‘พุทธอิสระ’ แจ้งความเอาผิดเจ้าคณะจังหวัดปทุมฯ

‘พุทธอิสระ’ เข้าพบพนักงานสอบสวน ที่ บก.ภ.จว.ปทุมธานี แจ้งความดำเนินคดีกับ เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี ปมวัดพระธรรมกาย 

เมื่อเวลา 10.00น. วันที่ 13 มิ.ย. หลวงปู่พุทธอิสระวัดอ้อน้อย พร้อมทนายความได้เดินทางมาที่ บก.ภ.จว.ปทุมธานี ต.บ้านฉาง อ.เมือง จ.ปทุมธานี เพื่อเข้าพบ พ.ต.อ.สมหมาย ประสิทธิ์ รองผบก.ภ.จว.ปทุมธานี และพนักงานสอบสวนสภ.คลองหลวง เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา

DSC_0180

โดยก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 3 พ.ค.ที่ผ่านมา นายอัยย์ เพชรทอง อายุ 49ปี ประธานองค์กรพลังชาวพุทธ (อพพ.) ได้เข้าแจ้งความกับร.ต.อ.เจษฏา พัวบัณฑิตกุล ร้อยเวรสอบสวนสภ.คลองหลวง เพื่อให้ดำเนินคดีข้อหาหมิ่นประมาทกับ หลวงปู่พุทธะอิสระ โดยการโพสส์ข้อความลงในเฟสบุ๊คของพระพุทธอิสระโดยเขียนข้อความที่ทำให้ได้รับความเสียหายโดยการเขียนบทความที่ทำให้ได้รับความเสียหาย

นอกจากนี้หลวงปู่พุทธอิสระวัดอ้อน้อย เปิดเผยว่า ตนเองยังได้แจ้งความเอาผิดพระเทพรัตนสุธี เจ้าอาวาสวัดเขียนเขตพระอารามหลวงและเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี ในข้อหาว่า เป็นผู้มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ละเมิดพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พระพุทธศักราช 2505 ละเมิดกฏมหาเถรสมาคมฉบับที่ 23 พุทธศักราช 2541 ว่าด้วยระเบียบปกครองของสงฆ์ข้อที่7 ละเมิดกฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 24 พุทธศักราช 2541 ว่าด้วยการแต่งตั้งถอดถอนพระสังฆาธิการ ข้อ44

พร้อมเปิดเผยว่าจาก คดีสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น มีผู้ตกเป็นผู้ต้องหาทั้งฝ่ายบรรพชิด และคฤหัสถ์ ท้ายสุดศาลอาญาได้ออกหมายจับ แต่เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายก็บ่ายเบี่ยงบิดเบือน ปฏิเสธ ไม่เข้าให้ปากคำ ไม่มอบตัว จนนำมาซึ่งการเจราจา3ฝ่าย โดยมีเจ้าคณะจังหวัดเป็นประธาน ต่อมาการเจรจาไม่ประสบความสำเร็จ ด้วยเพราะฝ่ายวัดพระธรรมกายยื่นเงื่อนไขสารพัดที่ขัดข้อกฎหมาย จนเป็นที่โจษจันในทางเสียหายแก่สังฆมณฑล และพระพุทธศาสนา

แม้ว่าหลังสุดพระเทพรัตนสุธี ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนช่วงหนึ่งว่า “ส่วนตัวนั้นไม่มีอำนาจในการเรียกพระเทพญาณมหามุนีมาพบ เนื่องจากคดีเกิดขึ้นไม่ใช่เป็นคดีในทางสงฆ์ แต่เป็นคดีที่กรงสอบสวนคดีพิเศษขอความร่วมมือให้เป็นผู้ประสานงานเท่านั้น” ทั้งที่กฎหมายมหาเถรสมาคม บอกไว้ชัดว่า พระสังฆาธิการ จักต้องเอื้อเฟื้อต่อกฏหมายและพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ ทั้งที่อำนาจ และหน้าที่ ตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ และกฎหมายมหาเถรสมาคม ฉบับที่23 และฉบับที่24

ทั้งนี้พฤติกรรมของพระเทพรัตนสุธี เช่นนี้ ถือเป็นการบกพร่องต่อหน้าที่ และละเมิดจริยพระสังฆาธิการ มีความผิดตามประมวลกฏหมายอาญามาตรา157 ทั้งยังมีพฤติกรรมปล่อยปะละเลย ให้เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายและพวก ทำการเรี่ยไร ผิดกฎหมายตามพระราชบัญญัติควบคุมการเรี่ยไร ไปทั่วประเทศมาเป็นเวลาแรมปีโดยไม่ว่ากล่าวตักเตือน

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

ข่าวที่เกี่ยวข้อง