บิ๊กตู่ สั่งใช้ ม.44 รื้อโรงแรมรีสอร์ทบน ภูทับเบิก

ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่คำสั่ง พล.อ.ประยุทธ์ ใช้ ม. 44 รื้อโรงแรม รีสอร์ท 4 หมู่บ้านบน 2 ตำบล บนภูทับเบิก เพื่อความปลอดภัยประชาชน

วันนี้ (5 ก.ค. 59 ) เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้มีการเผยแพร่คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ใช้อำนาจตามมาตรการ 44 ในการแก้ไขปัญหาการครอบครองและใช้ประโยชน์ที่ดินป่าภูทับเบิก
ในท้องที่ตําบลวังบาลและตําบลบ้านเนิน อําเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ โดยมีรายละเอียดระบุว่า

ภูทับเบิก, มาตรา44, ประยุทธ์ จันทร์โอชา

โดยที่ปรากฏว่าพื้นที่ป่าภูทับเบิกในท้องที่อําเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งเป็นพื้นที่ป่า ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 ที่อยู่ในพื้นที่ชั้นคุณภาพลุ่มน้ํา ชั้นที่ 1 A ชั้นที่ 1 B และชั้นที่ 2 ซึ่งเป็นแหล่งต้นน้ําลําธารที่สําคัญของแม่น้ําป่าสัก ถูกบุกรุก ถือครอง

โดยฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยป่าไม้ และนําไปก่อสร้างโรงแรม สถานที่พักตากอากาศ และร้านค้าที่มีวัตถุประสงค์ในทางธุรกิจ อีกทั้งสิ่งก่อสร้างดังกล่าวยังมีความไม่มั่นคงแข็งแรงตามหลักวิศวกรรมหรือมาตรฐานความปลอดภัยด้านวิศวกรรม ปิดกั้นทางไหลของน้ํา และเสี่ยงต่อการพังทลายของดิน อันอาจก่อให้เกิดอุบัติภัยและความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สินของนักท่องเที่ยวและประชาชนในพื้นที่

รวมทั้งส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศน์ได้ จึงมีความจําเป็นต้องกําหนดมาตรการในการระงับ ปราบปราม และป้องกันการ กระทําการที่มีผลกระทบในพื้นที่ป่าภูทับเบิก เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนโดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อให้มีการเร่งฟื้นฟูป่าภูทับเบิกให้กลับคืนสู่สภาพเดิม

รวมทั้งอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ที่มีความสําคัญต่อระบบเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอาศัยอํานาจตามความในมาตรา44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติโดยความเห็นชอบของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

จึงมีคําสั่ง ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ในคําสั่งนี้
“ป่าภูทับเบิก” หมายความว่า “ป่า” ตามมาตรา 4 (1) แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้พุทธศักราช 2484 ในท้องที่หมู่ที่ 14 บ้านทับเบิก หมู่ที่ 16 บ้านทับเบิกใหม่ หมู่ที่ 17 บ้านนาสะอุ้ง
ตําบลวังบาล และหมู่ที่ 8 บ้านน้ําเพียงดิน ตําบลบ้านเนิน อําเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์

“สิ่งปลูกสร้าง” หมายความว่า โรงแรม ร้านค้า สถานที่พักตากอากาศ อาคารหรือสถานที่ที่ใช้เพื่อประกอบธุรกิจให้บริการที่พักชั่วคราวสําหรับบุคคลอื่นโดยมีค่าตอบแทน สิ่งที่เป็นอันตราย
หรือสิ่งที่ทําให้ป่าเสื่อมสภาพ และสิ่งปลูกสร้างอื่นที่อาจก่อให้เกิดอุบัติภัยหรือส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศน์ตามที่อธิบดีกรมป่าไม้ประกาศกําหนดเพิ่มเติม

“เจ้าหน้าที่” หมายความว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ นายอําเภอหล่มเก่า ผู้อํานวยการสํานักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 4 สาขาพิษณุโลก พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดเพชรบูรณ์และโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดเพชรบูรณ์

“ผู้ช่วยเจ้าหน้าที่” หมายความว่า เจ้าหน้าที่ของรัฐหรือบุคคลใด ๆ ซึ่งเจ้าหน้าที่มอบหมาย
ให้ดําเนินการตามคําสั่งนี้

ข้อ 2 ภายในพื้นที่ป่าภูทับเบิก ให้เจ้าหน้าที่มีอํานาจ ดังต่อไปนี้

(1) สั่งให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองสิ่งปลูกสร้างออกจากป่าภูทับเบิกภายในเวลาที่กําหนดและงดเว้นการกระทําใด ๆ ในป่าภูทับเบิก

(2) สั่งให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองสิ่งปลูกสร้างในป่าภูทับเบิกรื้อถอน ทําลาย หรือกระทําการอื่นใดแก่สิ่งปลูกสร้าง เพื่อให้ป่าภูทับเบิกกลับคืนสภาพเดิมหรือใกล้เคียงสภาพเดิม แล้วแต่กรณี
เพื่อประโยชน์แก่รัฐในการเข้าฟื้นฟูและอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้

(3) ยึด รื้อถอน ทําลาย หรือกระทําการอื่นใดแก่สิ่งปลูกสร้าง เพื่อให้ป่าภูทับเบิกกลับคืนสภาพเดิมหรือใกล้เคียงสภาพเดิม ในกรณีที่เจ้าของหรือผู้ครอบครองไม่ปฏิบัติตาม (2) หรือไม่ปรากฏ
ตัวเจ้าของหรือผู้ครอบครองสิ่งปลูกสร้าง

ข้อ 3 ให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองชดใช้หรือออกค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการที่เจ้าหน้าที่ได้ปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใดตามข้อ 2 (3)

ข้อ 4 การปฏิบัติหน้าที่ตามคําสั่งนี้ไม่อยู่ในบังคับของกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองและกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง

ข้อ 5 เจ้าหน้าที่และผู้ช่วยเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ตามคําสั่งนี้ ที่กระทําไปตามอํานาจหน้าที่โดยสุจริต ไม่เลือกปฏิบัติ และไม่เกินสมควรแก่เหตุ ย่อมได้รับความคุ้มครองและไม่ต้องรับผิด
ทางแพ่ง ทางอาญา และทางวินัย แต่ไม่ตัดสิทธิผู้ได้รับความเสียหายที่จะเรียกร้องค่าเสียหายจากทางราชการตามกฎหมายว่าด้วยความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

ข้อ 6 ในการปฏิบัติหน้าที่ตามคําสั่งนี้ ให้เจ้าหน้าที่และผู้ช่วยเจ้าหน้าที่เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญาและเป็นพนักงานฝ่ายปกครองหรือตํารวจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

ข้อ 7 คําสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

สั่ง ณ วันที่ 5 กรกฎาคม พุทธศักราช 2559
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง