เปิดใจทิดตี๋ หลังถูกพระผู้ใหญ่สั่งสึก เพราะพิการ-เตี้ย !!

พระผู้ใหญ่ใน จ.จันทบุรี มีคำสังสั่งสึกกะทันหัน  พระจิ๋วสุดในไทย เหตุผลร่างกายพิการไม่สมประกอบ หวั่นเป็นภาระพระรูปอื่น ขณะที่ชาวบ้านต่างเสียดาย หลังมีความตั้งใจบวชทดแทนคุณแม่

รายงานข่าวแจ้งว่า ที่ จ. จันทบุรี ได้เกิดเป็นที่ฮือฮาและถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง เมื่อพระรูปหนึ่งในพื้นที่  อ.สอยดาว ถูกพระผู้ใหญ่มีคำสั่งให้ลาสิกขากระทันหัน จากการที่เขามีร่างกายไม่สมบรูณ์สูงเพียง 99 เซนติเมตร และหวั่นเกรงว่าจะเป็นภาระให้กับพระรูปอื่นๆ จนสร้างความประหลาดใจให้กับประชาชนชาวบ้านเป็นจำนวนมาก

เพราะระหว่างที่ครองเพศบรรพชิตพรรูปดังกล่าว ได้ปฎิบัติธรรมและปฎิบัติกิจของสงฆ์อย่างเต็มที่ โดยขนาดรูปร่างไม่ได้เป็นอุปสรรคแต่อย่างใด  ทราบชื่อต่อมาคือ พระตี๋ ไม้สูงเนิน หรือพระเสริมศักดิ์ ธรรมะสโร อายุ 21 ปี

ทั้งนี้จากการสอบถาม นายตี๋ ได้เผยว่า รู้สึกงง เบลอ ทำอะไรไม่ถูกในวันที่ถูกสั่งให้สึก ซึ่งได้รับแจ้งจากพระในวัดผาสุกว่าพระผู้ใหญ่สั่งให้สึกตน หากตนไม่สึก พระในวัดผาสุกจะเดือดร้อน ตนไม่อยากให้ใครเดือดร้อน ตนจึงยอมสึกด้วยความเสียดาย และเสียความตั้งใจที่จะบวชให้แม่อย่างน้อย 1 พรรษา หากสามารถเปลี่ยนแปลงคำสั่งได้ ตนก็พร้อมจะกลับมาบวชใหม่เพื่อแม่

พระตี๋, พระจิ๋ว, ข่าวจังหวัดจันทบุรี

พระตี๋, พระจิ๋ว

สำหรับ นายตี๋ ได้บวชเป็นพระ เมื่อวันที่ 10 ก.ค. 59 ที่ผ่านมา เพื่อทดแทนพระคุณแม่ จนทำให้เกิดเป็นข่าวฮือฮาในช่วงนั้นเพราะถือว่าเป็นพระสงฆ์ที่มีขนาดตัวเล็ก จนได้รับการฉายาว่า เป็นพระจิ๋วสุดในประเทศไทย

Untitled-7

ส่วนลักษณะที่ไม่ควรให้อุปสมบทเป็นพระ และสามเณรนั้น ในพระวินัยมีบัญญัติไว้ดังนี้  ลักษณะที่ไม่ควรให้บวช (อุปสมบท) บุคคล รวม 20 ประเภท ได้แก่

1. ผู้ไม่มีอุปัชฌายะ
2. ผู้มีอุปัชฌายะเป็นสงฆ์ (อุปัชฌายะต้องมีรูปเดียว ไม่ใช่มากรูป)
3. ผู้มีอุปัชฌายะเป็นคณะ (2,3 ชื่อว่าเป็นคณะ, 4 ขึ้นไปเป็นสงฆ์)
4. ผู้มีอุปัชฌายะเป็นกะเทย
5. ผู้มีอุปัชฌายะเป็นคนลักเพศ (ผู้บวชเอาเอง)
6. ผู้มีอุปัชฌายะเป็นผู้เข้ารีตเดียรถีย์
7. ผู้มีอุปัชฌายะเป็นสัตว์ดิรัจฉาน (มีเรื่องเล่าว่า นาคปลอมมาบวช)
8. ผู้มีอุปัชฌายะเป็นผู้ฆ่ามารดา
9. ผู้มีอุปัชฌายะเป็นผู้ฆ่าบิดา
10. ผู้มีอุปัชฌายะเป็นผู้ฆ่าพระอรหันต์
11. ผู้มีอุปัชฌายะเป็นผู้ข่มขืนนางภิกษุณี
12. ผู้มีอุปัชฌายะเป็นผู้ทำลายสงฆ์ให้แตกกัน
13. ผู้มีอุปัชฌายะเป็นผู้ประทุษร้ายพระพุทธเจ้า จนถึงยังพระโลหิตให้ห้อ
14. ผู้มีอุปัชฌายะเป็นผู้มีอวัยะ 2 เพศ
15. ผู้ไม่มีบาตร
16. ผู้ไม่มีจีวร
17. ผู้ไม่มีทั้งบาตรทั้งจีวร
18. ผู้ขอยืมบาตรเขามาบวช
19. ผู้ขอยืมจีวรเขามาบวช
20. ผู้ขอยืมทั้งบาตรทั้งจีวรเขามาบวช

ทั้งยี่สิบประเภทนี้ ถ้า (สงฆ์) บวชให้ ต้องอาบัติทุกกฏ. ขณะที่ลักษณะที่ไม่ควรให้บรรพชา (เป็นสามเณร) 32 ประเภท ได้แก่
1.คนมีมือขาด
2.คนมีเท้าขาด
3.คนมีทั้งมือทั้งเท้าขาด
4.คนมีหูขาด
5.คนมีจมูกแหว่ง
6.คนมีทั้งหูขาดทั้งจมูกแหว่ง
7.คนมีนิ้วมือขาด
8.คนมีนิ้วหัวแม่มือขาด
9.คนมีเอ็น(เท้า)ขาด
10.คนมีมือเป็นแผ่น (นิ้วติดกัน)
11.คนค่อม
12.คนเตี้ย(เกินไป)
13.คนคอพอก
14.คนถูกนาบด้วยเหล็กแดงจนเสียโฉม (ในการลงโทษ)
15.คนถูกโบยถูกแส้ (มีรอยแผล)
16.คนถูกหมายจับ (ให้ฆ่าได้เมื่อพบ)
17.คนมีเท้าปุก (เป็นตุ้ม)
18.คนเป็นโรคอันเป็นโทษแห่งบาป (โรคเรื้อรังที่รักษาไม่หาย)
19.คนประทุษร้ายบริษัท (คืออยู่ในหมู่แล้วทำให้หมู่ดูวิปริต ด้วยรูปร่างอันผิดปกติของตน เช่น สูงเกินไป เตี้ยเกินไป ดำเกินไป ขาวเกินไป ผอมเกินไป อ้วนเกินไป เป็นต้น)
20.คนตาบอดข้างเดียว หรือทั้งสองข้าง
21.คนเป็นง่อย
22.คนกระจอก (เท้าผิดปกติ ต้องเดินด้วยหลังเท้า เป็นต้น)
23.คนเป็นอัมพาต (ร่างกายตายไปซีกหนึ่ง)
24.คนเปลี้ย (เดินเองไม่ได้)
25.คนชรา ทุพพลภาพ
26.คนตาบอดแต่กำเนิด
27.คนใบ้
28.คนหูหนวก
29.คนทั้งบอดทั้งใบ้
30.คนทั้งบอดทั้งหนวก
31.คนทั้งใบ้ทั้งหนวก
และ 32.คนทั้งบอดทั้งใบ้ทั้งหนวก

บุคคลทั้งสามสิบสองประเภทนี้ ผู้บรรพชาให้ ต้องอาบัติทุกกฏ. (หมายเหตุ : การกำหนดข้อห้ามไม่ให้บวชคน 32 ประเภทนี้เป็นสามเณรนั้นเป็นอันห้ามสำหรับบวชเป็นพระด้วย เพราะตามวิธีการบวช ผู้ที่จะบวชเป็นพระจะต้องผ่านลำดับจากการเป็นสามเณรมาก่อนแม้ชั่วครู่หนึ่ง. การตั้งข้อกำหนดนี้ เพื่อมิให้พระพุทธศาสนาเป็นเหมือนถังขยะรับคนที่ทางโลกไม่ต้องการแล้ว. แต่ก็ไม่มีข้อห้ามเด็ดขาดถึงขนาดว่า บวชให้แล้วต้องให้สึกไปเหมือนบุคคล 11 ประเภทที่กล่าวไว้ในข้อห้ามบวชเด็ดขาด).

ขอบคุณภาพจาก Peerawus Patrawe Fueangna และ พรี้’ตี๋ โลกสวย’ย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง