ซูฮกยกนิ้วให้ ‘หนุ่มพิการ’ ที่ใครหาว่าบ้า แต่เขาบ้ารักแม่เหลือเกิน?

ท่ามกลางแสงสีเสียงเคียงเมืองศิวิไลซ์ ใครจะรู้ได้ว่า “ย่านทองหล่อ” ยังมีเสียงร้องขอความช่วยเหลือแว่วอยู่เนืองๆ และเสียงเรียกดังเดื่องหนึ่งในนั้น คือ เสียงของ “แม่แก่ๆ” คนหนึ่งในชุมชนที่ดูเสมือนสลัมกำลังตกระกำลำบากยากจนข้มแค้นแสนสาหัสในอาการป่วยโรคกระดูกเสื่อม-เดินไม่ได้ ซ้ำภายหน้าต้องไร้ที่อยู่ ไม่รู้จะระเห็จระเหเร่ร่อนไปอยู่ที่ไหน

แต่…ความโชคร้ายในชะตามักแฝงความโชคดีไว้เสมอ เมื่อรักของแท้ของแม่ที่ไม่เคยทอดทิ้งพร้อมต่อสู้เลี้ยงลูกทั้ง 4 คนจนเติบใหญ่ โดย 2 คนโต ได้มีงานการทำมีรายได้และมีครอบครัวจนแยกตัวออกไป  เหลืออีก 2 รายชาย/หญิง กลับพิการทางสมองและป่วยหลายโรคซ้ำซ้อน

ลองทายไหม?…ลูก 4 คน (ใคร) คือ คนหาเลี้ยงดู-ตอบแทนค่าน้ำนมแม่ชราป่วยหนักคนนี้

และ…นี่คือเรื่องราวรับ “วันแม่” สุดดราม่าตราตรึงใจ ที่สร้างความฮือฮาและแฝงความประทับใจต่อสายสาธารณชน ซึ่งคนย่านทองหล่อต่างรู้จัก “ลูกกตัญญู” คนนี้เป็นอย่างดี

คุณธีรยุทธ และเลิศผล วัย38 ปี หรือ “แก่” ชื่อนี้ถูกเรียกขานและเป็นที่รู้จักกันดีของกลุ่มวินจักรยานยนต์และเหล่าพ่อค้าแม่ค้าย่านทองหล่อ เพราะทุกวันของเขา คือ การเดินตระเวนขอข้าวขอน้ำจากพระภิกษุตามวัดใกล้เคียง หรือพ่อค้าแม่ค้าตามตลาดย่านทองหล่อ เพื่อนำอาหารเหล่านี้ไปประทังชีพครอบครัว ซึ่งมีแม่ที่นอนป่วยหนักและพี่สาวพิการทางสมองและเเขนขา

ในทุกวันของแสงแดดที่แผดเผา เขาผู้นี้ในสภาพเสื้อผ้าเก่าเคล้ากลิ่นตัวไม่หอมหวน ย่ำเดินสวนผู้คนล้วนดูดีมีราศี ต่างเสียดสีด้วยสายตาและวาจา บ้างหาว่า “บ้า” -“ปัญญาอ่อน” บ้างขับไล่ผลักไสไปให้ไกล เพียงเพราะต้องการขอแบ่งเศษทานไปช่วยเหลือครอบครัวที่อดอยาก

หากถามถึงการสื่อสาร พี่แก่พูดกับใครแทบไม่รู้เรื่อง ยากที่ใครจะเดาความได้ นอกจากวลีฮิตติดประโยคด้วยคำว่า “แม่ ไปหาแม่ ช่วยแม่ ขอให้แม่ และ รักแม่”

IMG_6650

แต่ด้วยน้ำใจคนไทยไม่ทิ้งกัน ย่านที่ดินแสนร่ำรวยไม่ใช่รวยเพียงเงินทอง แต่ยังมีคนรวยน้ำใจ นั่น คือชาวบ้านละแวกดังกล่าว ที่รู้จักมักจี่พี่แก่เป็นอย่างดี ส่วนใหญ่แบ่งปันข้าวปลาอาหารให้พร้อมเงินเล็กน้อย ขณะที่พี่วินจยย.ใจดีมีน้ำใจไม่ว่าเจอพี่แก่ที่ไหน ก็จะพาไปส่งฟรีแทบทุกที่ เพราะพวกเขาต่างรู้ดีว่าหนุ่มคนนี้ทำเพื่อใคร

ขณะเดียวกันในวันที่ MThai News ได้ลงพื้นที่เพื่อสัมภาษณ์ กลับเกิดเหตุไม่คาดฝัน เมื่อ คุณทองศรี และเลิศผล หรือ ป้าทอง วัย 74 ปี แม่ของพี่แก่ที่ป่วยหนักได้เข้าโรงพยาบาลกะทันหันและนอนพักฟื้นอยู่หลายวัน

ช่วงหนึ่งของการรอคอยป้าทองออกจากโรงพยาบาล ทีมข่าวได้สัมผัสกับชีวิตพี่แก่ พบว่าทุกลมหายใจเข้าออก เขามีแต่ความเป็นห่วงใยแม่ พร้อมกับพูดประโยคเดิมๆซ้ำๆว่า “ห่วงแม่” และ “ไปหาแม่” ทุกๆวันของเขาที่ต้องคอยตระเวณไปขอข้าวน้ำต้องเปลี่ยนไป เพราะต้องนำเวลาที่เหลือมาคอยเฝ้าแม่ที่โรงพยาบาลและต้องรีบกลับเพื่อหาอาหารให้พี่สาวพิการที่อยู่บ้าน

122947

หากวันใดพี่แก่กลับบ้านช้ากว่าปกติ ก็ยังได้เพื่อนบ้านใจดีอย่างครอบครัว คุณอารีดาห์ เดจิเลาะ ที่แม้ต่างศาสนาแต่ก็ช่วยหุงหาข้าวปลาและคอยช่วยเหลือในทุกด้าน ทั้งที่ครอบครัวตนเองก็ลำบากไม่น้อยไปกว่ากัน แต่ที่มีใจช่วยเหลือเพราะสงสารและเอ็นดูในความกตัญญูของหนุ่มพิการคนนี้

“ยกให้เป็นตัวอย่างเลย แก่นี่เก่งมากรักแม่มาก แม้ใครจะหาว่าเขาบ้าไม่เต็ม แต่เขาเต็มไปด้วยความรักแม่ เขาไม่เคยว่าหรือด่าแม่ เถียงแม่ หรือทำร้ายแม่ ทั้งๆที่เขาไม่ปกติและบางวันเขาก็เหนื่อยจากการขออาหาร เขาได้เงินมาเขาก็ให้แม่ทันที ได้ข้าวของมา ไม่เคยกินก่อน ต้องรอให้แม่กินก่อนเสมอ หากวันไหนแม่ไม่กินเขาก็ยอมอดด้วย เห็นภาพนี้ในทุกวันมันผสมความรันทดและรอยยิ้ม” คุณอารีดาห์ กล่าว

ความหดหู่สู่ความกตัญญู ได้อุ้มชูชื่อเสียง “พี่แก่” ให้ดังกึกก้องไปทั่วย่านคนรวย เสียงสะท้อนนำพาให้ผู้คนต่างช่วยเหลือแบ่งปันน้ำใจไร้ข้อรังเกียจเดียดฉันท์ ซึ่งน้ำใจส่วนใหญ่จะได้จากคนหน้าเดิมที่คอยให้เงินและแบ่งปันอาหาร

“เห็นแก่มาตั้งแต่แม่เขายังค้าขายอยู่เลย เขาก็ออกมาช่วยแม่ประจำ พอแม่ป่วยเขาก็ออกมาขอข้าวชาวบ้าน ส่วนใหญ่ก็รู้นะว่าเขาเอาไปให้แม่เขา พวกเขาลำบาก คนก็ช่วย ที่สำคัญเขาชอบทำบุญด้วย โดยจะแบ่งอาหารมาใส่บาตรพระทุกเช้าเลย ขอชมในความกตัญญูเลย นี่ขนาดไม่ปกตินะ ยังรักและทำเพื่อแม่ได้ขนาดนี้ ลองเทียบกับคนทั่่วไปสิ มีแต่จะทิ้งพ่อแม่หรือไม่ก็ไม่เคยเลี้ยงดูแลใดเลย” คุณจันทร์ ร้านก๋วยเตี๋ยวทองหล่อ กล่าว

0

“กรณีแก่ ถือเป็นตัวอย่างที่ดีที่ลูกๆควรดูไว้ คือ เรื่องความรักของแม่ที่ไม่ว่าลูกเป็นอย่างไรก็เลี้ยงดูลูกได้ทุกคนไม่เคยทอดทิ้ง แต่ทำไมลูกๆกลับทิ้งหรือไม่เลี้ยงดูพ่อแม่ และ เรื่องความกตัญญูที่ลูกควรมีต่อบุพพการี แม้แก่จะไม่ปกติ แต่เขากลับรักแม่ไม่ทิ้งแม่และหาวิธีที่จะเลี้ยงดูแม่ แม้วิธีขอข้าวน้ำอาจไม่ถูกต้อง แต่สำหรับคนเช่นนี้ เเค่เขาคิดว่าจะช่วยแม่อยางไรให้มีกินมีใช้ได้ เท่านี้ก็ดีแล้ว และยิ่งเป็นบุญกุศลสำหรับคนที่ให้ทานแก่ไป เพราะเท่ากับได้บุญหนักหนา” พระมหางามพล จิตติโสภโณ กล่าว

จากความกตัญญูของลูกสู่ความรักของแม่ ป้าทองเล่าทั้งน้ำตาว่า เดิมตนเองมีลูกทั้งหมด 8 คน ได้เสียชีวิตไป 4 คน จึงเหลือลูกเพียง 4 คน ซึ่งปกติ 2 คน และอีก 2 คน พิการทางสมองโดยกำเนิด ทั้งคู่ยังมีโรคประจำตัวความดันและเบาหวาน ซึ่งพี่สาวพี่แก่มีอาการหนักกว่าตรงที่มือเท้าหงิกงอ จึงไม่สามารถทำงานใดได้มาก ก็มีแต่พี่แก่ที่แม้จะพูดจาไม่รู้เรื่อง แต่มีความรักแม่รักพี่สาว และคอยออกไปหาอาหารมาให้ครอบครัวเสมอ

“สงสารลูก เวลาเขากลับมาเหนื่อยๆและบอกว่าได้ของมาน้อย หลายครั้งเขาพยายามบอกว่า มีคนด่าตลอด ไล่เขา รังเกียจเขา เราเป็นแม่ น้ำตาไหลเลย ก่อนหน้านี้ก็มีคนที่ไม่เข้าใจ ก็ทำร้ายเขา เราก็คอยสอนว่า หากจะไปขอให้ขอข้าววัดดีกว่า หรือเฉพาะคนที่เขาอยากให้เท่านั้น ไม่ต้องไปไล่ขอไปทั่ว มันไม่คุ้ม เพราะสร้างความรำคาญและอาจเจ็บตัวเปล่า”

ด้วยหัวใจของผู้เป็นแม่ แม้ว่ารู้ว่าลูกทั้งหมดจะ “ปกติหรือผิดปกติ” อย่างไร ก็ไม่เคยตัดพ้อหรือทอดทิ้ง แม้สามีต้องมาเสียชีวิตจากไป ก็พร้อมจะกัดฟันสู้ชุบเลี้ยงลูกโดยลำพังจนพวกเขาจนเติบใหญ่ แต่ไฉนพี่ใหญ่ 2 คนจำต้องแยกออกไป เหตุเพราะมีครอบครัว เหลือเพียงแต่แม่แก่ๆกับน้องพิการทั้งสองในห้องเก่าสุดทรุดโทรมในชุมชนแออัด และเขาทั้งสองแทบไม่เคยแวะเวียนมาเยี่ยมเยียนกันอีกเลย

เมื่อแม่ชราทนอาการโรคกระดูกเสื่อมไม่ไหวเกิดล้มป่วยจนเดินไม่ได้ การค้าขายรายได้พอเลี้ยงชีพต้องหยุดชะงัก จำนอนซมอยู่ในห้อง นอนรอความช่วยเหลือจากคนใจดี หนีไม่พ้นภาระหน้าที่สุดยิ่งใหญ่ตกเป็นของ “ลูกพิการ” ที่ใครๆดูแคลนบ้าหนักหนา ต้องออกหาข้าวปลาเลี้ยงดูแม่และพี่สาว ถึงคราวกลับบ้านก็ยังช่วยบีบนวดคลายเส้นหวังให้แม่กลับมาปกติ

IMG_6636

“ก็ได้เขานี่แหละ ลูกพิการ ลูกที่ใครว่าบ้า แต่รักฉันเหลือเกิน ยอมทำทุกอย่างเพื่อฉัน ฉันเคยคิดหวังสักวันล้มป่วยยามแก่เฒ่าหวังพึ่งลูกปกติมีงานทำ แต่เวรกรรมทำให้ฉันต้องเสียใจ ฟ้ายังมีตาส่งลูกบ้ามาช่วยฉันดูแลฉัน รักนะฉันรักลูกทุกคน ใครเป็นไงไม่สำคัญ แต่มันอยู่ที่ว่าพวกเขาคิดถึงฉันกันไหม”

น้ำเสียงป้าทองเสมือนโหยหาลูกทั้งสองที่หายไป แต่หัวใจพันผูกลูกพิการ รักของแม่ห่วงหาอาทรลูกเสมอ แม้ไม่ได้พบประสบเจอ แต่ความห่วงใยมิเคยเสื่อมคลาย เป็นไปได้ไหมว่าลูกที่หายไป จะรู้ไหมตอนนี้แม่และพี่น้องาสุดลำบากกันเหลือเกิน

หากพูดถึงความอดอยาก ป้าทองบอกว่าเป็นเรื่องปกติไปเสียแล้ว เพราะบางครั้งหากลูกขอข้าวมาไม่ได้ หรือ ไม่ได้ออกไป ก็ต้องทานของบูดเน่าแทน หลายครั้งเพื่อนบ้านอดสงสารไม่ได้ก็ช่วยหาอาหารมาให้ ซึ่งส่วนใหญ่บอกว่าสาเหตุความช่วยเหลือมากจากความดีและความกตัญญูของพี่แก่ที่มีต่อแม่มาก

ส่วนความเป็นอยู่ของครอบครัวนั้น ถือว่าลำบากมาก แต่ยังดีที่ป้าทองและพี่แก่ได้เบี้ยคนชรา+คนพิการ รวม 1,400 บาท ส่วนลูกสาวไม่ได้ในส่วนนี้เพราะไม่ได้ยื่นเรื่องพิการไว้ ซึ่งรายได้ดังกล่าวนั้นพอดีกับรายจ่ายค่าน้ำค่าไฟในบ้านราว 1,300 บาท ซึ่งแต่ละเดือนครอบครัวจะเหลือเงินเพียง 100 กว่าบาทในการประทังชีวิต

หากถามถึงค่าบ้านนั้น ยังโชคดีที่ไม่มีค่าใช้จ่าย เพราะอาศัยในชุมชนลุกล้ำแม่น้ำ ส่วนข่าวร้ายคือภายหน้าชุมชนนี้จะต้องถูกรื้อถอนและให้หลายร้อยครัวเรือนย้ายออกไปตามคำสั่งจัดระเบียบของกรุงเทพมหานคร ซึ่งได้ผ่อนผันมาปีกว่าแล้ว และนี่เป็นอีกเคราะห์กรรมที่ครอบครัวป้าทองไม่รู้จะทำอย่างไรต่อในชีวิต

90-5

“หลายครอบครัวย้ายออกไปเยอะแล้ว ก็มีแต่ป้านี่แหละไม่รู้จะไปอยู่ไหน เงินก็ไม่มีลูกก็ปัญญาอ่อน ภาครัฐก็ยอมมาตลอด แต่เราไม่มีหนทางจริงๆ ซ้ำป้ายังมาป่วยหนักเคลื่อนไหวไปไหนก็ยากลำบาก กลัววันใดเขามาไล่อีก บอกตรงๆป้าหมดหนทางแล้วจริงๆ”

เคราะห์ซ้ำกรรมซัดยังไม่หมดเพียงเท่านี้ วิบากกรรมป้าทองยังประสบปัญหาเรื่องสุขภาพ หลังล้มป่วยโรคกระดูกเสื่อมช่วงต้นเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา นอนพักฟื้นไปหลายวันแต่ต้องจำใจออกจากโรงพยาบาล เพราะไร้เงินค่าผ่าตัดรักษาเปลี่ยนกระดูกร่วมแสนบาท สวัสดิการคนธรรมดาที่มีไม่สามารถใช้ร่วมส่วนนี้ได้ ป้าทองถึงกับกลั้นน้ำตาไม่อยู่ร้องออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่าไม่เหลือหนทางไหนให้สู้อีกแล้ว ขอนอนรอความตายไปพร้อมกับลูกพิการแสนกตัญญูในห้องน้อยหลังนี้

“หมดแล้วจริงๆชีวิต ไม่รู้จะพึ่งใครยังไง ลูกก็พิการ บ้านก็ถูกไล่ แถมตัวเองก็ป่วยหนักไร้เงินรักษา ทำได้เพียงตอนนี้คือนอนรอความตายไปพร้อมกับลูกและอาศัยลูกพิการกิน  และ รักษาไว้ซึ่งความดีและความกตัญญู (เจ้าแก่) ที่มีต่อแม่ของเค้า”

MThai News ขอเป็นกำลังใจให้ครอบครัวป้าทองศรี และหากผู้ใจบุญต้องการให้ความช่วยเหลือสามารถบริจาคผ่านบัญชี ชื่อบัญชี นางทองศรี และเลิศผล เลขที่บัญชี 187 – 1 – 02075 – 1 ธนาคารกรุงไทย (สาขา ทองหล่อ) หรือ ติดต่อสอบถามได้ที่080-775-3230 (เมศ เจ้าชายน้อย) หรือ 080-9443294 ปธ.ชุมชนคลองเป้งพัฒนา

เรื่อง/ภาพ ….  ชัยพัฒน์ แกล้วทนงค์ 

แจ้งเรื่องร้องเรียน ร้องทุกข์ ช่วยเหลือสังคม ได้ที่ news.mthai.com@gmail.com

ติดตามสกู๊ปข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

 

IMG_6653

5763

158696

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง