อดีตอัยการเอาด้วย หนุนเภสัชปั๊มยาบ้าเอง หวังทำลายกลไกตลาด

อดีตอัยการ เห็นด้วยถอด “ยาบ้า” จากบัญชียาเสพติด แนะองค์การเภสัชผลิตเอง หวังทำลายกลไกตลาด 

ความคืบหน้ากรณีที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมพล.อ.ไพบุลย์ คุ้มฉายา ได้เสนอแนวคิดเตรียมการถอด “ยาบ้า” ออกจากบัญชียาเสพติดเนื่องจากเห็นว่าหากทำให้หมดไปจากโลกไม่ได้ ก็ควรอยู่ร่วมให้สังคมปลอดภัย เพราะการออกฤทธิ์ของยาบ้าก็ไม่ได้มากกว่าสารเสพติดชนิดอื่น ซึ่งกระทรวงสาธารณสุข เข้าใจเรื่องพวกนี้ดีนั้น

ยาบ้า, ยาบ้าถูกกฎหมาย, รัฐฉาน, วันชัย รุจนวงศ์
ยาบ้า

 

ล่าสุดนายวันชัย รุจนวงศ์ ผู้แทนไทยในคณะกรรมาธิการอาเซียนว่าด้วยการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิสตรีและสิทธิเด็ก อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีแรงงาน เคยดำรงตำแหน่งอธิบดีอัยการฝ่ายต่างประเทศ อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน อธิบดีกรมคุมประพฤติ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ก็ได้แสดงความเห็นถึงเรื่องดังกล่าว ผ่านเฟชบุ๊กส่วนตัว @Wanchai Roujanavong โดยสนับสนุนแนวคิดดังกล่าว พร้อมให้องค์การเภสัชผลิตยาบ้าขึ้นเอง เพื่อจะได้แก้ปัญหาและตัดราคาในตลาด

“ประเด็นการต่อสู้กับยาบ้า ตอนนี้ประเทศไทยกำลังหลงทาง หลงประเด็น ต่อสู้สะเปะสะปะ เหมือนนักมวยชกไม่โดนคู่ต่อสู้

ยาบ้าแหล่งผลิตใหญ่สุดมีที่เดียว คือรัฐฉานในพม่า ซึ่งต้องขายยาบ้าและเฮโรอีนเพื่อเอาเงินไปเลี้ยงประเทศ สร้างเมืองยอน และใช้รบกับพม่า เคยมีการประเมินโดยหน่วยงานของรัฐร่วมกับสหรัฐว่า รัฐฉานผลิตยาบ้าปีละ 1000 ล้านเม็ด ส่งเข้ามาขายในเมืองไทยประมาณปีละ 500 ล้านเม็ด

และแต่ละปีเราจับได้ประมาณ 5 ล้านเม็ด หรือประมาณ 1% ของยาที่เข้ามาเท่านั้น อีก 495 ล้านเม็ดระบาดอยู่ในตลาด เงินกว่าครึ่งได้มาจากการขายยาบ้าให้ประเทศไทย เพราะตลาดขยายเร็วมาก ราคาสูงจูงใจให้คนขายพยายามหาลูกค้าพยายามไปแพร่ขยายให้คนติดยามากขึ้น มากขึ้นและมากขึ้นอย่างรวดเร็ว

เราปราบยาบ้าด้วยการจับคนไทยไปติดคุกจำนวนหลายแสนคน ทำวิสามัญฆาตกรรมปีละจำนวนมาก ที่เราฆ่าคนไทยด้วยกันเอง แล้วที่จับได้น่ะเป็นส่วนน้อย ยังมีคนขายยาบ้าอยู่นอกคุกอีกมาก มากกว่าที่อยู่ในคุกเป็นสิบเท่า เรามีคนติดยาที่ถูกบังคับบำบัดจำนวนปีละเป็นแสนคน แสดงว่ามีคนใช้ยาบ้า เป็นจำนวนหลายล้านคน ทั้งที่ประเทศไทยมีประชากรเพียงแค่ไม่ถึง 70 ล้านคน แต่เรามีคนใช้ยาบ้าเป็นหลายล้านคน มีคนขาย คนเดินยา คนส่งยา คนนำเข้ายา เป็นจำนวนหลายแสนอาจเป็นล้านคน

ทั้งๆ ที่เราปราบรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งปราบรุนแรง ราคายายิ่งสูง กำไรสูงขึ้นเรื่อยๆ ต้นทุนจากต้นทางเพียงเม็ดละยี่สิบบาท แต่มาถึงตลาดราคา 200-300 บาทต่อเม็ด ที่ว่าเราหลงทางเพราะศัตรูของเราในเรื่องยาบ้าคือรัฐฉาน ที่เป็นผู้ผลิตที่หน่วยงานไทยรู้ดีว่ามีใครบ้างผลิตที่ไหน แต่เราเข้าไปจัดการไม่ได้เพราะเป็นพื้นที่อธิปไตยของเมียนมาร์

ถ้าเราเข้าไปจัดการก็จะเกิดสงครามและอาจบานปลายใหญ่โต แต่การทำลายศักยภาพคนด้วยการส่งตัวเข้าคุกนานๆ ก็หลงทาง เพราะเข้าคุกนานเท่าไหร่ก็มีวันออกมา และออกมาด้วยการมีตราบาปติดตัวมาว่าเป็นคนขี้คุกไม่สามารถไปหาทางอื่นหรืองานอื่นทำได้ ทางเดียวที่ทำได้ คือกลับไปขายยาบ้าต่อ เพราะไม่มีทางเลือกและได้เครือข่าย ไปรู้จักกับพวกขายยาด้วยกันในเรื่อนจำ

เรือนจำจึงเป็นที่เพาะชำให้ผู้ค้าเติบโตเป็นผู้ค้ารายใหญ่ขึ้น มีเครือข่ายมากขึ้น และเมื่อผู้ขายมากขึ้นก็พยายามหาคนใช้มากขึ้น เราไม่ควรหลงไปต่อสู้กับพวกที่ไม่ใช่ศัตรูที่แท้จริงของเรา แต่ต้องหามาตรการต่อสู้กับรัฐฉานที่เป็นผู้ผลิตรายใหญ่รายเดียว และการต่อสู้ที่ได้ผลที่สุดคือทำให้ขายไม่ได้ ต้องต่อสู้ด้วยกลไกราคา และตัดกำไรที่สูงมากให้ลดลง ใช้มาตรการทางกฎหมาย ร่วมกับมาตรการทางสุขภาพและสังคม จัดการกับผู้ติดให้สามารถได้รับการบำบัดและใช้ยาภายใต้การควบคุม

พยายามทำให้ยาหาได้ในราคาถูกมากแต่ต้องใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์ ถ้าองค์การเภสัชผลิตเอง จะไม่มีการผสมยาฆ่าหญ้าและสารที่เป็นอันตราย อาการคลั่งบ้าจะลดลง และสามารถควบคุมจำนวนการผลิตได้ ยังไงก็น้อยกว่าจำนวนยาบ้าที่ทะลักเข้ามาในประเทศไทยจากรัฐฉาน การใช้จะใช้กับผู้ติดยาที่เข้ารับการบำบัดเท่านั้น โดยมีหลักเกณฑ์ชัดเจน

แต่จะทำให้เห็นได้ว่า ราคายาบ้านั้น เพียงเม็ดละไม่ถึงสิบบาท ต้องทำลายกลไกราคาให้รัฐฉานขายยาไม่ได้คนที่รับมาจากรัฐฉานก็ขายในราคาสูงไม่ได้ เพราะมีตัวเปรียบเทียบ ถ้าเราทำลายกลไกราคาได้ การแก้ปัญหาจะง่ายกว่านี้มาก การปราบยาบ้า เราต้องมุ่งการต่อสู้ไปที่รัฐฉานโดยตรงและต้องทำเป็นหลัก ให้ชัดเจนว่า รัฐฉานคือศัตรูของเราหาวิธีทำลายการผลิตยาบ้าของรัฐฉานให้ได้ ถ้าเราสู้กับรัฐฉาน เราจะไม่หลงทาง และสู้ได้ตรงจุด รัฐฉานคือศัตรูที่แท้จริง ไม่ใช่คนไทยด้วยกันเอง

ุถ้าผลิตแล้วไม่ได้ราคา ไม่มีคนไปซื้อ เราก็ไม่ต้องฆ่าคนไทยกันเอง ไม่ต้องจับคนไทยไปติดคุกมากมาย เพื่อให้ออกมาเป็นเครือข่ายค้ายา ลองคิดดูก่อนว่าการแก้ปัญหายาบ้า ไม่ได้มีวิธีเดียว เมื่อการปราบปรามรุนแรงไม่ได้ผล ก็ต้องลองดูวิธีที่คนอื่นใช้แล้วได้ผล อย่างประเทศในยุโรป เนเธอร์แลนด์ สวิส และเกือบทุกประเทศ สามารถแก้ปัญหายาเสพติดได้ผล โดยไม่เน้นการติดคุกระยะยาว ปัญหายาเสพติดในประเทศพวกนี้ไม่ได้หมดไป ยังคงมีอยู่ แต่อยู่ในปริมาณและอยู่ในขอบเขตที่ควบคุมได้ อาชญากรรมก็ไม่เพิ่มขึ้น และประชาชนมีความสุข

เราแก้ปัญหาด้วยการปราบอย่างรุนแรงมาสามสิบปี แต่เห็นชัดว่าไม่ได้ผล จะไม่ปรับวิธีแก้ปัญหากันเลยหรือ

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

ข่าวที่เกี่ยวข้อง