เปิบพิสดาร! ชาวบ้านกินคางคกปิ้ง แกล้มเหล้า ดับทันที 2 ราย

2 ผู้เฒ่าทำเมนูคางคกปิ้ง เป็นกับแกล้มกับสุรา หลังกินเกิดอาการแน่นท้อง อาเจียน-หมดสติเสียชีวิตในเวลาต่อมา

วานนี้ (30 ส.ค.) นายมา และนายมี (นามสมมุติ) 2 ผู้เฒ่า วัย 70 ปี ชาวบ้านประดู่ ต.และ อ.ทุ่งช้าง จ.น่าน ได้จับคางคกตัวใหญ่ขณะฝนตกได้ และนำมาลองทำเมนูคางคกปิ้ง เป็นกับแกล้มกับสุรา ไม่นานก็เกิดอาการแน่นท้อง อาเจียน และหมดสติ ญาติต้องเร่งนำส่งโรงพยาบาลทุ่งช้าง แต่ไม่ทันเสียชีวิตก่อน


ขณะที่นายดำ (นามสมมุติ) ซึ่งอยู่บ้านติดกัน ซึ่งถูก 2 ผู้เฒ่า เชิญชวนให้ชิมเมนูเนื้อคางคกปิ้งที่เหลืออยู่ในจานครึ่งตัว และมีไข่คางคกอยู่ในท้อง ซึ่งนายดำ ได้ดึงเนื้อส่วนข้างตัวคางคกไปชิมและชิมไข่คางคกอีกเล็กน้อย ร่วมกับดื่มสุรา 1 แก้ว และขอตัวกลับบ้าน ตกดึกคืนนั้นก็เกิดมีอาการกระสับกระส่าย จุกแน่นท้อง คลื่นไส้อาเจียนตลอดทั้งคืน ซึ่งญาติได้นำส่งรักษาในเช้าวันรุ่งขึ้น

นอกจากนี้ยังมีหลานชาย และหญิงได้นำเนื้อไก่ไปปิ้งบนตะแกรงที่ใช้ปิ้งคางคก มารับประทานกับข้าวเหนียว ก็เกิดมีอาการในลักษณะเดียวกัน ซึ่งญาติพี่น้องได้ช่วยกันนำส่งรักษาที่โรงพยาบาลทุ่งช้าง รวมมีผู้ป่วยจากพิษคางคกจำนวน 5 ราย และมี 2 ราย ได้เสียชีวิต

1

ด้านนายแพทย์นิพนธ์ พัฒนกิจเรือง นายแพทย์สาธารณสุข จ.น่าน กล่าวว่า สารพิษที่พบในคางคก คือ บูฟากิน บูโฟท็อกซิน และบูโฟเทนนิน สามารถพบในผิวหนัง เลือด เครื่องในและไข่ ซึ่งมีฤทธิ์ต่อระบบประสาท มีผลต่อระบบทางเดินอาหาร ทำให้เกิดภาวะหัวใจล้มเหลวจนเสียชีวิตได้ทันที ซึ่งความร้อนไม่สามารถทำลายพิษได้ จึงขอเตือนประชาชน และผู้ชื่นชอบรับประทานอาหารเมนูแปลก ห้ามนำคางคก หรือไข่คางคกมาบริโภคเด็ดขาด

ทั้งนี้ หากประชาชนเกิดพิษจากการกินคางคก หรือไข่คางคก ควรรีบทำให้อาเจียนโดยเร็วที่สุด และนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลทันที

MThai News

ข่าวที่เกี่ยวข้อง