4 โจ๋หื่นรับแล้ว ! ขืนใจสาวนักเรียนจนตาย แต่ปัดให้กินยาเลิฟ

ผบช.น.เผยแก๊งโจ๋รับขืนใจนร.จนตาย แต่ปัดให้กินยาขอเลิฟ ให้รอผลตรวจเหยื่อ

วานนี้ (6 ส.ค. 59) พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาการผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น) กล่าวถึงความคืบหน้าคดีข่มขืนนักเรียนสาวจนเหยื่อเสียชีวิตในพื้นที่ สน.บางซื่อ ว่า จากการสอบปากคำกลุ่มผู้ต้องหาสารภาพว่า ได้ล่วงละเมิดจริง แต่ให้การปฏิเสธว่า ไม่ได้มีการให้ยาเลิฟแก่ผู้ตาย ซึ่งเจ้าหน้าที่จะส่งสารที่พบในร่างผู้ตายไปตรวจสอบ ซึ่งต้องรอผลประมาณ 45 วัน หรืออาจจะเร็วกว่านี้

ข่มขืน, ยาเลิฟ

ทั้งนี้ ตนสั่งได้การให้สอบปากคำเพิ่มอีก 10 ปาก ในกรณีพนักงานโรงแรมนั้น คาดว่าตอนกลุ่มผู้ต้องหาพาผู้ตายเข้ามา ทางพนักงานอาจไม่พบพิรุธ แต่ตอนผู้ตายเสียชีวิต ทางพนักงานโรงแรมได้กันกลุ่มผู้ต้องหาไม่ให้หลบหนี เพื่อให้รอพบตำรวจ จึงถูกจับกุมได้ในที่สุด ตรงนี้ต้องขอชมเชย ส่วนกรณีที่ไม่มีการแถลงข่าว เนื่องจากทางพนักงานสอบสวนแจ้งข้อหากลุ่มผู้ต้องหาต่อหน้าทันที ตามประมวลกฎหมายป.วิอาญา134 วรรค 1 สามารถทำได้ และต้องส่งทางศาลเพื่อฝากขังทันที


เปิดวงจรปิดแฉ 4 โจ๋หื่น ! ล็อกสาวพาณิชย์เข้าโรงแรม มอมยาเลิฟ-ปลุกเซ็กซ์ รุมโทรมจนเสียชีวิตคาเตียง

จากกรณีที่วานนี้ (4 ส.ค. 59) มีรายงานว่า เช้าวันที่ 3 ส.ค. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางซื่อ ได้รับแจ้งเหตุพบหญิงสาวเสียชีวิตภายในห้องพัก โรงแรมแห่งหนึ่ง ซอยพหลโยธิน 11 ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กทม. จึงเดินทางข้าไปตรวจสอบ พร้อมแพทย์นิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจ และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน

ทั้งนี้ภายในห้องพักพบศพ น.ส. เอ (นามสมมุติ) อายุ 19 ปี นักศึกษาโรงเรียนพาณิชย์แห่งหนึ่ง นอนเสียชีวิตอยู่บนที่นอน เบื้องต้นทางแพทย์ระบุว่า ผู้ตายเสียชีวิตด้วยสาเหตุหัวใจล้มเหลว ใกล้กันพบขวดสุราและข้าวของรื้อกระจุยกระจาย จึงรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน นอกจากนี้ นายมาร์ค อายุ 19 ปี และนายฟลุ๊ค อายุ 21 ปี ได้รอมอบตัวกับทางตำรวจอยู่ในที่เกิดเหตุ จึงควบคุมตัวมาสอบสวนที่ สน.บางซื่อ ก่อนรีบนำศพส่งชันสูตรที่ รพ.ตำรวจ เพื่อสรุปสาเหตุที่แท้จริงอีกครั้ง

50

จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดปรากฎภาพชายต้องสงสัยทั้งหมด 4 ราย อายุประมาณ 19-30 ปี รวมทั้ง ผู้ต้องหาที่ควบคุมตัวก่อนหน้านี้ เดินเข้าออกห้องดังกล่าว ก่อนพบว่ามีผู้ต้องหาอีก 2 รายได้หลบหนีไป จากนั้นทางตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.บางซื่อ จึงเร่งติดตามตัวคนร้าย จนกระทั่งเมื่อช่วงสายของวานนี้ (4 ส.ค.) ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยเพิ่มเติมอีก 2 รายได้ ทราบชื่อคือ นายคงกระพัน สังข์มีน้อย อายุ 21 ปี และ นายธวัชชัย บุบผามะตะนัง อายุ 28 ปี

ขณะเดียวกัน ผู้ต้องหาทั้ง 4 ราย ยอมรับสารภาพว่าเพิ่งรู้จักกับหญิงสาวรายนี้ได้เพียง 2 วันจึงชักชวนมาปาร์ตี้ โดยผู้ตายได้เดินทางมาหา นายคณากร จากนั้นได้เดินทางไปบ้านพักของนายแม็ก ซึ่งกลุ่มผู้ต้องหานั่งดื่มเหล้ากันอยู่ ต่อมานายคณากร ได้ให้นายคงกระพัน ไปเปิดห้องพักที่โรงแรมดังกล่าวและพาผู้ตายไปยังที่เกิดเหตุ โดยช่วยกันพยุงร่างของ น.ส.เอ ซึ่งอยู่ในสภาพสลึมสลือไม่ได้สติเข้าไปในห้องพัก ซึ่งในปากของผู้ตายมีเม็ดยาลักษณะกลมแบนเล็ก ๆ สีครีมอยู่ใต้ลิ้น นายคณากร จึงเอานิ้วล้วงเข้าไปในปากเอายาออกมา ซึ่งขณะนั้นน.ส.เอยังมีชีวิตอยู่และอยู่ในห้องพักชั่วโมงเศษ จนกระทั่งเวลา 15.30 น. น.ส.เอได้เสียชีวิตลง

เบื้องต้นแจ้งข้อหา ร่วมกันข่มขืนผู้หญิงที่ไม่สามารถขัดขืนได้ และร่วมกันโทรมหญิงจนถึงแก่ความตาย ก่อนทางพนักงานสอบสวนจะนำตัวส่งศาลอาญาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ล่าสุด วันนี้(5 ส.ค.) เวลา 06.00 น. ตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดจับภาพกลุ่มผู้ต้องหาใช้รถจักรยานยนต์ 2 คันขี่ไปที่โรงแรมที่เกิดเหตุ โดยมีนายธวัชชัยเป็นผู้ขับ ผู้ตายนั่งตรงกลางและมีนายคงกระพันนั่งซ้อนท้าย ส่วนผู้ต้องหาอีก 2 คน ใช้รถจักรยานยนต์อีก 1 คัน ขับตามกันไป เมื่อถึงโรงแรมที่เกิดเหตุผู้ต้องหาทั้งหมด ช่วยกันนำร่างไม่ได้สติของผู้ตายเข้าไปภายในห้องที่เกิดเหตุ ต่อมาเวลา 07.30 น. พบว่าผู้ต้องหา 3 คนออกมาจากห้องก่อนเหลือเพียงนายคณากร กับผู้ตายอยู่ในห้องเพียง 2 คนเท่านั้น

จากนั้น เวลา 15.00 น. นายคณากรได้ปลุกผู้ตาย แต่ผู้ตายไม่ตื่น และพบว่าร่างกายของผู้ตายนั้นเริ่มแข็งตัวแล้ว จึงแจ้งมูลนิธิเข้าช่วยเหลือ ทั้งนี้ จากการตรวจสอบปัสสาวะพบสารเสพติดประเภทกัญชาในร่างกายของผู้ต้องหาทั้ง 4 คนด้วย นอกจากนี้ รายงานข่าวยังพบว่า สารที่อยู่ในปากผู้ตายนั้นเป็นยาปลุกเซ็กส์ ประเภทยาเลิฟ ที่ช่วยให้เกิดอารมณ์ทางเพศ ซึ่งคาดว่าน่าจะได้รับเข้าสู่ร่างกายของผู้ตายมากกว่า 1 เม็ด

พล.ต.ต.เจริญ กล่าวว่า จากการสอบสวนทราบว่าการก่อเหตุทั้งหมด เป็นการวางแผนของผู้ต้องหาทั้งหมด ไม่เกี่ยวข้องกับผู้ตาย ส่วนยาที่พบในปากของผู้ตายและการตรวจหาสารเสพติดในร่ายกายของผู้ต้องหานั้นต้องรอผลตรวจจากแพทย์ก่อนว่าเป็นสารอะไร ส่วนผู้ปกครองของผู้ตายนั้นติดใจแค่ว่า ผู้ตายนั้นไม่ได้เสียชีวิตด้วยตัวเอง หรือเป็นการเสียชีวิตผิดธรรมชาติ แค่ในส่วนของคดีความนั้นก็ให้เป็นไปตามกระบวนการ ทั้งนี้ อยากจะฝากไปยังผู้ปกครองและวัยรุ่นโดยเฉพาะผู้หญิง เนื่องจากในปัจจุบันการสื่อสารนั่นถือว่าเป็นเรื่องง่าย โดยเฉพาะในโลกโซเชียล ควรจะระวังคนแปลกหน้าที่เข้ามาพูดคุยด้วย

 

ที่มา : bangkokbiznews

MThai News

ข่าวที่เกี่ยวข้อง