‘วีเจสาว’ แถลงเปิดใจทั้งน้ำตาไม่ได้หลอกเงิน 1.2 ล.

‘วีเจสาว’ แถลงเปิดใจทั้งน้ำตา ยืนยันไม่ได้หลอกเงิน 1.2 ล้านบาทจากหนุ่ม จ.พระนครศรีอยุธยา 

จากกรณีที่นางศิริกานต์ ศิรสิทธิ์ดำรงกิจ แม่ค้าขายของชำที่ อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา เข้าแจ้งความกับตำรวจให้ดำเนินคดีกับ นายระพีพัชร ลูกชาย ในข้อหาลักทรัพย์ เนื่องจากนายระพีพัชร ขโมยเงินในบัญชีธนาคารของนางศิริกานต์ไปให้กับวีเจสาว โดยเงินหายไปถึง 1.2 ล้านบาท ซึ่งต่อมานายระพีพัชร เข้าพบกับพนักงานสอบสวน สภ.เสนา ยอมรับว่า ขโมยเงินจากบัญชีแม่ เพื่อไปให้สาววีเจที่เข้าไปเล่นในอินเตอร์เน็ตจริง ด้วยความสมัครใจ ไม่มีการบังคับ ซึ่งกราบขอโทษแม่ และแม่ได้ให้ลงบันทึกภาคทัณท์เอาไว้ 7 วัน โดยให้เลิกยุ่งเกี่ยวกับวีเจสาว หากยุ่งอีกก็จะดำเนินคดีทันที ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

IMG_4849

เกี่ยวกับกรณีนี้เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 20 ก.ค. ที่บ้านเลขที่ 87/5 หมู่ 11 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี วีเจสาว ได้แถลงข่าวหลังจากตกเป็นจำเลยสังคมหลังจากถูกแม่ของแฟนหนุ่มแจ้งจับที่ถอนเงินในบัญชีจำนวน 1.2 ล้านบาทนำไปถลุง

ซึ่งเปิดเผยว่า ตนได้รู้จักกับนายระพีพัชร ศิรสิทธิ์ดำรงกิจ อายุ 28 ปี ผ่านแอ๊พเมื่อต้นเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา ระยะแรกที่รู้จักกันในฐานะลูกค้าที่ตนเป็นวีเจ แต่ต่อมาได้มีการขอเบอร์โทรและพูดคุยจนพัฒนากลายเป็นคนที่รู้ใจกัน แต่ไปมาหาสู่กันที่บ้านฝ่ายชายหลายครั้ง แต่ตนปฏิเสธว่าเงินจำนวน 1.2 ล้านบาท ที่ถูกนางศิริกานต์ ศิรสิทธิ์ดำรงกิจ อายุ 53 ปี แม่ของแฟนหนุ่มว่าตนเป็นต้นเหตุที่ลูกชายแอบถอนเงินในบัญชีแล้วนำมาให้ตนซื้อรถเก๋งยี่ห้อฮอนด้า ซีวิค สีดำ นั้นไม่เป็นความจริง และตลอดระยะที่ผ่านมาแม่ของแฟนหนุ่มก็รู้ว่าเราทั้งสองคนคบกันในฐานะคู่รัก ซึ่งแม่ยังให้แหวนทองมา 1 วง ซึ่งตนนำคืนไปแล้วเช่นกัน

อย่างไรก็ตามวีเจสาวแจงทั้งน้ำตาว่าเงินจำนวน 1.2 ล้านบาทนั้น ตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่ยอมรับว่านายระพีพัชร มักจะนำจ่ายซื้อเกมส์เล่นครั้ง 2-6 หมื่นบาท เงินจำนวนดังกล่าวจะเป็นของบริษัทที่ตนทำงาน และมีบางครั้งเท่านั้นที่นายระพีพัชร จะไลน์มาบอกว่าโอนเงินไปให้แล้ว ซึ่งตนไม่ได้ขอหรือยืมแต่อย่างใด ให้ครั้งละ5 หมื่นบาท ระยะเวลาที่คบกันนายระพีพัชร โอนเงินซื้อของขวัญในแอพลิเคชั่นของเกมส์ราว 4 แสนบาท ยืนยันว่าได้เงินไม่ถึง 1.2 ล้านบาท จึงอยากให้สังคมให้ความเป็นธรรมกับตนเท่านั้นเอง ส่วนรายระเอียดของเงินทั้งหมดนายระพีพัชร น่าจะรู้ดีกว่าใคร

ติดตามข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ news.mthai.com

MThai News

ข่าวที่เกี่ยวข้อง