สตม. แถลงรวบ 2 อาชญากรทางการเงินยุโรป-กวาดล้างต่างด้าว

สตม. แถลงรวบ 2 อาชญากรทางการเงินยุโรปและผลการกวาดล้างต่างด้าวผิดกฏหมายกว่า 6,000 ราย

วันนี้ (25 พ.ค. 59) เวลา 13.00 น. พล.ต.ท.ณัฐธร เพราะสุนทร ผบช.สตม. แถลงผลการจับกุมสองอาชญากรข้ามชาติหลบหนีหมายจับตำรวจสากลเข้ามาหลบซ่อนตัวในประเทศไทย ประกอบด้วย

1. Mr.Mauro Vincenzo Saguato (เมาโร วินเซนโซ สากวาโต) สัญชาติอิตาลี บุคคลตามหมายจับตำรวจสากล (INTERPOL) ในคดีอาชญากรทางการเงิน ฉ้อโกงประชาชน ยักยอก และปลอมแปลงเอกสารทางการเงิน มูลค่าความเสียหายมากกว่าสองพันสองร้อยล้านลีร์ หรือประมาณ ห้าสิบล้านบาท

2. Mr.Marian Nicolau (มาเรี่ยน นิโครัว) สัญชาติโรมาเนีย บุคคลตามหมายจับตำรวจสากล ในคดีอาชญากรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (แก๊งสกิมเมอร์) ขโมยข้อมูลบัตรเครดิตทั่วยุโรป นำไปปลอมบัตรเพื่อกดเงิน มีผู้เสียหายทั่วยุโรปเป็นจำนวนมาก

สตม.รวบ2อาชญากร_8643

พล.ต.ท.ณัฐธร เพราะสุนทร ผบช.สตม. กล่าวถึง กรณีแรกว่า สตม.ได้รับการประสานจากทางการอิตาลีว่า Mr.Mauro Vincenzo Saguato (เมาโร วินเซนโซ สากวาโต) สัญชาติอิตาลี บุคคลตามหมายจับตำรวจสากล (INTERPOL) เลขที่ 3374/4-2016 ลง 18 เม.ย.59 ในคดี อาชญากรทางการเงิน ฉ้อโกงประชาชน ยักยอก และปลอมแปลงเอกสารทางการเงิน ได้หลบหนีคดีเข้ามาหลบซ่อนตัวในประทศไทย จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ออกสืบสวน

จนกระทั่ง เมื่อวันที่ 22 พ.ค.59 ได้สืบทราบว่าผู้ต้องหาได้มาหลบซ่อนตัวที่อพาร์ทเมนท์แห่งหนึ่งในอำเภอบางละมุง จึงได้กระจายกำลังเข้าปิดล้อมพื้นที่ จนสามารถควบคุมตัว Mr.Mauro ไว้ได้ พฤติการณ์ในคดีนี้ Mr.Mauro  เป็นผู้บริหารบริษัท Safe 3 Italia ซึ่งเป็นบริษัทในเครือข่าย Cooperation 2000  มีเครือข่ายอยู่ทั่วประเทศอิตาลี ได้ทำการปลอมแปลงเอกสารเพื่อกู้เงินจากธนาคารและระดม เงินฝากจากประชาชน มีผู้ตกเป็นเหยื่อทั่วประเทศอิตาลีเป็นจำนวนมาก มูลค่าความเสียหายมากกว่าสองพันสองร้อยล้านลีร์ หรือประมาณ ห้าสิบล้านบาท หลังก่อคดีผู้ต้องหาได้หลบหนีคดีเข้ามาในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2013 และไม่เคยเดินทางออกไปอีกเลย จนกระทั่งมาถูกจับกุมในที่สุด

สตม.รวบ2อาชญากร_3562

ในกรณีที่สอง สตม.ได้รับการประสานจาก ศปอช.ตร.(ศูนย์ประสานงานป้องกันปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ) ว่า Mr.Marian Nicolau (มาเรี่ยน นิโครัว) สัญชาติโรมาเนีย อายุ 40 ปี บุคคลตามหมายจับตำรวจสากล เลขที่ A1859/3-2016 ลง 10 มี.ค.2559 ได้หลบหนีคดีเข้ามากบดานในประเทศไทย

จนกระทั่ง เมื่อวันที่ 21 พ.ค.59 เจ้าหน้าที่ได้ข้อมูลแหล่งกบดานของ Mr.Marian ในจังหวัดอุดรธานี จึงได้เข้าตรวจสอบที่ คอนโดแสนสิริ อ.เมือง อุดรธานี ควบคุมตัว Mr.Marian ได้ พฤติการณ์ในคดีนี้Mr.Marian เป็นหัวหน้าองค์กรอาชญากรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (แก๊งสกิมเมอร์) นำเครื่องบันทึกข้อมูลในแถบแม่เหล็กไปติดตั้งที่เครื่องกดเงินทั่วยุโรป และนำข้อมูลที่ได้ไปปลอมแปลงบัตรเพื่อนำไปกดเงิน ขบวนการนี้มีเครือข่ายในหลายประเทศ มีผู้เสียหายเป็นจำนวนมาก

บุคคลต่างด้าวทั้งสองราย มีพฤติกรรมเป็นภัยสังคม สตม.จึงได้พิจารณาเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร ตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมืองฯ มาตรา 12 อนุ 7 มีพฤติการณ์เป็นภัยสังคมและควบคุมตัวเพื่อดำเนินการผลักดันส่งกลับ พร้อมทั้งบันทึกข้อมูลในฐานข้อมูลบุคคลต้องห้าม ไม่ให้เดินทางกลับเข้ามาประเทศไทยได้อีก

นอกจากนี้ สตม. ได้แถลงถึงผลกวาดล้างคนหลบหนีเข้าเมืองและแรงงานต่างด้าวผิดกฏหมายทั่วประเทศ สามารถจับกุมคนต่างชาติผิดกฎหมาย เป็นจำนวน 6,496 ราย สัญชาติ ที่มีจำนวนสูงสุด 3 ลำดับแรก ได้แก่ เมียนมา 3,081 คน, ลาว 1,976 คน และ กัมพูชา 732 คน ตามลำดับ หลังจากนี้จะดำเนินคดีและผลักดันออกนอกประเทศ และลง Black list ตามมาตรการควบคุมคนต่างด้าวที่อยู่เกินกำหนดอนุญาต (Overstay) ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อ วันที่  20 มี.ค.ที่ผ่านมา เพื่อป้องกันไม่ให้บุคคลเหล่านี้สามารถเดินทางเข้าประเทศไทยได้อีกต่อไป

 

MThai News

ข่าวที่เกี่ยวข้อง