จบด้วยดี เจ้าคุณพิพิธ -พุทธะอิสระ ไกล่เกลี่ยคดีหมิ่นฯ ปี58 สำเร็จ

‘เจ้าคุณพิพิธ’ ยอมจ่ายค่าทนายให้ ‘พุทธะอิสระ’ ปิดคดีหมิ่นประมาทฯ ปี 58 ก่อนที่ เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อยจะบุก DSI แจ้งความเอาผิด พระเมธีธรรมาจารย์ ต่อในข้อหาอั้งยี่ จากกรณีโพสต์ปลุกระดมประชาชนต้านผลสอบรถโบราณหรูสมเด็จช่วง

พระพุทธะอิสระ, เจ้าคุณพิพิธ,
ภาพจาก มติชนออนไลน์

รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (27 ก.ค. 59) พระสุวิทย์ ธีรธัมโม หรือหลวงปู่พุทธะอิสระ วัดอ้อน้อย จ.นครปฐม และพระราชวิจิตรปฏิภาณ หรือเจ้าคุณพิพิธ ผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดสุทัศนเทพวราราม ได้เดินทางไปที่ศาลแพ่ง ถนนรัชดาภิเษก หลังศาลได้มีคำสั่งให้มาไกล่เกลี่ยในคดีที่พระพุทธอิสระเป็นโจทก์ยื่นฟ้องเจ้าคุณพิพิธ ฐานหมิ่นประมาทฯ

จากกรณีที่เจ้าคุณพิพิธพให้สัมภาษณ์หลายครั้งในช่วงเวลาประมาณเดือน ก.พ.58– 16 ก.พ.59 กล่าวหาว่าพระพุทธอิสระ มีเจตนาว่าร้ายสมเด็จพระมหารัชชมังคลาจารย์ หรือสมเด็จช่วง เจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญ ผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราช จนสร้างความเข้าใจผิดให้ประชาชนได้

ซึ่งการไกล่เกลี่ยดังกล่าวมีการหารือตกลงกันถึง 4 ชั่วโมง จนได้ข้อสรุปโดยเจ้าคุณพิพิธงยินยอมชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้น ประกอบด้วยค่าทนายความ ค่าธรรมเนียมศาล กว่า 30,000 บาท พร้อมทั้งทำสัญญาตกลงกันว่า หากกล่าวเท็จ ว่าร้ายให้ได้รับความเสียหายอีก เรื่องคดีความจะต้องกลับมาดำเนินกระบวนพิจารณาเช่นเดิม

ขณะที่พระพุทธอิสระ ได้กล่าวภายหลังศาลมีคำสั่งตัดสินช่วงหนึ่งว่า ก่อนอื่นต้องขอโทษเจ้าคุณพิพิธที่ต้องมาขึ้นศาลด้วย ซึ่งตอนแรกไม่ได้ตั้งใจจะเอาเรื่องอะไร แต่อยากพิสูจน์ความจริงให้สังคมได้รับรู้ ระดับเจ้าคุณหรือระดับผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวง จะวิพากษ์วิจารณ์ก็ขอให้มีข้อมูลความจริงด้วยเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายได้ จึงทำให้เกิดคดีดังกล่าวขึ้นมา

นอกจากนี้ในวันเดียวกัน หลวงปู่พุทธอิสระ ยังได้เดินทางไปยังกรมสอบสวนพิเศษ หรือดีเอสไอ เพื่อยื่นหนังสือถึง พ.ต.อ.ไพสิฐ วงษ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ ให้ดำเนินคดีกับ พระเมธีธรรมาจารย์ (ประสาร จนทสาโร) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดมหาธาตุ ข้อหาอั่งยี่ซ่องโจร กรณีโพสต์เฟซบุ๊กปลุกระดมประชาชนต้านผลสอบรถโบราณหรูสมเด็จช่วง เนื่องจากเห็นว่าการกระทำดังกล่าวถือว่าเป็นการกดดันและท้าทายอำนาจ คสช. อาจมีโทษรุนแรงถึงขั้นจำคุกตลอดชีวิตด้วย

จากนั้นได้เดินทางไปมอบตัวกับอัยการ หลังถูกแจ้งข้อหากบฎ เพื่อเป็นตัวอย่างให้กับพระภิกษุสงฆ์ที่ถูกดำเนินคดี และแสดงให้เห็นว่าแม้ว่าจะเป็นพระก็ควรอยู่ภายใต้กฎหมาย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง