รพ.ธรรมศาสตร์ผุดไอเดีย ‘สวดมนต์รอหมอ’ หวังลดอารมณ์หงุดหงิด

โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติศูนย์รังสิต ผุดไอเดีย ‘สวดมนต์’ รอหมอ หวังลดอารมณ์หงุดหงิด

ที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ศูนย์รังสิต ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ผุดไอเดียใหม่ ให้ผู้ป่วยที่รอหมอสวดมนต์แผ่เมตตาเพื่อมีจิตใจที่สงบไม่หงุดหงิด หลังจากที่มีคลิปคนไข้สวดยับ เหตุหมอเลื่อนนัดแล้วไม่บอกล่วงหน้า ที่เคยเป็นกระแสโซเชียลอย่างหนัก

714037-02

ซึ่งครั้งนั้นเนื่องมาจากจำนวนผู้รับบริการที่โรงพยาบาลเพิ่มจำนวนมากขึ้นจากเดิม ทำให้บริการจึงล่าช้า และเจ้าหน้าที่ให้บริการอยู่ตลอดเวลา จึงไม่ได้ให้ข้อมูลกับผู้ที่มารับบริการอย่างเพียงพอ ทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน และส่งผลกระทบให้ผู้ป่วยรอรับบริการนานกว่าเวลาที่กำหนดไว้ ซึ่งจะได้นำข้อเสนอแนะไปปรับปรุงระบบบริการ

จาการสอบถาม นางภัทรา ทวีทรัพย์ หัวหน้าสาขาการพยาบาลกุมารเวชกรรม ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าการพยาบาลผู้ป่วยนอก กล่าวว่า แนวคิดให้พยาบาล และคนไข้ระหว่างรอแพทย์ตรวจคนไข้จะว่างไม่มีอะไรทำ นอกจากดูทีวี อ่านหนังสือ ผู้ป่วยก็จะนั่งเฉยๆ ซึ่งโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ เป็นโรงพยาบาลที่สร้างเสริมสุขภาพ แต่ละหน่วยตรวจจะมีการสร้างเสริมสุขภาพของผู้ป่วยที่แตกต่างกันออกไป เช่นแผนกผู้ป่วยนอกอายุรกรรมก็จะให้ออกกำลังกาย ส่วนแผนกผู้ป่วยนอกศัลยกรรมกระดูกและข้อ การออกกำลังกายเป็นข้อจำกัดของผู้ป่วย เราจึงคิดว่าควรจะเสริมสุขภาพทางจิต เพื่อให้ผู้ป่วยได้มีความสุข ฉะนั้นการสวดมนต์แผ่เมตตา จะทำให้สุขภาพจิตของผู้ป่วยดีขึ้น ระหว่างรอแพทย์ตรวจดีกว่าการนั่งเปล่าๆ

714037-03

ด้าน นายนายณรงค์ ระดมเล็ก หัวหน้างานการพยาบาลแผนกศัลยกรรมกระดูกและข้อ กล่าวว่า หากผู้ป่วยเจอเหตุการณ์ต่างๆ ที่อาจจะเกิดความหงุดหงิด หรือแม้แต่การประทะคารม หรือมีอาการไม่พึงพอใจกัน จึงได้เริ่มใช้วิธีการสวดมนต์แผ่เมตตา เพื่อทำจิตใจให้บริสุทธิ์ หลังจากที่ได้ทำกิจกรรมนี้มาได้ระยะหนึ่งแล้ว ปัญหาข้อร้องเรียนไม่มีอีกเลย และเวลาที่ปฏิสัมพันธ์กับผู้ป่วยระหว่างแพทย์พยาบาล มีการโต้ตอบหรือการใช้บริการต่างๆ ก็เป็นไปในทางที่ดียิ่งขึ้นเป็นอย่างมาก รวมถึงผู้ป่วยพอใจและให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี

714104-04

ส่วน รศ.นพ.จิตตินัดด์ หะวานนท์ ผู้อำนายการโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ กล่าวว่า โครงการสวดมนต์รอหมอของแผนกผู้ป่วยนอกกระดูกและข้อ โดยจะสวดมนต์แผ่เมตตาในช่วงเช้า ช่วยทำให้ผู้ป่วยมีจิตใจที่สงบรวมถึงบุคลากรของโรงพยาบาลทำให้มีความเมตตาซึ่งกันและกัน การอยู่ร่วมกัน ระหว่างผู้ให้บริการและผู้รับบริการเป็นไปได้อย่างดี หลังจากได้มีโครงการนี้แล้วทำให้การสื่อสารที่มีความขัดข้องใจ รวมถึงช่วยให้เกิดความเข้าใจกันระหว่างทั้งสองฝ่าย ข้อระเรียนต่างๆ ก็ลดลงไป ผู้ป่วยและแพทย์พยาบาลได้ยิ้มย่อผ่องใส และต้องการให้โรงพยาบาลของเราเป็น smile hospital เป็นโรงพยาบาลแห่งรอยยิ้มอีกด้วย

 

ที่มา  INN

MThai News

ข่าวที่เกี่ยวข้อง