ใครไม่สู้ดูเด็กกตัญญูรู้คุณแม่ แม้ถูกรถเมล์ทับขาขาด แต่ใจผงาดช่วยทำมาหากิน

ผ่านมา 5 เดือนเด็ม สำหรับกรณี “น้องแหวน” ด.ญ.ชุติการณ์ มีภัย เด็กน้อยวัย 9 ขวบ ถูกรถประจำทางสาย 33 พุ่งชนรถจักรยานยนต์3ล้อ ขณะนั่งมากับแม่ จนร่างกระเด็นตกถนนถูกล้อรถประจำทางทับขวากระดูกขาแตกละเอียดบริเวณห้าแยกปากเกร็ด จ.นนทบุรี

โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นช่วง 19.00 น. ของวันที่ 3 มี.ค.ที่ผ่านมา หลังจากน้องแหวนนั่งรถจักรยานยนต์ 3 ล้อ กลับมากับแม่ หลังเสร็จจากการช่วยครอบครัวขายไอศกรีมหลังเลิกเรียน ถือเป็น 1 ในภารกิจแห่ง “ความกตัญญูที่น้องได้ปฏิบัติเป็นประจำ แต่…ไม่น่าเชื่อว่า “เด็กดีมีน้ำใจ” จะต้องมารับกรรมเช่นนี้

เสียงกรีดร้องเรียกหาแม่และน้ำตา-คราบเลือด บนความเจ็บปวดบาดแผลหลังเกิดอุบัติเหตุจนหน่วยกู้ภัยได้นำส่งรักษาตัวโรงพยาบาลใกล้เคียง ก่อนส่งต่อให้โรงพยาบาลศิริราชและแพทย์จำต้อง “ตัดขาข้างขวา” เพื่อยื้อชีวิตของเด็กน้อย ก่อนเจ้าตัวนอนหลับไหลเป็นเจ้าหญิงนิทราถึง 3 เดือน (อ่านสกู๊ปย้อนหลัง>>>สุดสะเทือนใจ!เด็กเรียนดี-กตัญญูต่อพ่อแม่พิการ กลับถูกรถเมล์ชนขาขาด)

รอยยิ้มแห่งความสดใสได้บังเกิด เมื่อเด็กน้อยฟื้นตื่นขึ้นพบหน้าพ่อแม่ แต่ต้องซ่อนน้ำตาไว้ใต้ใบหน้า เมื่อรู้ว่าตนเองเหลือขาเพืยงข้างเดียว แม้รู้ว่าต้องกลายเป็นคนพิการเฉกเช่นเดียวกับพ่อแม่ กลับไม่เคยเอ่ยคำท้อแท้ให้พวกเขาได้ยิน กลับให้กำลังใจบุพการีด้วยซ้ำว่า “พ่อจ๋าแม่จ๋าอย่าร้องไห้ หนูยังเหลือขาอีกข้างไว้เดินใช้ชีวิตและยังช่วยพ่อแม่ทำมาหากินต่อไปได้”

แต่อย่างไร เรื่องคดีความว่ากันไปตามกฎหมาย แต่เรื่อง “จริยธรรมกรรมยาบรรณ” เป็นสิ่งที่ครอบครัวนี้ ไม่เคยได้รับจากผู้ก่อเหตุหรือคนขับรถคันดังกล่าว ไม่เคยแม้จะโทรติดต่อหรือมาหาแต่อย่างใด ทั้งที่ครอบครัวมุ่งหวัง “คำขอโทษ-อโหสิกรรม” มากกว่าการรับผิดชอบด้วยเงินตรา (อ่านสกู๊ปย้อนหลัง>>>น้ำตาพ่อแม่!ทวงถามลูกถูกรถเมล์ทับขาขาด เมื่อไรคู่กรณีโผล่ขอโทษ?)

IMG_6789

ว่ากันด้วยความคืบหน้าของเรื่องนี้ ทีมข่าว MThai News ได้เข้าเยี่ยมเยียนครอบครัวน้องแหวนอีกครั้ง และครั้งนี้ได้พบประสบตัวจริงของ “เด็กน้อยยอดกตัญญู” ซึ่งเป็นจังหวะที่ครอบครัวจะเดินทางไปบริเวณตลาดหน้าหมู่บ้านเอื้ออาทรฯด้วยรถ3ล้อคันที่ประสบเหตุและได้ซ่อมเสร็จแล้ว เพื่อค้าขายล๊อตเตอร์รี่

เพียงแค่จอดรถน้องแหวนได้โชว์การเดินค้ำไม้เท้าได้อย่างคล่องแคล่ว แล้วยังช่วยค้าขายด้วยการตะโกนเรียกลูกค้าเข้ามาอุดหนุนได้เป็นจำนวนมาก เมื่อขายได้จำนวนหนึ่งพวกเขาก็นั่งรถกลับไปยังที่พัก ท่ามกลางเสียงชื่นชมจากคนรอบด้านว่า “เด็กน้อยนี้เป็นสุดยอดเด็กกตัญญู”

“หนูจำได้วันเกิดเหตุ รถพุ่งมาชน แล้วหนูกับแม่ก็ตกกระเด็น และหนูก็เป็นคนผลักแม่ให้พ้นรถ แต่หนูกลับโดนรถทับขาขาดเอง หนูก็ร้องเรียกหาแม่ตลอด กลัวแม่เป็นอะไรมากไหม ส่วนหนูเจ็บปวดมาก จากนั้นหนูรู้สึกตัวอีกก็ตอนฟื้นเมื่อต้นเดือนก.ค.นี้ หนูอยากช่วยพ่อแม่ อยากช่วยกันทำมาหากิน ไม่อยากให้เราลำบาก แต่ตอนนี้หนูกลับกลัวจะสร้างภาระและความลำบากให้พ่อแม่”

น้องแหวนกล่าวด้วยหัวใจที่กล้าแกร่งเข้มแข็งดุจหินผายิ่งใหญ่กว่าใจผู้ใหญ่ในหลายคน ความคิดรังแต่จะซุกซนแทบไม่มีในสมอง สองมือและขาอีก1ข้างยังยืนหยัดจะต่อสู้เพื่อครอบครัว ลองคิดภาพนึกย้อนถึงตัวเราหนอ พอเป็นไปได้ไหม หากต้องพิการเช่นน้องเขา เราจะทำใจได้แบบได้แค่ไหน?

IMG_6768-0

ขณะที่ คุณคำมูล มีภัย และ คุณกมลวรรณ เจริญศิริ พ่อแม่ของน้องแหวน ต่างรู้สึกปลื้มใจที่ลูกสาวมีความคิดความอ่านเป็นผู้ใหญ่และมีจิตใจที่เข้มแข็งที่ไม่ยึดติดกับเหตุการณ์ร้ายและคิดด้อยเนื้อต่ำใจที่ต้องรับกรรมเป็นคนพิการยกบ้าน กลับมีแต่หัวใจที่ต้องการช่วยเหลือครอบครัวและความมุ่งหวังอยากเรียนหนังสือให้จบเพื่อเลี้ยงดูพ่อแม่ในภายหน้า

ซึ่งทางโรงเรียนชลประทานสงเคราะห์ฯได้รับปากกับครอบครัวว่าจะให้ความช่วยเหลือในทุกด้าน เพื่อให้เด็กคนนี้ได้สำเร็จการศึกษาและใช้ชีวิตในรั้วโรงเรียนได้อย่างมีความสุข แต่ทั้งหมดนี้ต้องขึ้นอยู่กับสภาพจิตใจ การให้กำลังใจ และการฝึกหัดกายภาพ เพื่อช่วยตัวเหลือตัวเองให้ได้เร็วที่สุด

“ลูกเขาเร่งฝึกเดินอยากช่วยเราทำงานอยากไปโรงเรียน ถามว่าเขาคิดมากไหม เขาก็เด็กแต่ดันคิดแบบผู้ใหญ่ ไม่น้อยใจคิดมากที่เหลือขาข้างเดียว มีแต่จะต่อยอดว่าจะทำไงให้แผลหายไวและเดินได้เร็ว เพื่อจะได้ช่วยเหลือตัวเองและครอบครัวให้ไวที่สุด มีแต่เราสิ นอนร้องไห้กอดกันให้กำลังใจลูก สงสารเขาที่จากเด็กปกติต้องกลายเป็นเด็กพิการ ไม่อยากให้เขาเหมือนเราที่พ่อไร้แขนแม่ไร้ขาลูกยังพิการซ้ำอีก แต่ชีวิตต้องไปต่อ เราจะไม่ยอมแพ้ เขาต้องมีอนาคตที่ดี เพราะเขาเป็นเด็กดี”

102-0

ส่วนเรื่องคดีความ ทางพ่อแม่น้องแหวนสบายใจระดับหนึ่ง เพราะร้อยเวรคดียังตามเรื่องต่อเนื่อง รอขอใบสรุปการรักษาจากแพทย์ ก็เดินหน้าตามกระบวนการกฎหมายได้เต็มที่ ส่วนเรื่องติดใจผู้ก่อเหตุอยู่หรือไม่นั้น แม่น้องแหวนย้ำว่า ขอไม่สนใจอีกต่อไป เพราะเขาไม่ต้องการแสดงตัวและรับผิดชอบใด ก็ปล่อยให้กฎหมายจัดการ เพราะเพียงแค่มาแสดงตัวขอโทษต่อลูกสาว บุคคลนั้นยังทำไม่ได้ ถือว่า “ไร้จิตสำนึกไร้ซึ่งมนุษยธรรม”

ขณะที่เรื่องการปวดแผลผ่าตัดและแผลติดเชื้ออื่นๆของน้องแหวนนั้น อาการดีขึ้นตามลำดับ แต่ต้องอาศัยกินยาระงับอาการต่อเนื่อง และยังมีอีกเรื่องที่ขณะนี้ครอบครัวกังวลอย่างมาก คือ อวัยวะเพศของน้องแหวนมีลักษณะผิดรูป และเกิดบาดแผลจากผลกระทบของการผ่าตัดขายื้อชีวิต ทางครอบครัวก็ไร้ซึ่งเงินทองที่จะหามารักษาอาการดังกล่าว เพราะก่อนหน้ายอดบริจาคจากคนใจบุญได้ใช้จ่ายค่ารักษาน้องแหวนหมดไปเกือบ 1 ล้านบาทแล้ว ซ้ำยังมีหนี้สินทั้งในและนอกระบบอยู่มากมาย 

IMG_6797

ทางครอบครัวจึงหวังเก็บหอมรอมริบจากจากรายได้ขายล๊อตเตอร์รี่ ซึ่งเดือนหนึ่งมีเพียง 2 งวด หักรายจ่ายและหนี้สินแล้วเหลือกินต่อเดือนเพียงไม่กี่ร้อย  จึงยังหวังในน้ำใจขอผู้ใจบุญอีกสักครา เข้ามาช่วยเหลือค่ารักษาอาการและเป็นทุกการศึกษาให้กับเด็กน้อยแสนกตัญญูคนนี้

หากผู้ใจบุญใดต้องการให้ความช่วยเหลือ สามารถบริจาคเงินผ่านบัญชีชื่อน.ส.กมลวรรณ เจริญศิริ หมายเลขบัญชี 1230165509 หรือบัญชี ธ.กรุงเทพ ออมทรัพย์ สาขาโลตัสปากเกร็ด เลขบัญชี 870-0-15387-0 หรือติดต่อได้โดยตรงที่เบอร์โทร 081-556-0918

เรื่อง/ภาพ ชัยพัฒน์ แกล้วทนงค์

แจ้งเรื่องร้องเรียน ร้องทุกข์ ช่วยเหลือสังคม ได้ที่ news.mthai.com@gmail.com

ติดตามสกู๊ปข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai NewsIMG_6754

IMG_6750

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง