อดีตมาเฟีย หอบซาก “กุ้งมังกร” ตัวเกือบ 2 พัน แจ้งตำรวจ หลังพบไม่สด

เฒ่าเมืองเบียร์หอบซาก “กุ้งมังกร” ตัวละเกือบ 2 พัน วิ่งโร่แจ้งตำรวจพัทยา หลังพบมีกลิ่นเหม็นเน่าโชยออกมาชวนสะอิดสะเอียน ร้อง สคบ.ช่วยตรวจสอบ

เมื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 12 ก.ค.59 ขณะที่ ร.ต.อ.ธานินทร์ กันภัย เข้าเวรปฏิบัติหน้าที่รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ได้มีนายฮูลเดอริค โวล์ฟกัง (Mr.Hoelderirch Wolfgang) อายุ 70 ปี สัญชาติเยอรมัน หิ้วถุงพลาสติกบรรจุเศษหัวกุ้งกุ้งมังกร หรือกุ้งล็อบสเตอร์ เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ หลังไปสั่งกุ้งยักษ์ตัวดังกล่าวที่ร้านอาหารชื่อดังแห่งหนึ่งบนถนนคนเดิน “วอล์คกิ้งสตรีท” ย่านพัทยาใต้ แล้วมีปัญหาเรื่องหัวกุ้งเน่าจนรับประทานต่อไม่ได้ เมื่อแจ้งทางร้านเพื่อขอเปลี่ยนแต่กลับถูกปฏิเสธความรับผิดชอบ

2

โดยนายฮูลเดอริค โวล์ฟกัง ได้เปิดถุงพลาสติกโชว์ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้สื่อข่าวดูซากกุ้งที่นำมาเป็นหลักฐาน ปรากฏว่ามีกลิ่นเหม็นเน่าโชยออกมาจนน่าสะอิดสะเอียนและพบว่ามีสีคล้ำ โดยเฉพาะที่บริเวณส่วนหัวและขาของกุ้ง จากนั้นจึงให้การผ่านล่ามแปลภาษาว่า ก่อนหน้านี้ตนเข้าไปใช้บริการที่ร้านอาหารคิงซีฟู๊ด ตั้งอยู่บนถนนวอล์คกิ้งสตรีท และสั่งกุ้งมังกร หรือกุ้งล็อบสเตอร์ ราคาตัวละ 1,848 บาท มารับประทานโดยเริ่มกินจากบริเวณหางขึ้นไปจนถึงลำตัวกุ้ง

5

แต่พอกำลังแกะขาและหัวกุ้งออกเพื่อจะกินต่อ ปรากฏว่าบริเวณหัวกุ้งมีกลิ่นเหม็นเน่าอย่างรุนแรงจนแทบจะอาเจียน และมีสีดำคล้ำผิดปกติ ตนเลยแจ้งให้พนักงานของร้านทราบเรื่องและขอเปลี่ยนกุ้ง แต่ทางร้านปฏิเสธว่าไม่สามารถเปลี่ยนได้เนื่องจากรับประทานไปแล้ว ภายหลังตนจึงรีบจ่ายเงินค่ากุ้งตัวดังกล่าวไปตามบิล ก่อนเดินทางเข้าแจ้งความกับตำรวจ เนื่องจากคิดว่าตัวเองถูกผู้ประกอบการเอารัดเอาเปรียบโดยไม่เป็นธรรม และขอให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้มาตรวจสอบข้อเท็จจริง

4

ทางด้าน ร.ต.อ.ธานินทร์ กันภัย รองสารวัตร (สอบสวน) เบื้องต้นได้ทำการสอบปากคำนายฮูลเดอริค พร้อมกับลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน จากนั้นจะได้เชิญผู้จัดการร้านอาหารดังกล่าวมาสอบสวนหารายละเอียดอีกครั้ง ก่อนประสานไปยังสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภคเมืองพัทยาเพื่อส่งเจ้าหน้าที่มาทำการตรวจสอบเรื่องนี้ให้กระจ่างต่อไป

7

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับ นายฮูลเดอริค โวล์ฟกัง ชายชาวเยอรมันวัย 70 ปีที่หิ้วถุงกุ้งมังกรเน่ามาแจ้งความกับตำรวจรายนี้ จากการสังเกตพบว่ามีชื่อ-นามสกุล หน้าตา (ไม่รวมทรงผม) ละม้ายคล้ายกับ นายอูลริค โวล์ฟกัง อดีต “มาเฟีย” ชื่อก้องโลก ที่มีประวัติพัวพันกับขบวนการค้ายาเสพติดและค้าประเวณีข้ามชาติ จนถูกทางการไทยจับกุมและถูกเนรเทศ พร้อมกับขึ้นบัญชีดำห้ามเข้ามาในราชอาณาจักรไทย

1

แต่ต่อมานายอูลริค มาเฟียระดับบิ๊กรายนี้ได้ลักลอบเข้ามาประเทศไทยผ่านด่าน ตม. อ.สะเดา จ.สงขลา ติดชายแดนมาเลเซีย ก่อนที่จะมากบดานในเมืองพัทยา จนกระทั่งถูกตำรวจ ตม.พัทยา (ในขณะนั้น) จับกุมตัวได้ที่บ้านพักในหมู่บ้านจอมเทียนนิเวศน์ ย่านหาดจอมเทียน เมื่อวันที่ 2 พ.ย.2549 ในขณะที่อายุได้ประมาณ 62 ปี จากนั้นข่าวคราวของนายอูลริค ก็ค่อย ๆ เงียบหายไป

9

MThai News

ข่าวที่เกี่ยวข้อง