เรื่องถึงนายกฯ!ทนาย-ญาติจี้ตร.เพิ่มข้อหากลุ่มโจ๋ฆ่าชายพิการ

คืบหน้าคดี “ฆ่าชายพิการ” ทนายพร้อมญาติ ยื่นขอความเป็นธรรมนายกฯแล้ว  กรณี ตร.ไม่แจ้งข้อหาฆ่าคนตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน 

วันที่ 23 พ.ค.59 ที่ศูนย์บริการประชาชน ทำเนียบรัฐบาล สำนักงาน กพ. นายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความคดีชายพิการถูกวัยรุ่น 6 คน รุมทำร้ายจนเสียชีวิต ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึง พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อขอความเป็นธรรม

63-5
กรณีที่ สน.โชคชัย ไม่ดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาฆ่าคนตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อนกับผู้ต้องหาทั้งหมด พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าการไม่แจ้งข้อหาดังกล่าว เป็นการช่วยเหลือผู้ต้องหา ซึ่งเป็นลูกของตำรวจด้วยหรือไม่ และมองว่าการที่ทางตำรวจแจ้งว่า ทนายความสามารถเป็นโจทก์ร่วมฟ้องในคดีนี้ได้ เป็นการผลักภาระให้ประชาชน และเห็นว่าการตั้งข้อหาไม่มีผลเสียต่อรูปคดี ซึ่งหากศาลมีคำพิพากษาตัดสินอย่างไร ก็พร้อมรับฟัง ยืนยันว่า ไม่ได้ทำตามกระแสสังคม แต่ทำตามพยานหลักฐานที่มีอยู่

อย่างไรก็ ประเด็นเรื่องการแจ้งข้อหาดังกล่าว พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้แถลงข่าวลักษณะว่าจะไม่ตั้งข้อหาฆ่าคนตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อนกับผู้ต้องหา เนื่องจากพยานหลักฐานไปไม่ถึง ขณะเดียวกัน นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ได้มีความเห็นแย้งกับพนักงานสอบสวนว่าคดีนี้ผู้ต้องหาน่าจะมีความผิดฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน

อ่านเพิ่มเติม matichon

ติดตามข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ news.mthai.com

MThai News

 


ทนายชายพิการเตรียมร้องทุกข์นายกฯ-คนให้กำลังใจเพียบ

คืบหน้าคดี “ฆ่าชายพิการ” ทนายพร้อมญาติ เตรียมยื่นขอความเป็นธรรมนายกฯ ขณะโซเชียลให้กำลังใจเพียบ

วันที่ 23 พ.ค.59 นายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความคดีวัยรุ่น 6 คน รุมทำร้ายชายพิการจนเสียฃีวิต เผยว่า ในวันนี้ ตนพร้อมญาติชายพิการผู้เสียชีวิต และชาวสังคมโซเชียลที่ได้มีการนัดหมายกันเป็นจำนวนมาก โดยจะเดินทางเข้ายื่นเอกสารร้องเรียนต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อร้องขอความเป็นธรรม

596

หลังจากที่ก่อนหน้าได้ยื่นเรื่องต่อ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้พิจารณาเพิ่มข้อหาแก่ผู้ต้องหาทั้ง 7 จากฆ่าโดยเจตนา เป็นข้อหาฆ่าโดยไตร่ตรอง เเละทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยโฆษกสำนักงานตำรวจเเห่งชาติ เเละ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการเเทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ยืนยันไม่เพิ่มข้อหาตามที่เรียกร้อง

นายอนันต์ชัย กล่าวว่า จากพฤติการณ์ของผู้ต้องหาทั้งหมด เห็นประจักษ์ชัดว่า เข้าข่ายฆ่าคนตายโดยไตร่ตรอง ตนจึงร้องเรียนขอความเป็นธรรมให้แก่ผู้เสียชีวิต ไปยังนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาโดยตรงของสำนักงานตำรวจเเห่งชาติ เพื่อกดดันให้มีการเพิ่มข้อหาแก่ผู้ต้องหาทั้งหมด

ทั้งนี้ มีรายงานว่า ภายหลังที่นายอนันต์ชัย ได้โพสต์เรื่องดังกล่าวผ่านเพจเฟซบุ๊กของตนเอง ได้คนเข้ามาให้กำลังใจเป็นจำนวนมาก

ข้อมูล Inn

ติดตามข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ news.mthai.com

MThai News

 


‘ศานิตย์’ ยันคดีฆ่าชายพิการ ยึดกฎหมายไม่แจ้งข้อหาตามกระแส !

พล.ต.ท.ศานิตย์ ยืนยัน คดีฆ่าชายพิการ ดำเนินการตามข้อเท็จจริง ยึดหลักฐาน ไม่นำกระแสสังคมมาแจ้งกล่าวข้อหา

80

พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยกับสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ถึงคดี
กลุ่มวัยรุ่น 7 คน รุมทำร้ายชายพิการเสียชีวิตใน ซ.โชคชัย 4 ซึ่งหลังจากที่เคยได้ชี้แจงกรณีทนายความเรียกร้องให้มีการแจ้งข้อกล่าวหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนนั้น โดยยืนยันว่าจำเป็นต้องดำเนินไปตามข้อเท็จจริง เพื่อปกป้องกระบวนการยุติธรรมของไทย ไม่ให้อยู่ภายใต้แรงกดดัน กระแสสังคม และความรู้สึกของคนกลุ่มมาก โดยไม่สนข้อเท็จจริง ซึ่งในเรื่องนี้ หลายคนออกมาพิพากษ์วิจารณ์มีทั้งเห็นด้วย และไม่เห็นด้วย ซึ่งก็แล้วแต่มุมมอง แต่ขออย่างทำให้กระบวนการยุติธรรมเสียหาย

นอกจากนี้ ยังกล่าวว่า หากคดีดังกล่าวยื่นให้อัยการ ก็จะมีการกลั่นกรองอยู่แล้ว หากพนักงานสอบสวนแจ้งข้อหา
หรือ สอบปากคำพยานไม่ครบ ทางอัยการก็จะสั่งให้สอบเพิ่ม หรือแจ้งข้อหาเพิ่มเติมได้ พร้อมยืนยันจะรวบรวม
หลักฐานทุกชิ้น ให้รอบคอบ ในเชิงประจักษ์ ไม่ใช่ตามความคิดเห็นและจะไม่วิเคราะห์วิจารณ์ในเรื่องดังกล่าวอีก
ปล่อยให้ดำเนินการไปตามกฎหมาย

 

ที่มา : INN

MThai News


‘ศานิตย์’ เล็งเอาผิดคนวิจารณ์คดี 6 โจ๋โหด ฆ่าคนพิการ โดยไม่รู้ข้อเท็จจริงทั้งหมด เข้าข่ายความผิดฐานหมิ่นเจ้าพนักงาน

จากกรณีคลิป 6 โจ๋โหด รุมทำร้ายร่างกาย นายสมเกียรติ ศรีจันทร์ ชายพิการขาขวาลีบ วัย 36 ปี เสียชีวิต จน นายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความของผู้ตาย ได้ออกมาเรียกร้องให้มีการแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกลบไม่แจ้งนั้น

ล่าสุดวานนี้ (17 พ.ค. 59) พล.ต.ท. ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รรท. ผบช.น.) ได้กล่าวถึงกรณีนี้ว่า หลายคนแสดงความเห็นทั้ง ๆ ที่ไม่รู้ข้อเท็จจริงทั้งหมด ซึ่งมีทั้งผู้ที่รู้เหตุการณ์แต่ไม่รู้กฎหมาย และผู้รู้กฎหมายแต่ไม่รู้เหตุการณ์ รวมทั้งคนที่ไม่รู้อะไรเลยทั้งเหตุการณ์และกฎหมาย และตนไม่อยากจะพูดถึงเรื่องนี้อีกแล้ว เพราะที่ผ่านมาก็ชี้แจงไปหมดแล้วว่า ทำไมจึงไม่สามารถแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนกับผู้ต้องหาทั้ง 7 คน

61-0

ทั้งนี้ จากการสอบปากคำผู้ต้องหา ต้องย้อนไปตั้งแต่ที่ฝ่ายผู้ตายและผู้ต้องหาทะเลาะกันและมีการท้ากัน ก่อนจะจบและแยกย้ายกันไปแล้ว  จากนั้นฝ่ายผู้ต้องหาก็นั่งดื่มสุรากันต่อ  ก่อนที่ 4 คนจะขึ้นห้องนอน ส่วนอีก 4 คน ขี่จยย. 2 คันกลับบ้าน ซึ่งเป็นทางบังคับว่าทางกลับบ้านต้องผ่านหน้าร้านของผู้ตาย  โดยบังเอิญผู้ตายก็ยืนอยู่หน้าร้านพร้อมมีการตะโกนด่าทอกัน  ฝ่ายผู้ต้องหาก็บอกว่าขอโทษไปแล้วหลายครั้ง แต่ก็ยังไม่จบ กระทั่งโต้เถียงหนักขึ้นจนนำไปสู่การเกิดเหตุ ก่อนที่จะโทรศัพท์เรียกเพื่อนมาช่วย       

ดังนั้นเหตุที่เกิดจึงไม่ถือว่าเป็นการไตร่ตรอง เพราะการต่อสู้ครั้งนี้ ไม่ใช่ว่าจู่ ๆ ผู้ต้องหาก็บุกมาบ้าน และมาทำร้ายผู้ตาย แต่เป็นเหตุการทะเลาะที่เกิดขึ้นใหม่อีกครั้ง แต่หากทางฝั่งผู้ตายรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ก็ให้ทนายไปฟ้องร้องต่อศาลได้โดยตรง หรือทางญาติผู้ตายสามารถขอเป็นโจทก์ร่วมในชั้นศาลก็ได้ และผมอาจจะต้องพิจารณาบุคคลที่มาโพสต์แสดงความคิดเห็นในคดีนี้บ้างแล้ว  บางคนโพสต์แสดงความคิดเห็นโดยไม่รู้ข้อเท็จจริงทั้งหมด  จะให้เจ้าหน้าที่พิจารณาว่าจะเข้าข่ายความผิดฐานหมิ่นเจ้าพนักงานหรือไม่

 

ขอบคุณ tnews

MThai News


ทนายความจ่อร้อง “นายกฯ” ขอความเป็นธรรม   คดี “ฆ่าชายพิการ” หาก ตร.ไม่เพิ่มข้อกล่าวหา “กลุ่มโจ๋”

นายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความชายพิการโชคชัย 4 เปิดเผยกับสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า มีความเห็นต่างกับ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ที่ได้ออกมาแถลงข่าวในเรื่องนี้ เนื่องจากมีพยานหลักฐานที่ชัดเจนมาก และมองว่า พล.ต.ท.ศานิตย์ เหมือนจะเอนเอียงไปทางผู้ต้องหา โดยตั้งข้อสังเกตว่าทำไมคดีอื่นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจถึงสามารถตั้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนได้ แต่กลับกัน ในคดีนี้กลับประวิงเวลา และไม่ยอมตั้งข้อหา

61-7

นอกจากนี้ นายอนันต์ชัย ยังกล่าวอีกว่า หากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่แจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน จะเดินทางไปร้องนายกรัฐมนตรี อัยการสูงสุด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกหน่วยงาน เพื่อข้อความเป็นธรรม และไม่หวั่นหากจะมีปัญหากับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เนื่องจากตนทำตามกฎหมาย และเพื่อความถูกต้อง โดยมีประชาชนคอยเป็นกระบอกเสียงและอยู่เคียงข้าง

สนับสนุนเนื้อหา Inn 

ติดตามข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ news.mthai.com

MThai News


 

น.1ยันคดีชายพิการแจ้งฆ่าโดยไตร่ตรองไม่ได้-ปัดป้องลูกหลานตร.

“ศานิตย์” ยัน คดี “ฆ่าชายพิการ” หลักฐานไม่พอแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นไตร่ตรองไว้ก่อน ย้ำ เป็นธรรมปัดป้องลูกหลานตร.

จากกรณี กลุ่มวัยรุ่น 7 คน รุมทำร้ายชายพิการเสียชีวิตบริเวณ ซ.โชยชัย 4 ซึ่งทนายความได้เรียกร้องให้มีการแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 นั้น

วันที่ 17 พ.ค.ที่ผ่านมา พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้แถลงต่อคดีดังกล่าวว่า ต้องการทำความเข้าใจกับประชาชน ที่ยังไม่รู้ข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ซึ่งทั้ง 2 อย่างนี้ต้องดำเนินการไปร่วมกัน โดยการที่จะแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรอง ต้องมีการคิดมาก่อน ซึ่งหากมีหลักฐานไปถึง

61-0

ยืนยันว่าดำเนินการแน่นอน แต่กรณีนี้ยังไม่มีข้อเท็จจริงที่ปรากฏแน่ชัด หากแจ้งข้อกล่าวโดยปราศจากดุลยพินิจที่เหมาะสม และเกินความเป็นจริง จะเกิดผลเสียหายต่อผู้ที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหา รวมถึงพนักงานสอบสวนก็จะถูกดำเนินคดีฐานกลั่นแกล้ง ตามมาตรา 200 อีกด้วย

ส่วนกรณีที่ มีผู้ต้องหา 4 ราย เป็นลูกหลานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำให้สังคมตั้งข้อสงสัยว่าจะดำเนินคดีไม่เป็นธรรมหรือไม่ พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า อยากให้มองว่าเป็นลูกหลานประชาชนธรรมดา ซึ่งต้องให้ความเป็นธรรมกับผู้ต้องหาด้วย พร้อมย้ำว่า พนักงานสอบสวนมีจรรยาบรรณ ตั้งข้อหาตามความเป็นจริง และตามพฤติการณ์แห่งคดีแน่นอน

สนับสนุนเนื้อหา Inn

ติดตามข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ news.mthai.com

MThai News

 


ญาติชายพิการร้องผบ.ตร.เพิ่มข้อหากลุ่มโจ๋ฆ่าโดยไตร่ตรอง!(คลิป)

คดี “ฆ่าชายพิการ” ยังไม่คืบ! ทนายนำญาติยื่นเรื่องร้อง ผบ.ตร.ขอให้แจ้งข้อหา “กลุ่มโจ๋” ฆ่าโดยไตร่ตรอง 

จากกรณีกลุ่มวัยรุ่น 6 คนได้รุมทำร้ายร่างกายชายพิการจนเสียชีวิต จนกลายเป็นประเด็นที่ถูกสังคมวิพากษ์วิจารณ์ โดยเฉพาะการทำงานของ ตำรวจ สน.โชคชัย 4 ซึ่งขณะนี้ผกก. คดียังไม่มีการตั้งข้อหาเพิ่มเติมต่อผู้ต้องหาทั้ง 7 ราย ตามข่าวที่นำเสนอไปแล้วนั้น

วันที่ 16 พ.ค.59 เวลา 9.30น. นายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความในคดีดังกล่าว ได้นำครอบครัวของคุณสมเกียรติ ศรีจันทร์ ผู้ตาย ไปยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมต่อผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมี พล.ต.ต. ศักดา วงศ์ศิริยานนท์ รองผู้บัญชาการ กองบก.กฎหมายและคดีเป็นผู้รับแทนผบ.ตร.

นายอนันต์ชัย ไชยเดช เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีดังกล่าวว่า คดียังไม่มีการตั้งข้อหาเพิ่มเติมต่อผู้ต้องหาทั้ง 7 ราย ตนจึงมายื่นร้องขอความเป็นธรรมต่อ ผบ.ตร. ให้เพิ่มข้อหาผู้ต้องหาทั้ง 7 ราย ฆ่าผู้อื่นโดยการไตร่ตรองไว้แล้ว

7743

เนื่องจากพยานหลักฐานกล้องวงจรปิดและพยานบุคคลจะเห็นว่าผู้ต้องหาบางคนได้โทรเรียกผู้ต้องหาคนอื่นมา และได้ตระเตรียมอาวุธ เพื่อเจตนาฆ่านายสมเกียรติ ซึ่งเป็นคนพิการ และได้ร่วมกันรุมทำร้าย ถือเป็นการกระทำที่อุจฉกรรจ์อย่างเห็นได้ชัดเจน ฉะนั้นข้อหาที่พนักงานสอบสวนได้ตั้งไว้กับจำเลยคือฆ่าคนตายโดยเจตนา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 นั้นยังไม่ถูกต้อง เพราะผู้ต้องหาทั้งหมดมีความผิดฐานฆ่าคนตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 ซึ่งในขั้นตอนต่อไปก็ขอให้เป็นดุลยพินิจของศาล ส่วนเรื่องการทำงานของเจ้าหน้าที่ สน.โชคชัยนั้น ตนและญาติผู้ตายไม่ได้ติดใจในการทำงานแต่อย่างใด

596

ด้านนายเมธัส ผลประเสริฐ ญาติผู้เสียชีวิต เผยว่า เนื่องจากพนักงานสอบสวนยังไม่แจ้งข้อกล่าวหาผู้กระทำผิดเลย ตนจึงมาฝากขอความเป็นธรรมให้กับครอบครัว และหวังว่าจะได้รับความเป็นธรรม

 

ติดตามข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ news.mthai.com

MThai News


ทนายคดีชายพิการจ่อบุกโรงพัก ร้องตร.เมินแจ้งข้อหากลุ่มโจ๋อีกกระทง

ทนายคดี “ฆ่าชายพิการ” จ่อบุกโรงพักพรุ่งนี้ ขอแจ้งข้อหาฆ่าโดยไตร่ตรอง หลังตร.ยังไม่ปฏิบัติตามคำร้องทุกข์ของญาติ วอน ศาลเป็นผู้ตัดสินผิดจริงหรือไม่
วันที่ 15 พ.ค.59 นายอนันตชัย ไชยเดช ทนายความของชายพิการ ที่ถูก 6 วัยรุ่น รุมแทงจนเสียชีวิต เผยว่า ในวันพรุ่งนี้ (16 พ.ค.) เวลา 10.00 น. ตนเองและญาติของ นายสมเกียรติ ศรีจันทร์ ชายพิการ ที่ส่งขนมปังที่ถูก 6 วัยรุ่นรุมทำร้าย และแทงจนเสียชีวิต ย่านโชคชัย 4 จะเข้ายื่นจดหมายร้องขอความเป็นธรรม ต่อผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้ทางพนักงานสอบสวนของ สน.โชคชัย แจ้งข้อหาฆ่าคนตายโดยไตร่ตรองเอาไว้ก่อนกับผู้ต้องหาทั้งหมด หลังตำรวจยังไม่ได้แจ้งข้อหาดังกล่าวตามคำร้องทุกข์ก่อนหน้านี้

66-10-0

ทั้งนี้ เพราะพยานหลักฐานที่ตนเองมีและพฤติกรรมที่เกิดขึ้น เข้าข่ายองค์ประกอบที่ชัดเจนในข้อหาฆ่าคนตายโดยไตร่ตรอง แต่หากไม่แจ้งข้อหานี้ พอคดีไปถึงศาล ญาติของคนเสียชีวิตก็จะเสียสิทธิ์ในข้อหานี้ได้

ทั้งนี้ ทนายความยังกล่าวอีกว่า ขอให้ตำรวจแจ้งข้อหานี้ไปก่อน ส่วนจะผิดหรือไม่นั้น ขอให้อยู่ในดุลยพินิจของศาลว่าอย่างไร หากพบว่าไม่ผิดในข้อหานี้ ก็ถือว่าเป็นธรรมแก่คนตาย เพราะได้พิสูจน์แล้ว จะเหลือเพียงผิดในข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเสียชีวิตไป และขณะนี้ในพื้นที่ไม่มีกลุ่มหรือบุคคลใดมาก่อนกวนหรือข่มขู่พยานแต่อย่างใด

ด้าน พันตำรวจเอก ชัยรพ จุณณวัตต์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลโชคชัย เผยถึงคดีดังกล่าวว่า ตำรวจยังคงเดินหน้าหาหลักฐานเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ครอบคลุมและรอบด้าน ซึ่งล่าสุดยังไม่มีการพิจารณาแจ้งข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน กับกลุ่มผู้ต้องหาแต่อย่างใด และยังไม่สามารถระบุได้ว่าจะมีการแจ้งข้อหาเพิ่มตามที่ญาติได้ร้องขอหรือไม่

ส่วนที่มีกระแสข่าวว่า นายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความ ของผู้เสียชีวิต และพยานในคดี เตรียมเข้ายื่นหนังสือถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อขอความเป็นธรรม หลังจากคณะกรรมการที่รับผิดชอบคดีนี้ ยังไม่พิจารณาแจ้งข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน กับกลุ่มผู้ต้องหา พันตำรวจเอก ชัยรพ กล่าวว่า เป็นสิทธิ์ของผู้เสียหายที่สามารถทำได้ แต่ยืนยันว่าตำรวจจะดำเนินคดีไปตามพยานหลักฐาน และข้อเท็จจริงที่ปรากฏ

อ่านเพิ่มเติม INN

ติดตามข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ news.mthai.com

MThai News

ข่าวที่เกี่ยวข้อง