เกาะติด! สถานการณ์น้ำ-หนองคายปิดประตูน้ำริมโขง หวั่นเอ่อท่วม

เกาะติด! สถานการณ์น้ำ ปภ.หนองคาย จับตาระดับน้ำโขงใกล้ชิด เร่งปิดประตูน้ำทุกบาน หวั่นเอ่อท่วม เฝ้าระวังจุดเสี่ยงที่ลุ่มต่ำริมตลิ่ง

วันนี้ 23 ส.ค.นายพีระพล ยังขาว หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.หนองคาย เปิดเผยกับว่า วันนี้ระดับน้ำในแม่โขงยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าเมื่อคืนที่ผ่านมา จะมีฝนตกลงมาเล็กน้อย แต่เบื้องต้นไม่ได้ส่งผลกระทบกับปริมาณน้ำในพื้นที่มากนัก ช่วงเช้าวัดระดับความสูง เมื่อเวลา 06.00 น. อยู่ที่ 11.40 เมตร

723371-01

สำหรับมาตรการป้องกันปัญหาน้ำเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎร นั้น ล่าสุด ทางเจ้าหน้าที่ได้ปิดประตูระบายน้ำทุกบานตลอดแนวเพื่อปิดกั้นไม่ให้น้ำไหลเข้ามาได้ นอกจากนี้ยังคงเฝ้าระวังจุดเสี่ยงบริเวณที่ลุ่มต่ำโดยเฉพาะพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำโขง เพราะอยู่นอกเขตพนังกั้นน้ำ จึงมีแนวโน้มสูงว่าจะประสบภาวะน้ำท่วมง่ายกว่าจุดอื่น

อย่างไรก็ตาม นายพีระพล กล่าวต่อว่า จากการสำรวจล่าสุดยังไม่พบว่ามีบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายแต่อาจมีพื้นที่การเกษตรบางส่วนที่ได้รับผลกระทบบ้างแล้ว ซึ่ง นายสุชาติ นพวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย ได้กำชับให้ทุกหน่วยงาน แจ้งชาวบ้านให้ติดตามข่าวสารจากทางราชการในระยะนี้ พร้อมเตือนราษฎรที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำโขง และผู้ใช้เรือสัญจรทางน้ำ เฝ้าระวังพร้อมอพยพตลอดเวลา นอกจากนี้ ยังได้สั่งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเตรียมอุปกรณ์ป้องกันการกัดเซาะตลิ่ง รวมถึงการให้ความช่วยเหลือกรณีฉุกเฉิน

ที่มา… INN


เกาะติด!สถานการณ์น้ำ-นครพนมเฝ้าระวัง ถ้าน้ำโขงเพิ่มอีก 3ม. วิกฤตแน่

เกาะติด! สถานการณ์น้ำท่วม – ล่าสุด จ.นครพนม หากระดับน้ำเพิ่มอีก 3 เมตร น้ำโขงวิกฤติ เฝ้าระวัง 24 ชม. พื้นที่เสี่ยงติดน้ำโขง ภูลังกา สำรวจ พบพื้นที่เสี่ยง 5 อำเภอ

สถานการณ์น้ำโขง จ.นครพนม ยังเสี่ยงวิกฤติ ภายหลังระดับน้ำโขงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วง 3 -4 วันที่ผ่านมา ล่าสุดอยู่ที่ระดับประมาณ 10 เมตร ห่างจากจุดวิกฤติแค่ประมาณ 3 เมตร คือที่ระดับประมาณ 13 เมตร เสี่ยงต่อการเกิดน้ำโขงหนุนเอ่อท่วม เนื่องจากทางกรมอุตุนิยมวิทยา ได้ประกาศเตือน จะมีฝนตกหนักในพื้นที่ภาคอีสาน รวมถึง จ.นครพนม ในช่วงวันที่ 18 -20 สิงหาคม 2559

โดยจากการตรวจสอบสถานการณ์น้ำพบว่า ในช่วงนี้ระดับน้ำโขงเริ่มปริ่มตลิ่ง ตั้งแต่พื้นที่ อ.บ้านแพง อ.ท่าอุเทน อ.เมือง และ อ.ธาตุพนม เสี่ยงต่อการเกิดปัญหาน้ำโขงหนุนทะลักท่วมพื้นที่การเกษตร รวมถึงชุมชนหมู่บ้านที่ติดกับแม่น้ำโขง หากมีฝนตกหนักต่อเนื่องจะทำให้น้ำไหลระบายลงสู่น้ำโขงได้ช้า

ซึ่งสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.นครพนม ได้ประกาศเตือนให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงเฝ้าระวัง จัดเก็บสิ่งของขึ้นที่สูง และประสานไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตั้งศูนย์อำนวยการป้องกันดูแลให้การช่วยเหลือในพื้นที่เสี่ยง ตลอด 24 ชั่วโมง

ขณะเดียวกัน ไม่เพียงพื้นที่ติดกับแม่น้ำโขง และแม่น้ำสายหลัก คือ ลำน้ำสงคราม เท่านั้น ที่ต้องเฝ้าระวัง ยังมีชาวบ้านในพื้นที่ ต.ไผ่ล้อม อ.บ้านแพง จ.นครพนม ที่มีความเสี่ยง เนื่องจากภูมิประเทศติดกับเทือกเขาภูลังกา ทำให้ในช่วงฤดูฝนทุกปี เกิดปัญหาน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมหมู่บ้าน หากมีฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน

ข้อมูลจาก INN


เตือนแม่ฮ่องสอน เตรียมรับมือน้ำท่วมครั้งใหม่

เกาะติด! สถานการณ์น้ำป่าไหลหลาก  ล่าสุดผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ออกประกาศเตือน  โดยเฉพาะพื้นที่ อ.ปาย และ อ.ปางมะผ้า ที่เตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วมครั้งใหม่ ทางด้าน จ.สุโขทัย มวลน้ำจาก จ.แพร่ ทะลักเข้า อ.สวรรคโลก วันนี้ วาง 5 แนวทางรับมือ เชื่อเอาอยู่

วันนี้ 19 ส.ค. นายพิพัฒน์ เอกภาพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้ออกประกาศเตือนไปยังพื้นที่เสี่ยงภัยจากเหตุอุทกภัยทั้ง 7 อำเภอของจังหวัด ได้แก่ อ.สบเมย , อ.แม่สะเรียง , อ.ขุนยวม , อ.เมือง , อ.ปางมะผ้า และ อ.ปาย ให้ทุกอำเภอเฝ้าระวังปริมาณน้ำฝน หากพบมีฝนตกใน 1 ชั่วโมงมีปริมาณน้ำฝนวัดได้เกิน 50 มิลลิเมตร ให้แจ้งเตือนประชาชนเตรียมอพยพออกจากพื้นที่เสี่ยงภัยทันที โดยเฉพาะพื้นที่ อ.ปางมะผ้า และ อ.ปาย ให้มีการระมัดระวังเป็นกรณีพิเศษ เนื่องจากเพิ่งประสบเหตุอุทกภัยมาเมื่อไม่นานมานี้

262035
สำหรับพื้นที่ อ.ปางมะผ้า และ อ.ปาย ในปัจจุบัน ทางการและภาคเอกชน กำลังระดมความช่วยเหลือให้แก่ราษฎรในพื้นที่ อย่างต่อเนื่อง และพื้นที่บางแห่งในอำเภอปายกำลังอยู่ระหว่างการฟื้นฟู ซึ่งไม่แล้วเสร็จและคืนสู่สภาพเดิม

ทางด้าน นางจุไรรัตน์ จันทร์พรมมิน ผญบ.บ้านแม่เย็น หมู่ 1 ต.แม่ฮี้ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า ราษฎรในพื้นที่ บ้านแม่เย็น ยังคงต้องการความช่วยเหลือ จากผู้ที่มีจิตศรัทธา เนื่องจากกำลังอยู่ระหว่างการฟื้นฟูพื้นที่ ที่ได้รับความเสียหายจากเหตุน้ำท่วมเมื่อวันที่ 13 ส.ค. ที่ผ่านมา โดยเฉพาะพื้นที่การเกษตรที่เสียหายแทบทั้งหมด นอกจากนั้นยังรวมไปถึง เกสเฮ้าท์ที่ราษฎรผู้มีรายได้น้อย สร้างขึ้นมาเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว จำนวนเกือบ 200 แห่ง ที่ยังคงอยู่ระหว่างการซ่อมแซมและปรับสภาพให้คงเดิม

262031

156309

S__139411459

จับตาวันนี้ มวลน้ำจากแพร่ ทะลักเข้า อ.สวรรคโลก สุโขทัย ขณะสำนักงานชลประทานที่ 4 วาง 5 แนวทางรับมือ เชื่อเอาอยู่

ขณะเดียวกันสถานการณ์น้ำท่วมใน จ.สุโขทัย ทางด้านนายอาจิตร์ สุวานิชวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 4 ดูแล จ.สุโขทัย กำแพงเพชร ตาก แพร่ เปิดเผยว่า มวลน้ำจาก จ.แพร่ ผ่าน อ.ศรีสัชนาลัย จะเข้ามาถึงประตูระบายน้ำบ้านหาดสะพานจันทร์ อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย ในเช้าวันนี้ (19 ส.ค.) โดยมีปริมาณ 1,100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งยังเป็นปริมาณที่สามารถควบคุมได้

อย่างไรก็ตาม ทางด้าน สำนักงานชลประทานที่ 4 ได้เตรียมความพร้อมกับสถานการณ์น้ำยม จ.สุโขทัย 5 แนวทาง คือ 1.พร่องน้ำด้านเหนือประตูระบายน้ำบ้านหาดสะพานจันทร์ อาคารชลประทานต่างๆ เตรียมรับมวลน้ำที่จะมาถึง 2.เตรียมเครื่องจักรในการขุดเปิดทางน้ำให้ไหลได้สะดวกไปเก็บกักในแก้มลิงต่างๆ 3.ชะลอมวลน้ำด้านเหนือประตูระบายน้ำบ้านหาดสะพานจันทร์ ให้มากที่สุด โดยไม่ให้เอ่อล้นตลิ่งกระทบพื้นที่เหนือน้ำ

4.จะควบคุมการระบายน้ำประตูระบายน้ำบ้านหาดสะพานจันทร์ ให้สัมพันธ์กับระดับน้ำที่จะเพิ่มขึ้น ณ สถานีวัดน้ำ Y.4 อำเภอเมืองสุโขทัย โดยรักษาระดับน้ำที่ 5.20 เมตร ให้นานที่สุด และ 5.บริหารจัดการน้ำก่อนถึง อำเภอเมืองสุโขทัย โดยตัดยอดน้ำเข้าสู่คลองต่างๆ ให้มากที่สุด

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News


เกาะติด! สถานการณ์น้ำป่า-วันนี้มวลน้ำจ่อทะลักเข้า อ.ศรีสัชนาลัย

เกาะติด! สถานการณ์น้ำป่าไหลหลาก เผยวันนี้มวลน้ำบางส่วนหรือน้ำส่วนล่วงหน้าจาก อ.วังชิ้น จ.แพร่ จะเข้าสู่ จ.สุโขทัย ที่ อ.ศรีสัชนาลัย และอีก 4 อำเภอ ก่อนเข้า จ.พิษณุโลก เตือนประชาชนเฝ้าระวัง ขณะนี้ระดับน้ำโขงยังขึ้นสูงต่อเนื่อง เตือน 5 อำเภอ ใน จ.นครพนม รับมือน้ำท่วมฉับพลัน – น้ำป่าไหลหลาก

วันนี้ 18 ส.ค. นายมงคล สุภากาย ผู้อำนวยการโครงการชลประทานสุโขทัย เปิดเผยว่า วันนี้มวลน้ำบางส่วนหรือน้ำส่วนล่วงหน้าจาก อ.วังชิ้น จ.แพร่ จะเข้าสู่ จ.สุโขทัย ที่ อ.ศรีสัชนาลัย จากนั้นไหลไปสู่ อ.สวรรคโลก อ.ศรีสำโรง อ.เมือง และ อ.กงไกรลาศ แล้วจึงเข้า อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก ต่อไป

722211-01

โดยจุดที่น่าเป็นห่วงคือ อ.กงไกรลาศ เพราะเป็นที่ราบลุ่มต่ำ และเกษตรกรมีการทำนาล่าช้า จึงอาจจะได้รับผลกระทบบ้าง ส่วนวีธีการบริหารจัดการมวลน้ำนั้น จะใช้ประตูระบายน้ำหาดสะพานจันทร์ ที่ทำหน้าที่เหมือนเขื่อน เป็นตัวหน่วงน้ำไว้ และค่อยระบายไม่ให้เกินความจุลำน้ำที่จะรับได้

นอกจากนี้ ยังใช้คลองหกบาท ที่อยู่เหนือประตูระบายน้ำหาดสะพานจันทร์ มาช่วยทำหน้าที่เหมือนสปิลเวย์ช่วยระบายอีกทางด้วย ทั้งนี้คาดว่าปริมาณน้ำดังกล่าวจะอยู่ภายใน จ.สุโขทัย 3 วัน คือ ตั้งแต่วันที่ 19 – 21 สิงหาคม ซึ่งต้องขึ้นอยู่กับปัจจัยเรื่องปริมาณฝนด้วย หากฝนหนักอาจระบายล่าช้าออกไป แต่จากการประเมินครั้งนี้ จะไม่ท่วมมาก ท่วมนาน เมื่อปี 2554 อย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตาม ทางกรมชลประทานสุโขทัย ประเมินสถานการณ์น้ำเป็นรายชั่วโมง และพร้อมจะแจ้งให้ทางจังหวัดทราบทันทีหากเกิดการเปลี่ยนแปลง

ระดับน้ำโขง ยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง วันละ 30 – 40 เซนติเมตร จ.นครพนม เตือน 5 อำเภอเสี่ยง รับมือน้ำท่วมฉับพลัน – น้ำป่าไหลหลาก

ในส่วนของระดับน้ำโขงยังเพิ่มต่อเนื่อง วันละ 30 – 40 เซนติเมตร หลังจากมีฝนตกหนักในหลายพื้นที่และน้ำเหนือไหลมาจาก จ.หนองคาย โดยระดับน้ำโขงในเช้าวันนี้ (18 ส.ค.) ที่ จ.นครพนม วัดได้ 9.36 เมตร มีระดับสูงขึ้นจากเมื่อวานนี้ 26 เซนติเมตร เสี่ยงต่อการเกิดปัญหาน้ำเอ่อท่วม หากน้ำโขงเพิ่มใกล้ถึงจุดวิกฤติ จะทำให้น้ำโขงหนุนลำน้ำสาขา ไหลระบายลงสู่แม่น้ำโขงช้าลง โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยง ติดกับน้ำโขง 5 อำเภอ คือ อ.ธาตุพนม อ.เมือง อ.ท่าอุเทน อ.บ้านแพง นอกจากนี้ยังมี อ.ศรีสงคราม ที่ติดกับลำน้ำสงคราม

722250-01

เบื้องต้น สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.นครพนม ได้ประกาศเดือนให้ประชาชนในพื้นที่ เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์น้ำ เตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก พร้อมกับประสานไปยังหน่วยงานเกี่ยวข้องทั้ง 12 อำเภอ เพื่อเตรียมความพร้อมดูแลช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่เสี่ยงเมื่อเกิดปัญหา

นอกจากนี้ ยังเพิ่มมาตรการเข้ม กำชับผู้ประกอบการเดินเรือข้ามฟากไทย-ลาว ที่บริการประชาชนและบรรทุกสินค้าระหว่างชายแดนไทย-ลาว ให้จัดเตรียมอุปกรณ์ชูชีพให้กับผู้โดยสาร และควบคุมน้ำหนัก ห้ามบรรทุกเกินปริมาณ เนื่องจากช่วงนี้น้ำโขงสูง ไหลเชี่ยว เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ

ที่มา… INN


เกาะติด! สถานการณ์น้ำป่า-เตือนสุโขทัย 19 ส.ค.นี้ ท่วมหลายจุด

เกาะติด! สถานการณ์น้ำป่า ล่าสุดมวลน้ำเหนือไหลบ่า คาด 19 ส.ค. นี้ จ.สุโขทัยอ่วม ผู้ว่า ฯ เตือนพื้นที่ริมน้ำยมตลอด 170 กม. สั่งทุกหน่วยเตรียมรับมือ

วันนี้ 17 ส.ค. นายปิติ แก้วสลับสี ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย เปิดเผยว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ของภาคเหนือ ล่าสุด ปริมาณน้ำดังกล่าวได้เริ่มไหลเข้าสู่พื้นที่ จ.สุโขทัย บางส่วนแล้ว คาดว่าภายในวันศุกร์ที่ 19 ส.ค. นี้ มวลน้ำจำนวนมากจะไหลบ่าลงมาจนอาจเกิดน้ำท่วมในหลายจุด

721968-01

สำหรับ จ.สุโขทัย มีบริเวณที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ คือ จุดริมแม่น้ำยมตลอด 170 กิโลเมตร ประกอบด้วย อ.ศรีสำโรง, อ.เมืองสุโขทัย และ อ.กงไกรลาศ เพราะมีความเสี่ยงสูงที่น้ำจะเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน แต่สำหรับ อ.ศรีสัชนาลัย และ สวรรคโลก นั้น มีลักษณะที่ตั้งอยู่เหนือประตูระบายน้ำหาดสะพานจันทร์ จึงอาจได้รับผลกระทบน้อยกว่า

เบื้องต้น ตนได้กำชับให้ทุกหน่วยงานเตรียมความพร้อมรับมือทุกด้านเพื่อป้องกันอุทกภัย ด้วยการพร่องน้ำจากเขตตัวเมืองออกผ่านประตูระบายบางซ้ายไปยัง อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก นอกจากนี้ ยังได้ประสานให้กรมโยธาธิการ เข้ามาสร้างแนวเขื่อนในเขตเทศบาลเมือง พร้อมวางบิ๊กแบ็ก สำหรับกั้นน้ำเอาไว้ อย่างไรก็ตาม ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย ได้แจ้งเตือนให้ประชาชนเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วงระยะนี้

ที่มา… INN


เกาะติด! สถานการณ์น้ำป่าไหลหลากบริเวณภาคเหนือ ทางด้าน จ.พะเยา ล่าสุดพบร่างชายวัย 39 ปี ที่สูญหายแล้ว และมีเด็กชายวัย 1 ขวบ จมน้ำเสียชีวิตอีก 1 ราย 

วันนี้ 16 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่มีฝนตกลงมาในพื้นที่ อ.ปง จ.พะเยา อย่างหนักส่งผลให้มีบ้านเรือนราษฎร พื้นที่ทางการเกษตรได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมากนับแสนไร่ ขณะเดียวกันมีผู้สูญหายจำนวน 1 ราย คือ นายนพรัตน์ คันทะเรศร์ อายุ 39 ปี หมู่ 1 ต.นาปรัง อ.ปง ที่ถูกกระแสน้ำพัดหายไปตั้งแต่เวลาประมาณ 03.00 น. ของวันที่ 15 ส.ค. ที่ผ่านมา

3 (1)

โดยหลังจากเจ้าหน้าที่ใช้เวลาค้นหาผ่านไปกว่า 1 วัน ปรากฏว่าเมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. วันนี้ (16 ส.ค.59) ชุดค้นหาแจ้งว่าพบร่างของผู้สูญหายแล้วบริเวณร่องน้ำข้างร้านก๋วยเตี๋ยวเรือ เลยวัดนาปรังไปทาง อำเภอปงประมาณ 200 เมตร ซึ่งเป็นร่องน้ำที่จะไหลลงแม่น้ำยม เมื่อพบร่างผู้เสียชีวิตแล้วจะได้มอบให้ญาติเพื่อนำไปประกอบพิธีตามประเพณีต่อไป

ส่วนอีกรายได้รับการเปิดเผยจาก นางชิน ใจเย็น อดีตรองประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ขุนควร อ.ปง จ.พะเยาเปิดเผยว่า เป็นเด็กเล็กอายุ 1 ปี 10 เดือน คือ ด.ช.ณัฐภูมิ ปาส่วน หรือน้องผักกาด อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 219 หมู่ 6 ต.ขุนควร อ.ปง จ.พะเยา ซึ่งอาศัยอยู่กับแม่ชื่อนางชญานิชย์ ธงสัตย์ เหตุเกิดเมื่อเวลา 13.15 น. (วันที่ 15 ส.ค.)

โดย ด.ช.ณัฐภูมิ ได้เดินตาม ด.ช.ภูริรัฐ ธงสัตย์ พี่ชาย ไปดูลุงกับป่าที่ถอนต้นกล้าข้าวเพื่อเตรียมนำไปปลูกในแปลงนา ระหว่างทางเดินไปหาลุงกับป้า จะต้องผ่านลำเหมืองสาขาของแม่น้ำขามกว้าง 2 เมตร ซึ่งมีสะพานไม้พาดสำหรับข้ามไปอีกด้านหนึ่ง ตอนเดินกลับน้องเดินด้วยตนเองและไม่ได้เดินตามสะพาน ลุงของเด็กเห็นรอยเท้าของเด็กเดินลงน้ำ

พอทราบว่าเด็กตกน้ำจึงตามหาในลำเหมือง ในลำเหมืองมีท่อวางอยู่ 8 เมตร มาพบเด็กติดอยู่กับหลัก ห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 800 เมตร สภาพเด็กนอนนิ่ง ลำตัวเขียว หายใจอยู่ จึงได้นำส่ง รพ.สต.ขุนควร และส่งต่อ รพ.ปง และ ส่งต่อ รพ.พะเยา และได้เสียชีวิตลงเมื่อวานเย็นที่ผ่านมา ก่อนญาติจะนำไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News


เกาะติด! สถานการณ์น้ำป่าไหลหลากบริเวณภาคเหนือ ล่าสุดพื้นที่ จ.แม่ฮ่องสอน ระดับน้ำได้ลดลงจนกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว ชาวบ้านเดือดร้อนกว่า 1 หมื่นคน สถานการณ์น้ำท่วม จ.น่าน ยังทรงตัว ระดับน้ำสูงสุด 80 ซม.

วันนี้ 16 ส.ค. นายพิพัฒน์ เอกภาพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน เปิดเผยเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำป่าไหลหลาก ว่า ขณะนี้ปริมาณน้ำในพื้นที่ จ.แม่ฮ่องสอน ได้ลดลงจนกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ส่งผลกระทบกับชาวบ้านประมาณ 10,000 คน ทั่วทั้งจังหวัด แต่เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้เข้าไปให้ความช่วยเหลือเยียวยา พร้อมกับซ่อมแซมบ้านเรือน รวมถึงคอสะพานที่เสียหาย โดยจากนี้ไปตนได้กำชับให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง พร้อมแจ้งเตือนให้ชาวบ้านเฝ้าระวังเหตุภัยธรรมชาติต่อไปอีก 1 สัปดาห์

721692-01

สำหรับพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน นั้น มีลักษณะภาพรวมเป็นหุบเขา จึงมีความเสี่ยงสูงที่อาจจะเกิดน้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม และหินสไลด์ได้ง่าย ตามหลักภูมิศาสตร์ที่ตั้ง ส่งผลให้ต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษทุกจุด

สถานการณ์น้ำท่วมน่านยังทรงตัว ระดับน้ำสูงสุด 80 ซม.

นายณรงค์ อินโส หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดน่าน (ปภ.) เปิดเผยว่าหลังเกิดเหตุน้ำป่าไหลหลากในหลายพื้นที่ของจังหวัด ล่าสุดวันนี้สถานการณ์เริ่มทรงตัว แต่ยังมีบางจุดที่มีน้ำท่วมขังสูงอยู่ คือเขตเทศบาลเมืองน่าน วัดระดับน้ำสูงสุดอยู่ที่ 80 เซนติเมตร เบื้องต้น ปภ. ได้ประกาศให้ 7 อำเภอ ประกอบด้วย อ.ท่าวังผา อ.เมืองน่าน ภูเพียง ปัว เฉลิมพระเกียรติ สันติสุข และ อ.เวียงสา เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติอุทกภัย

ซึ่งในวันนี้มวลน้ำจากอำเภอทางทิศเหนือจะไหลไปยังอำทางทิศใต้ คือ อ.เวียงสา คาดว่าจะได้รับผลกระทบพอสมควร เพราะขณะนี้ปริมาณน้ำกำลังเพิ่มระดับขึ้นเรื่อย ๆ โดยข้อมูลปัจจุบันชี้ว่ามีบ้านเรือนราษฎรกว่า 5,000 หลัง ทั่วทั้งจังหวัดได้รับผลกระทบแล้ว

อย่างไรก็ตาม นายณรงค์ ระบุว่า หากไม่มีฝนตกลงมาเพิ่มเติม ภายใน 3 วัน สถานการณ์น่าจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ทั้งนี้ ปภ. ได้ประสานให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้ความช่วยเหลือ แจกจ่ายอาหาร น้ำดื่ม รวมถึงทำความสะอาดคราบโคลนตามบ้านเรือนประชาชน นอกจากนี้ ยังแจ้งเตือนให้ชาวบ้านเฝ้าระวังต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 19 สิงหาคม 2559

ที่มา… INN

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News


เกาะติด! สถานการณ์น้ำป่าไหลหลากบริเวณภาคเหนือ ล่าสุด อ.ปง จ.พะเยา น้ำป่าได้เข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนหลายหมู่บ้าน ขณะที่ จ.น่าน สถานการณ์น้ำป่าล่าสุด ยังคงน่าเป็นห่วง หลังจากระดับน้ำในแม่น้ำน่าน และสาขา เพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง

วันนี้ 15 ส.ค. ผู้สื่อข่าว จ.พะเยา รายงานว่า จากฝนที่ตกตลอดทั้งคืนที่ผ่านมาในพื้นที่ อ.ปง จ.พะเยา ทำให้น้ำในลำน้ำงิมไหลเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรใน ต.งิม และ ต.ออย และไหลบ่าลงแม่น้ำยม ก่อนเข้าท่วมบ้านเรือนที่อยู่ในที่ลุ่มริมน้ำใน ต.นาปรัง และ ต.ปง ตลอดจนที่บริเวณสำนักงานเกษตรอำเภอปง และบ้านพักข้าราชการ ก็ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน

ซึ่งจนถึงขณะนี้ได้เกิดน้ำท่วมเป็นบริเวณกว้างกว่า 10 หมู่บ้าน ได้แก่ ต.งิม 8 หมู่บ้าน , ต.ออย 5 หมู่บ้าน , ต.นาปรัง 4 หมู่บ้าน , และต.ปง 4 หมู่บ้าน โดยเบื้องต้นทาง อ.ปง ตลอดจนเจ้าหน้าที่ อปท. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ได้เร่งช่วยเหลือราษฎรที่ถูกน้ำท่วมในทุกหมู่บ้านให้ขึ้นไปอยู่ในที่ปลอดภัย

ด้านนายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา ได้สั่งการให้ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด ประสานกับทาง อำเภอปง และ อปท.ในพื้นที่ เพื่อสนับสนุนช่วยเหลือในส่วนที่เกี่ยวข้อง พร้อมแจ้งเตือนประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์ในพื้นที่เสี่ยงภัยอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม ล่าสุดทางสำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดพะเยาได้ระดมน้ำดื่ม เข้าช่วยเหลือราษฎรที่ประสบภัยในพื้นที่อ.ปงแล้ว (คลิปนาทีน้ำป่าไหลทะลักเข้าท่วมหลายหมู่บ้านในพื้นที่ อ.ปง จ.พะเยา)

เบื้องต้นพบมี คนสูญหาย 1 คนคือคือนายนพรัตน์ คันทะเรศร์ อายุ 39 ปี หมู่1 ต.นาปรัง ทราบว่ามาช่วยแมวที่ติดอยุ่สวะบริเวณท่อน้ำ คาดว่าจะพลัดตกน้ำและถูกน้ำดูดหายไป ทั้งนี้ยังไม่พบร่าง และมีรายงานเพิ่มเติมว่ามีผู้ถูกไฟฟ้าดูด 1 ราย นำตัวส่ง ร.พ.ปง แล้ว และมีควายถูกล่ามไว้ไปไหนไมได้ จนถูกแม่น้ำยมขึ้นท่วมจมน้ำตาย ขณะที่บ้านเรือน และไร่นาของราษฎรได้รับความเสียหายจำนวนมาก ซึ่งอยู่ระหว่างการสำรวจให้ความช่วยเหลือ

29473

38841

129215

สถานการณ์น้ำป่าไหลหลาก ที่ จ.น่าน

สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมใน จ.น่าน ยังคงน่าเป็นห่วง หลังจากระดับน้ำในแม่น้ำน่าน และสาขา เพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง ล่าสุดเข้าท่วมเขตพื้นที่เทศบาลเมืองน่าน ในย่านธุรกิจร้านค้าริมถนนสายอนันตวรฤทธิเดช และด้วยสภาพฝนตกหนัก ยังทำให้ถนนพื้นที่บ้านห้วยฟอง หมู่ 6 ต.ขุนน่าน อ.เฉลิมพระเกียรติ ทรุดตัวหลายจุด บ้านเรือนประชาชน และเสาไฟฟ้าได้รับความเสียหาย

ทั้งนี้โรงเรียนบางแห่งต้องสั่งปิดการเรียนการสอน ทางผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน จึงเร่งแจ้งเตือนประชาชนให้เร่งขนย้ายทรัพย์สินขึ้นที่สูง พร้อมสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัย และเฝ้าระวังใน 15 อำเภอ

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News


จ.ตากฝนตกต่อเนื่องหินถล่ม เตือนระวังน้ำป่าไหลหลาก

จ.ตากฝนตกต่อเนื่อง หินถล่มทับเส้นทาง น้ำป่าหลากเข้าท่วมบางส่วน ขณะระดับแม่น้ำเมยสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ประกาศแจ้งเตือนประชาชนระวังน้ำป่าไหลหลาก

วันนี้ 15 ส.ค. นายประสงค์ หล้าอ่อน นายอำเภอพบพระ จ.ตาก และนายธนยศ ปานขาว นายอำเภอแม่สอด จ.ตาก ได้มีประกาศแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ที่อยู่ติดริมแม่น้ำเมย ชายแดนไทย-เมียนมา และตามลำห้วยสายต่าง ๆ ให้เพิ่มความระมัดระวัง เนื่องจากขณะนี้มีฝนตกลงมาอย่างหนัก จนอาจส่งผลทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก

721411-01

ซึ่งขณะนี้ที่ อ.พบพระ ต้นกำเนิดแม่น้ำเมย มีระดับเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะแนวชายแดนไทย-เมียนมา รวมทั้งที่บ้านมอเกอร์ไทย หมู่ 1 บริเวณท่าข้ามบ้านมอเกอร์ไทย ต.วาเลย์ อ.พบพระ น้ำเพิ่มสูงขึ้นประมาณ 30 เซนติเมตรต่อชั่วโมง นายอำเภอพบพระจึงขอให้หมู่บ้านที่อยู่ท้ายแม่น้ำเมยเฝ้าระวังสถานการณ์

นอกจากนี้ บริเวณเส้นทางสายตาก-แม่สอด บริเวณเนินพิศวง ได้มีดินและหินจากภูเขา ถล่มลงมาทับเส้นทางบางส่วน ล่าสุด ร.ท.ศาศวัตรสัตยพงษ์ นายทหารหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 4 แม่สอด (ฉก.ร.4) ทำหน้าที่หัวหน้าด่านฝ่ายความมั่นคงห้วยหินฝน ได้นำกำลังทหาร ฉก.ร.4 แม่สอด ไปเคลียร์เส้นทาง นำดินออกและนำป้ายไปปิดกั้นให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวังการใช้เส้นทางสายดังกล่าวแล้ว

ขณะเดียวกัน ในพื้นที่ หลายตำบล ของ อ.แม่สอด และ อ.พบพระ เริ่มมีน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วม ตามเส้นทางถนนสายต่าง ๆ แล้ว รวมทั้งบ้านเรือนราษฎรและพื้นที่ทำการเกษตรน้ำเริ่มขังท่วม จากการที่ฝนได้กระหน่ำตกติดต่อกันมาหลายวัน ล่าสุดที่บ้านแม่โกนเกน ต.มหาวัน อ.แม่สอด จ.ตาก สะพานข้ามห้วยแม่โกนเกนที่ประชาชนใช้สัญจรไป-มา ขาด การคมนาคมใช้การไม่ได้

ที่มา… INN

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

ข่าวที่เกี่ยวข้อง