนินคดีซ้ำซ้อนไม่ได้” ซึ่งอาจเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

3.พระเทพญาณมหามุนี รับบริจาคโดยเปิดเผย ท่ามกลางคนจำนวนมาก และการรับบริจาค ของวัด ซึ่งเป็นองค์กรสาธารณกุศล และพระภิกษุ ซึ่งเป็นบุคลากรสาธารณกุศล เพื่อนำปัจจัยที่ได้รับบริจาคไปใช้ในกิจการทางศาสนา เช่น สร้างศาสนสถาน หรือศาสนวัตถุ ซึ่งในกรณีนี้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของผู้รับบริจาค และผู้บริจาค อันเป็นกิจการโดยทั่วไปที่เกี่ยวกับศาสนาโดยเปิดเผย และบุคคลทั่วไปรวมทั้งผู้บริจาคสามารถตรวจสอบได้ ย่อมไม่เป็นความผิดฐานฟอกเงิน หรือรับของโจร

4. นายศุภชัยฯ ได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนว่า เงินที่นำมาบริจาคทำบุญให้กับวัดพระธรรมกาย และพระเทพญาณมหามุนีนั้น เป็นเงินยืมมาจากสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฯ และได้ใช้คืนเงินสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน คลองจั่น จำกัด ครบถ้วนแล้ว

5. คณะศิษยานุศิษย์ของพระเทพญาณมหามุนี ได้ตั้งกองทุนเยียวยาช่วยเหลือให้สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด โดยสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฯ ได้รับเงินไปแล้วทั้งหมด 684.78 ล้านบาท ส่วนเงินที่เหลืออีก 370.78 ล้านบาท คณะศิษยานุศิษย์ฯ ได้มอบเช็คให้แก่สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฯ ไปเรียบร้อยแล้ว สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฯ จึงถอนฟ้องพระเทพญาณมหามุนีและวัดพระธรรมกาย พร้อมทั้งทำหนังสือแสดงเจตจำนงไม่ประสงค์จะดำเนินคดี ทั้งทางแพ่งและทางอาญากับพระเทพญาณมหามุนีและวัดพระธรรมกาย และได้ทำหนังสือขอบคุณมายังคณะศิษยานุศิษย์ของพระเทพญาณมหามุนี ดังนั้น ชาวพุทธจึงเห็นว่า การกระทำของดีเดสไอ ไม่ได้ให้ความเป็นธรรมกับพระมหาเถระที่ตั้งใจทำความดี จึงร้องเรียนหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ความเป็นธรรมกับพระสงฆ์ด้วย

MThai News

ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง