ก.แรงงาน – ก.ต่างประเทศ ยัน 5 ข้อเสนอแรงงานพม่า ไม่ใช่ของจริง !

กระทรวงแรงงาน และ กระทรวงการต่างประเทศ โต้ข่าวลือ 5 ข้อแสนอแรงงานพม่า หลัง ‘ออง ซาน ซูจี’ มาไทย ยันไม่ใช่ของจริง !

จากกรณีที่ก่อนหน้านี้โลกออนไลน์ได้มีการแชร์ข้อความเกี่ยวกับข้อเรียกร้องขององค์กรพัฒนาเอกชน (NGO) และข้อเรียกร้องของกลุ่มแรงงาน 5 ข้อ โดยอ้างว่าเป็นข้อเรียกร้องของทางการเมียนมาร์นั้น

ล่าสุด (27 มิ.ย. 59) นายธีรพล ขุนเมือง ผู้ตรวจราชการกระทรวงในฐานะโฆษกกระทรวงแรงงาน และ นายเสข วรรณเมธี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ได้ออกมาปฏิเสธข่าวลือดังกล่าว โดยยืนยันว่า ข้อเรียกร้องต่าง ๆ ที่ปรากฏเป็นข่าวนั้นไม่ใช่ข้อเรียกร้องของทางการพม่าแต่อย่างใด

11

ทั้งนี้ โฆษกของทั้งสองกระทรวง ระบุว่า ระหว่างการเดินทางเยือนไทยของนาง ออง ซาน ซู จี ที่ปรึกษาแห่งรัฐและรัฐมนตรีต่างประเทศเมียนมาร์ ตามคำเชิญของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ระหว่างวันที่ 23 25 มิถุนายน ทั้งสองฝ่ายได้หารือกันอย่างสร้างสรรค์ซึ่งทำให้เกิดผลที่เป็นรูปธรรมและมีความสำคัญต่อประชาชนทั้งสองประเทศในแนวทาง “จะก้าวหน้าไปด้วยกัน” โดยเฉพาะด้านแรงงาน ซึ่งมีการลงนามความร่วมมือ 2 ฉบับ

ฉบับแรก เป็นบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านแรงงาน จุดเน้นคือทั้งสองฝ่ายยอมรับหลักการของความเท่าเทียมและผลประโยชน์ร่วมกันให้มีการแลกเปลี่ยนข่าวสารข้อมูล เพื่อป้องกันการจ้างงานผิดกฎหมายและการค้ามนุษย์ และร่วมกันสนับสนุนความร่วมมือทางวิชาการ

ฉบับที่สอง เป็นบันทึกข้อตกลงว่าด้วยการจ้างแรงงาน เพื่อป้องกันและปราบปรามการข้ามแดนผิดกฎหมาย การค้ามนุษย์เพื่อการจ้างงานโดยครอบคลุมทั้งกระบวนการส่งและรับ การคุ้มครอง สัญญาจ้าง การรับรองเอกสาร การอบรมและการให้ความรู้แรงงานก่อนการเดินทาง การตรวจลงตรา อนุญาตทำงาน บริการสุขภาพ การส่งกลับประเทศต้นทาง การระงับข้อพิพาท หน้าที่ของนายจ้างและลูกจ้าง ที่สำคัญเมียนมาร์จะต้องจัดให้มีการอบรมก่อนการเดินทางให้กับคนงาน โดยไม่เรียกเก็บค่าใช้จ่ายด้วย

การหารือระหว่างนายกรัฐมนตรี และ นาง ออง ซาน ซูจี มีประเด็นหลัก 3 ด้าน คือ การคุ้มครองแรงงานเมียนมาร์ในประเทศไทย ซึ่งไทยได้ให้การดูแลสิทธิแรงงานตามกฎหมาย มีระบบการร้องทุกข์ออนไลน์ผ่านสายด่วนกระทรวงแรงงาน 1694 มีล่ามภาษาพม่าคอยให้บริการ ทั้งจัดให้มีการเปิดศูนย์แรกรับและส่งกลับที่ อ.แม่สอด จ.ตาก รวมทั้งริเริ่มจัดตั้งศูนย์บริการช่วยเหลือในจังหวัดที่มีแรงงานเมียนมาร์จำนวนมาก ขณะที่พม่าจะดูแลนักธุรกิจไทยที่ไปลงทุนในพม่าอย่างดีด้วย

ด้านที่ 2 คือความร่วมมือด้านการพัฒนา เน้นการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน พัฒนาไปพร้อมกันและก้าวหน้าไปด้วยกัน ทั้งยังเห็นพ้องให้เพิ่มเที่ยวบินของสายการบินของไทยที่เดินทางไปยังพม่า

ด้านที่ 3 เป็นประเด็นเศรษฐกิจ โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องเพิ่มความร่วมมือในลักษณะไตรภาคีกับประเทศที่สาม เช่น ญี่ปุ่น เพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และโครงสร้างพื้นฐาน รวมทั้งการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย ตลอดจนร่วมกันทำงานอย่างใกล้ชิดเพื่อสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาคภายใต้กรอบอาเซียนที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลางอย่างแท้จริง

 

ขอบคุณข้อมูล nationtv

MThai News

ข่าวที่เกี่ยวข้อง