ขู่ซ้ำ!พงศพัศคาดโทษเด้งยกแผง หาก1ปี514โรงพักปฏิรูปไม่คืบ

ปฏิรูปตำรวจ! “พงศพัศ” เผย รายชื่อ 514 โรงพักทั่วประเทศ เข้าสู่กระบวนการปฏิรูปงานสอบสวนแล้วเสร็จใน 1 ปี  หากไม่คืบ ขู่ เด้งยกแผง 

 

วันที่ 21 ก.ค.59 พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร. ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานขับเคลื่อนและประสานงานการปฏิรูปองค์กรตำรวจ เปิดเผยถึงความคืบหน้า ในการปฏิรูปองค์กรตำรวจใน 10 ประเด็น โดยการปฏิรูปที่มีความสำคัญ และกำลังเป็นที่จับตาของสังคมและประชาชนโดยทั่วไป คือ

95-5

เรื่องของการปฏิรูปงานสอบสวนและการบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งในการดำเนินการในระยะเร่งด่วนและจะต้องแล้วเสร็จภายใน 1 ปี คือ การปฏิรูปงานสอบสวนของสถานีตำรวจมีจำนวนคดีรับแจ้งเป็นจำนวนมาก แต่มีพนักงานสอบสวนไม่เพียงพอต่อการทำหน้าที่ มีผลทำให้เกิดความล่าช้าและบกพร่องต่อสำนวนการสอบสวน ขาดการเอาใจใส่ดูแลจากผู้บังคับบัญชา

รวมทั้ง ขาดทีมงานด้านการสืบสวน การพิสูจน์หลักฐาน และงานนิติวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นงานสำคัญต่อการอำนวยความยุติธรรมในเบื้องต้น และจะต้องดำเนินการควบคู่กันไป ตั้งแต่มีการรับแจ้งความ

โดยพบว่า สถานีตำรวจที่จำเป็นจะต้องปฏิรูประบบการสอบสวนให้แล้วเสร็จ ภายในระยะเร่งด่วน 1 ปี มีจำนวนทั้งสิ้น 514 แห่ง ทั้งหมดจะต้องจัดชุดพนักงานสอบสวนแบบบูรณาการและพื้นที่รับแจ้งความแบบเสร็จสิ้น ณ จุดเดียว ประกอบด้วย หัวหน้าทีม 1 นาย พนักงานสอบสวนประจำทีม 2 นาย ฝ่ายสืบสวน 2 นาย ผู้ช่วยพนักงานสอบสวน 2 นาย รวมทั้งทีมสนับสนุนที่เป็นเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน นิติวิทยาศาสตร์ เสมียนคดี วัสดุอุปกรณ์ และยานพาหนะ

ทั้งนี้ เพื่อให้กระบวนการรับแจ้งความ การสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน และการมีความเห็นทางคดีเป็นไปด้วยความบริสุทธ์ยุติธรรมอย่างแท้จริง สำหรับสถานีตำรวจที่เหลืออีก 982 แห่ง จะมีการปฏิรูปไปพร้อม ๆ กัน แต่ได้กำหนดกรอบระยะเวลาให้แล้วเสร็จภายในกำหนด 5 ปี

สนับสนุนเนื้อหา >>> INN

ติดตามข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ news.mthai.com

MThai News

 


‘พงศพัศ’ ขู่ ใครขวาง ‘ปฏิรูปตำรวจ’ เจอเด้งแน่!

รองผบ.ตร.  เผย เร่ง “ปฏิรูปตำรวจ” ทั้งระบบ ขู่ ใครขวาง-ไม่สนองนโยบาย คาดโทษย้ายแน่ 

วันที่ 19 ก.ค.ที่ผ่านมา พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร. ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานขับเคลื่อนและประสานงานการปฏิรูปองค์กรตำรวจ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้เร่งรัดให้ทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องดำเนินการปฏิรูปกระบวนการทำงานในส่วนต่างๆ ของตนเองอย่างเต็มที่ และจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในกรอบระยะเวลาทั้ง 3 ช่วง คือ ในระยะเร่งด่วน 1 ปี ระยะกลาง 5 ปี และระยะยาว 20 ปี

94-6

หากพบว่า หัวหน้าหน่วยคนใดไม่ดำเนินการตามแนวทางและกรอบระยะเวลาของการปฏิรูปที่กำหนดไว้ จะพิจารณาข้อบกพร่อง และหากจำเป็นก็จะพิจารณาโยกย้ายพร้อมทั้งสรรหาผู้อื่นเข้ามาทำหน้าที่แทน เนื่องจากการปฏิรูปเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลที่ต้องดำเนินการให้เห็นเป็นรูปธรรมอย่างชัดเจนในทุกๆ ประเด็น

นอกจากนั้น พล.ต.อ.พงศพัศ ยังกล่าวถึงกรณีการแต่งตั้งโยกย้ายนายตำรวจที่มีการซื้อตำแหน่งนั้น ไม่มีใครนิ่งนอนใจและเป็นเรื่องที่อยู่ในประเด็นการปฏิรูปการบริหารงานบุคคลอยู่แล้ว ซึ่งล่าสุดก็ได้มีการจัดทำกฎ ก.ตร. ว่าด้วยการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ พ.ศ. 2559 ขึ้นมาใหม่ และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 16 ก.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งจะช่วยให้เส้นทางการเจริญเติบโตของข้าราชการตำรวจในทุกระดับและทุกสายงานมีความชัดเจนมากขึ้น

อ่านเพิ่มเติม >>> INN

ติดตามข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ news.mthai.com

MThai News

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง