โจรไฮเทค ! ติดจีพีเอสตามขโมยจักรยานยนต์ได้นับ 100 คัน

รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 แถลงผลจับกุม โจรไฮเทคติดจีพีเอสตาม ขโมยจักรยานยนต์ ได้นับ 100 คัน

พล.ต.ต.ปชา รัตนพันธ์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดปราบปรามการโจรกรรมรถ หรือ ปจร. กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 แถลงผลการจับกุม นายมุณี มณีวรรณ อายุ 37 ปี ภูมิลำเนา ต.บ้านแปะ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ และ นางสาวพรพิมล อุ่นเสนีย์ อายุ 19 ปี ชาว อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน

พร้อมของกลางรถจักยานยนต์ 5 คัน กุญแจรถจักยานยนต์กว่า 800 ดอก เครื่องปั๊มกุญแจ คีบตันกุญแจ เครื่องติดตามตำแหน่งผ่านดาวเทียมหรือ จีพีเอส 10 ชุด รวมทั้งป้ายทะเบียนจักรยานยนต์อีกกว่า 20 ป้าย ซึ่งการจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องจากในรอบเดือนที่ผ่านมา มีการโจรกรรมรถจักรยานยนต์ในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เกือบ 50 คัน และ พื้นที่อื่น ๆ อีกรวมทั้งหมดกว่า 200 คัน

300

ปจร.ภาค 5 จึงได้สืบสวนและตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด กระทั่งพบว่าคนร้ายเป็นหญิงชายคู่หนึ่ง เข้าไปก่อเหตุขโมยรถจักรยานยนต์ในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้แกะรอยก็พบคนร้ายไปเช่าบ้านอยู่ในหมู่บ้านเชียงใหม่แกรนด์วิว ต.แม่เหียะ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ จึงบุกเข้าตรวจค้นจนพบของกลางจำนวนมาก

100

ผู้ต้องหาทั้งสองซึ่งเป็นแฟนกันสารภาพผิด โดย นายมุณี รับว่า มีความสามารถในการเป็นช่างกุญแจ จึงคิดวิธีในการโจรกรรมรถ โดยซื้อเครื่องจีพีเอส จำนวนมาก ก่อนจะเข้าไปในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เพื่อหารถเป้าหมาย เมื่อเจอแล้วจะนำเครื่องจีพีเอสไปแอบติดไว้ พร้อมทั้งนำกุญแจเปล่ามาทาสีเทา แหย่ลงไปในรูกุญแจของรถ ทำให้กุญแจมีร่องรอยสลักด้านในปรากฏ

400

จากนั้นจะกลับออกมาทำกุญแจแล้วก็เปิดจีพีเอสติดตามดูรถ เมื่อพบว่าจอดอยู่ในที่พลุกพล่านก็จะออกไปไปโจรกรรม โดยในหนึ่งเดือนจะขโมยประมาณ 10-20 คัน รถที่ได้มาก็จะนำไปส่งขายโกดังรับซื้อรถเถื่อนที่ จ.ลำปาง ได้เงินคันละ 10,000-20,000 บาท โดยทำมานานแล้วเพื่อหาเงินเลี้ยงชีพกระทั่งมาถูกจับกุม

ขณะที่ พ.ต.อ.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒน์ชัย รองผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 เตือนผู้ใช้รถโดยเฉพาะนักศึกษาให้สังเกตวัตถุแปลกปลอมที่อาจเป็นจีพีเอสมาติดอยู่กับรถ พร้อมสั่งสืบสวนขยายผลการจับกุมกวาดล้างขบวนการโจรกรรมรถนี้ โดยเชื่อว่าจะมีเครือข่ายร่วมขบวนการมากกว่านี้

 

MThai News

ข่าวที่เกี่ยวข้อง